โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดโผ “10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง” ปี 2568

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 09.13 น.

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดโผ "10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วง" ปี 2568 ภายใต้การคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะเติบโตได้ราว 3%

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง การจัดอันดับ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง และ 10 ธุรกิจดาวร่วง สำหรับปี 2568 ซึ่งเป็นการประเมินผลภายใต้การคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะเติบโตได้ราว 3%

โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง, การเข้ามาลงทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก, ไทยเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม BRICS และการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ท่ามกลางปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ, ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง, ทิศทางนโยบายของรัฐบาลใหม่สหรัฐ และความไม่แน่นอนจากภัยธรรมชาติ

10 ธุรกิจด่าวรุ่ง ปี 2568

1. ธุรกิจการแพทย์และความงาม / ธุรกิจ Cloud Service / ธุรกิจบริการ Cyber Security

สำหรับธุรกิจการแพทย์และความงาม มีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ จากนโยบายฟรีวีซ่าของภาครัฐญ และการขยายตัวของตลาด Medical Tourism ของนักท่องเที่ยงต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการด้านสุขภาพในไทย ส่งผลให้ธุรกิจมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสนใจในการดูแลสุขภาพและความงามของคนในปัจจุบันมีมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสของกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและต้องการใช้บริการด้านการแพทย์เพิ่มขึ้น

แต่อย่างไรก็ตามอาจต้องเผชิญปัจจัยเสียง ได้แก่ ปัญหาการแอบอ้างและหลอกลวงเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์ พยายาล หรือผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพ โดยไม่มีวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของผู้บริโภค และภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีแนวโน้มที่สุงขึ้น

ขณะที่ธุรกิจ Cloud service และ ธุรกิจบริการ Cyber security นั้นมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก รวมถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์มากขึ้น และเมกะเทรนด์ของธุรกิจในอนานคตมีการใช้เทคโนโลยี AI และ IoT มากขึ้น แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญและมีทักษาะด้าน Cyber security ในประเทศไทย รวมถึงกฎหมายที่ใช้รองรับเกี่ยวกับธุรกิจและขอบเขตอำนาจของหน่วยงานที่กำกับดูแลในบางประเทศยังไม่มีหรือมีแต่ไม่ชัดเจน

2. Social Media และ Online Entertainment / ธุรกิจจัดทำคอนเทนต์ ธุรกิจ YouTube การรีวิวสินค้า และ Influencer

3. ธุรกิจ e-Commerce (ธุรกิจที่ทำการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์) / ธุรกิจ Soft Power ไทยโดยเฉพาะซีรี่ย์ภาพยนตร์ / ธุรกิจโฆษณาและสื่อออนไลน์

4. งานคอนเสิร์ต มหกรรมจัดแสดงสินค้า ธุรกิจ Event / เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

5. ธุรกิจความเชื่อ (สายมู หมอดู ฮวงจุ้ย) / ธุรกิจเงินด่วน โรงรับจำนำ / ธุรกิจประกันภัยชีวิต

6. ธุรกิจการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม เช่น แม่บ้านรายวัน การซ่อมแซมอุปกรณ์ เป็นต้น / ผับ บาร์ คาราโอเกะ

7. คลินิกการภาพ / ธุรกิจให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (ธุรกิจ EV Charging Station) และติดตั้ง / ธุรกิจรถยนต์ EV / ธุรกิจสัตว์เลี้ยง ขายอาหาร อุปกรณ์และแฟชั่น และดูแลสัตว์

8. ธุรกิจด้านการเงิน ธนาคาร Fintech และการชำระเงินผ่านระบบเทคโนโลยี / ธุรกิจตู้ยอดเหรียญเครื่องดื่ม อาหาร และธุรกิจเครื่องสะดวกซัก / ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ทัวร์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

9. ธุรกิจโทรคมนาคมสื่อสาร เช่น ผู้ให้บริการอินเmอร์เน็ต หรือสัญญาณสื่อสารต่าง ๆ / ธุรกิจโลจิสติกส์ Delivery และคลังสินค้า / ทนายความ และตรวจสอบบัญชี / Street Food และตลาดนัดกลางคืน

10. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (ที่ไม่มีแอลกอฮอล์) / ธุรกิจพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์ / โรงพยาบาล คลิกนิก เกี่ยวกับสัตว์

10 ธุรกิจดาวร่วง ปี 2568

  • ธุรกิจจำหน่ายและให้เช้า CD หรือ VDO

2. ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ไม่มี Platform Online

3. ธุรกิจคนกลางผลิตและจำหน่ายที่เก็บข้อมูล เช่น CD DVD Thumb Drive การ์ดอื่น ๆ

4. บริการส่งหนังสือพิมพ์

5. ธุรกิจผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

6. ธุรกิจถ่ายเอกสาร

7. ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้แบบดั้งเดิม ไม่มีการออกแบบดีไซน์

8. ธุรกิจรถยนต์มือ 2

9. ร้านขายเครื่องเล่น

10. ธุรกิจผลิตกระดาษ ธุรกิจร้านโชห่วย

ขณะที่ นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะมีการเติบโตได้ในกรอบ 2.8-3.2% หรือมีค่าเฉลี่ยที่ 3% โดยต้องจับตาช่วงที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าโตได้ถึงระดับ 3% หรือไม่นั้น จะอยู่ในช่วงไตรมาส 2 ปีหน้า ซึ่งจะเป็นช่วงที่เห็นประสิทธิผลจากมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ทยอยออกมาตั้งแต่ปลายปีนี้ ไปจนถึงช่วงไตรมาส 1 ปี 68 ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ "คุณสู้ เราช่วย", โครงการ Easy e-receipt และเงิน 1 หมื่นบาทให้แก่ผู้สูงอายุ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...