อยากมีคอนโด ใกล้แนวรถไฟฟ้า ต้องมีเงินเดือนเท่าไร?
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 ธ.ค. 2563 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 17.49 น. • The Bangkok Insightอยากมีคอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า ต้องมีเงินเดือนเท่าไร ทำเลไหนถึงจะเหมาะ ให้สามารถผ่อนได้ รวมถึงวงงินกู้หากต้องการกู้ อ่านที่นี่
ยุคโควิด-19 ถือเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อ ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ประจำ และต้องยอมรับว่า ส่วนใหญ่ อยากมีคอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า เพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวกสบายซึ่งต้องยอมรับว่า หากเป็นทำเลกลางเมือง ราคาผ่อนชำระย่อมต้องสูงตามไปด้วย
เว็บไซต์ condonewb ได้เปรียบเทียบ อัตราเงินเดือนกับอัตราเงินผ่อนที่เหมาะสม และสามารถหาซื้อได้ตามทำเลแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส และสถานีรถไฟใต้ดิน หรือ เอ็มอาร์ที ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
เงินเดือน 15,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 6,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส แพรกษา และ เอ็มอาร์ที แยกนนทบุรี 1
เงินเดือน 20,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 8,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส แบริ่ง และ เอ็มอาร์ที สุทธิสาร
เงินเดือน 25,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 10,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส ปุณณวิถี และ เอ็มอาร์ที บางหว้า
เงินเดือน 30,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 12,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส อ่อนนุช และ เอ็มอาร์ที เตาปูน
เงินเดือน 35,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว14,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส วงเวียนใหญ่ และ เอ็มอาร์ที ห้วยขวาง
เงินเดือน 40,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 16,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส ห้าแยกลาดพร้าว และ เอ็มอาร์ที ศูนย์วัฒนธรรม
เงินเดือน 50,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 20,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส อารีย์ และ เอ็มอาร์ที พระราม9
เงินเดือน 80,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 32,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส ทองหล่อ และ เอ็มอาร์ที สุขุมวิท
เงินเดือน 100,000 บาท ราคาที่ผ่อนไหว 40,000 บาทต่อเดือน ทำเลที่ยังสามารถจับจองคอนโดได้ บีทีเอส เพลินจิต และ เอ็มอาร์ที สามย่าน
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า ก่อนที่จะคำนวณว่า เราจะผ่อนชำระเงินกู้ซื้อบ้านต่อเดือนได้แค่ไหน สิ่งสำคัญคือ ต้องหักภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนออกก่อน ซึ่งสามารถประเมินความสามารถทางการเงินได้ด้วยตนเอง ดังนี้
เงินเดือนเท่านี้ ผ่อนสูงสุดต่อเดือนได้เท่าไร
"จำนวนเงินผ่อนชำระหนี้สูงสุด ที่ผู้กู้จะสามารถแบกรับภาระได้ คือ ไม่เกิน 40% ของรายได้"
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ มีหลักการในการประเมินความสามารถ ในการแบกรับภาระหนี้ ของลูกหนี้ โดยยึดหลักที่ 40% ของรายได้ต่อเดือนของลูกหนี้ ในการคำนวณงวดผ่อนชำระสูงสุด ที่ผู้กู้จะสามารถชำระได้
ตัวอย่าง เช่น
ผู้กู้มีเงินเดือน 30,000 บาท จะสามารถผ่อนบ้านสูงสุดได้แค่ไหน?
วิธีคิด 30,000 x 40% = 12,000 บาท นั่นคือ หากผู้กู้มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน จะสามารถผ่อนบ้านสูงสุด 40% ของรายได้ คือ จำนวน 12,000 บาท
ในกรณีที่ ผู้กู้มีหนี้ หรือภาระค่าใช้จ่าย อย่างอื่น หรือภาระหนี้สิน ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถอยู่ เดือนละ 6,000 บาท
ทั้งนี้ หนี้สินที่อยู่ระหว่างการผ่อนอยู่นี้ จะนับรวมในจำนวนเงิน 12,000 บาทข้างต้นด้วย ทำให้ผู้กู้เหลือความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือนลดลงต่อเดือน คือ 12,000 – 6,000 = 6,000 บาท
เมื่อทราบจำนวนเงินผ่อนชำระต่องวดสูงสุด ที่เรามีความสามารถผ่อนได้ในแต่ละเดือนแล้ว ก็จะสามารถนำจำนวนเงินนี้ ไปคำนวณต่อเป็นวงเงินกู้สูงสุด ที่ผู้กู้จะสามารถ กู้ซื้อบ้าน ได้
"จำนวนเงินผ่อนชำระต่องวด : วงเงินกู้ = 7,000 บาท : 1,000,000 บาท"
หลักการเบื้องต้นในการประเมินวงเงินกู้ จะคิดจากจำนวนเงิน ที่ผู้กู้มีความสามารถผ่อนได้ ในแต่ละงวด ในอัตราส่วน จำนวนเงินผ่อนต่องวด 7,000 บาท ต่อยอดหนี้ 1 ล้านบาท
ตัวอย่างเช่น ผู้กู้มีความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุด 12,000 บาทต่อเดือน จะสามารถขอกู้ในวงเงินสูงสุดเท่าไร
วิธีคิดวงเงินกู้สูงสุดของการ กู้ซื้อบ้าน คือ (1,000,000 x 12,000) ÷ 7,000 = 1,885,700 บาท
นั่นคือ ผู้กู้ที่มีความสามารถในการ ผ่อนชำระต่องวดสูงสุด 13,200 บาท จะสามารถขอวงเงินกู้ได้สูงสุด 1,885,700 บาท
วิธีการดังกล่าว จะช่วยให้ผู้กู้ สามารถประเมินความสามารถ ในการ กู้ซื้อบ้าน ของตนเองคร่าว ๆ ได้ แต่วงเงินกู้ซื้อบ้าน และยอดผ่อนชำระรายงวด ที่ธนาคารคำนวณให้ อาจจะคลาดเคลื่อนจากการประเมินไปบ้าง จากปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ หลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งในที่นี้ก็คือบ้านที่ผู้กู้ซื้อบ้านต้องการกู้มาซื้อ
ที่มา : condonewb / ddproperty
อ่านข่าวเพิ่มเติม