โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สผ.-มหิดล เสวนา กระตุ้น มีส่วนร่วมจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2564 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2564 เวลา 04.17 น.

สผ.-มหิดล เสวนา กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุก การบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุกในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี”

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม   ณ ห้องประชุม 1001 อาคารทิปโก้ 2 โดยมีนักวิชาการสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม) ผู้แทนอุตสาหกรรมปิโตรเลียม (ได้แก่ โรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม โรงงานแยกก๊าชธรรมชาติ โรงงาน/กิจการ แปรสภาพก๊าชธรรมชาติ) ผู้แทนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สถาบันการศึกษา เจ้าหน้าที่ สผ. และผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ

นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช รองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กล่าวว่า การจัดประชุมเสวนา “การบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุกในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี”โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดย กองวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กวผ.) ร่วมกับคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  เพื่อระดมสมองทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรธุรกิจพันธมิตร เพื่อที่จะติดตามเฝ้าระวัง และบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุกในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีโดยสร้างการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ และเชื่อมโยงความรู้จากสถาบันต่างๆ เข้ามาร่วมกันทำงานเพื่อช่วยแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมเสวนาในครั้งนี้ได้จัดผ่านระบบออนไลน์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นการดำเนินการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุกของกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและข้อเสนอแนะต่อภาครัฐที่จะช่วยกันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนผ่านกลไกรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(E/A) ต่อไป ช่วยส่งเสริมให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและอุตสาหกรรมปิโตรเคมีรวมถึงผู้สนใจทั่วไปได้รับการเสริมสร้างศักยภาพองค์ความรู้เพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่ดีของภาครัฐ และเอกชน ในการร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดเพื่อประชาชนและชุมชนในพื้นที่ ต่อไป

ทั้งนี้ได้ข้อสรุปแนวทางการการบริหารจัดการปัญหามลพิษทางอากาศเชิงรุก

  • การทำตามข้อกฎหมายกำหนด (Regulatory Control) และการทำเพิ่มมากกว่าที่ข้อกฎหมายกำหนดโดยสมัครใจ (Voluntary Control) จะทำให้เกิดนโยบายปฏิบัติที่ดีที่สุด (Policy Best Mix Approach) ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศของพื้นที่อย่างยั่งยืนในมิติเชิงรุก
  • การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศสำหรับโรงงานปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่เป็นเชิงรุกต้องคำนึงถึงมิติ คาร์บอนต่ำ (Low Carbon) ประหยัดพลังงาน (Low Energy) ใช้สารเคมีปริมาณน้อยหรือที่มีความเป็นพิษต่ำ (Low Chemical) ระบบบำบัดที่เหมาะสม (Available & Appropriate Treatment Technology) ความสมดุลด้านการผลิต การจัดการ ที่เหมาะสมกับการเงิน และความเชื่อมั่นทางสังคมของชุมชนที่จะมีต่อโรงงาน
  • โรงงานกลั่นน้ำมันไทยออยล์ เป็นตัวอย่างการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศเชิงรุกอย่างเป็นระบบ ได้ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดและดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับสากล
  • กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในพื้นที่มาบตาพุด ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ สาร ๑,๓-บิวทาไดอีน แบบเชิงรุก อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยร่วมมือกันในการศึกษาสาเหตุ ทดลองปฏิบัติ จนสามารถทำให้สารมลพิษดังกล่าวในพื้นที่ลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การส่งเสริมจากภาครัฐที่สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดความสมัครใจในการดำเนินการมากกว่าที่กฎหมายกำหนด เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศเชิงรุก

 

 

ทั้งนี้จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีการปรับตัวและดำเนินนโยบายการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศในเชิงรุกมากขึ้น เช่นการนำมาใช้ซึ่ง Best available และ Best appropriate control technology รวมถึงเครื่องมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับสากลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืน(Sustainable Development Goals: SDGs) อันจะช่วยก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีในการดำเนินงานกิจการและช่วยแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้อย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...