โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก วัคซีน mRNA ที่คนไทยเรียกร้อง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2564 เวลา 02.00 น.

วัคซีนชนิด mRNA ปลุกกระแสเรียกร้องจากหลายฝ่าย ด้วยผลการศึกษาประสิทธิภาพที่สูงมากกว่า 90% สามารถป้องกันโควิดกลายพันธุ์ได้

วัคซีนชนิด mRNA กำลังถูกเป็นที่พูดถึง เมื่อเกิดโควิดกลายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพในการแพร่กระจายสูงขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) จึงทำให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยนำเข้าวัคซีนชนิดดังกล่าว เนื่องจากวัคซีนที่ใช้อยู่ (ซิโนแวค-แอสตร้าเซนเนก้า) ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างเต็มที่

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนชนิด mRNA ถึงการทำงานของวัคซีนดังกล่าว รวมถึงประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ดังนี้

วัคซีนชนิด mRNA คืออะไร

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลไว้ว่า วัคซีนชนิดสารพันธุกรรม ได้แก่ วัคซีนดีเอ็นเอ (DNA) หรือเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยขณะนี้มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา

ข้อดี วัคซีนชนิด mRNA

  • สามารถผลิตวัคซีนได้ง่าย รวดเร็ว
  • สามารถปรับปรุงวัคซีนเพื่อรองรับสายพันธุ์หากมีการกลายพันธุ์ได้ง่าย
  • แม้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการแพ้ และเป็นเทคนิคการผลิตวัคซีนแบบใหม่ ที่ยังไม่เคยใช้ในการผลิตวัคซีนตัวอื่น ทำให้มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาอันสั้น ได้มีการนำไปใช้แล้วกว่า 100 ล้านโดส ทำให้มีประสบการณ์การใช้อย่างรวดเร็ว ที่ทำให้มั่นใจถึงความปลอดภัยได้

ข้อจำกัด วัคซีนชนิด mRNA

  • ต้องเก็บรักษาวัคซีนที่อุณหภูมิต่ำมาก เนื่องจาก mRNA ถูกทำลายได้ง่าย
  • ต้องอาศัยนาโนพาร์ติเคิล (Nanoparticle) ซึ่งเป็นสารที่นำมาห่อหุ้มป้องกัน และเป็นตัวนำพา mRNA สารนี้อาจกระตุ้นการแพ้รุนแรงได้

การทำงานของวัคซีนชนิด mRNA ในร่างกาย

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลการทำงานของวัคซีนชนิด mRNA ไว้ว่า เป็นการนำเอาชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด- 19 (mRNA) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของเชื้อไวรัส (Spike protein) นำมาสังเคราะห์เป็นรหัสคำสั่งที่เรียกว่า S-spike mRNA

เมื่อฉีดวัคซีนชนิด mRNA เข้าสู่ร่างกายจะทำให้เซลล์ในร่างกายผลิตโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของไวรัสขึ้น และโปรตีนที่ผลิตในส่วนนี้เองจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Antigen) ให้ร่างกายรู้จักกับเชื้อโรคโควิด-19 และสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody) เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคโควิด-19

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนชนิด mRNA ผ่านคอลัมน์ Healthy Aging บนเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 โดยอ้างอิงจาก Derrick Rossi ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังแห่งคณะ Stem Cell and Regenerative Biology ของ Harvard Medical School และเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในการก่อตั้งบริษัท Moderna ที่คาดการณ์ว่า ในอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้า การผลิตวัคซีนเพื่อรักษาโรคติดต่อเกือบทุกชนิดน่าจะต้องอาศัย mRNA technology

ไฟเซอร์-โมเดอร์นา วัคซีนชนิด mRNA

วัคซีนไฟเซอร์

วัคซีนไฟเซอร์ ประเทศผู้ผลิต คือ สหรัฐอเมริกา โดยบริษัท BioNTech/Pfizer มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอาการโดยรวม ร้อยละ 95 มีคำแนะนำให้ฉีดกลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ห่างกัน 3 สัปดาห์ และต้องเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -60 ถึง -80 องศาเซลเซียส

วัคซีนโมเดอร์นา 

วัคซีนโมเดอร์นา ประเทศผู้ผลิต คือ สหรัฐอเมริกา โดยบริษัท Moderna มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอาการโดยรวม ร้อยละ 94.1 ส่วนประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงโดยรวม ร้อยละ 100 โดยมีคำแนะนำให้ฉีดกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยเว้นระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ห่างกัน 4 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน และต้องเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -25 ถึง -15 องศาเซลเซียส (เก็บได้นาน 30 วัน)

วัคซีนโควิด ChulaCov19 เทียบ ไฟเซอร์-โมเดอร์นา

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาวัคซีน “ChulaCov19” วัคซีนชนิด mRNA ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา โดย ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม และได้รับการยกย่องจาก www.nature.com เว็บไซต์วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังของโลก

จุดเด่นของวัคซีน ChulaCov19

  • จากการทดสอบความทนต่ออุณหภูมิของวัคซีน พบว่าวัคซีน ChulaCov19 สามารถอยู่ในอุณหภูมิตู้เย็น (2-8 องศาเซลเซียส) ได้นานถึง 3 เดือน และเก็บในอุณหภูมิห้อง (25 องศาเซลเซียส) ได้นาน 2 สัปดาห์ ซึ่งทำให้การจัดเก็บรักษาง่ายกว่าวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ยี่ห้ออื่น เป็นอย่างมาก

  • ผลการทดสอบในสัตว์ผ่านเกณฑ์ดีมาก จากการทดลองในหนูทดลองชนิดพิเศษที่ออกแบบให้สามารถเกิดโรคโควิด-19 ได้ พบว่า เมื่อหนูได้รับการฉีดวัคซีน ChulaCov19 ครบ 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ แล้วให้หนูทดลองได้รับเชื้อโควิด-19 เข้าทางจมูก สามารถป้องกันหนูทดลองไม่ให้ป่วยเป็นโรคและยับยั้งไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่กระแสเลือด รวมทั้งสามารถลดจำนวนเชื้อในจมูกและในปอดลงไปอย่างน้อย 10,000,000 เท่า เมื่อทดสอบความเป็นพิษก็พบว่าปลอดภัยดี ส่วนหนูที่ไม่ได้รับวัคซีนจะเกิดอาการป่วยโควิด-19 ภายใน 3-5 วัน และทุกตัวมีเชื้อสูงในกระแสเลือด ในจมูก และปอด เป็นจำนวนมาก

  • วัคซีนชนิด mRNA สามารถผลิตได้เร็ว ไม่ต้องรอเพาะเลี้ยงเชื้ออย่างวัคซีนบางชนิด แต่วัคซีนชนิด mRNA เพียงรู้สายพันธุ์ของเชื้อก็ไปออกแบบวัคซีนได้ สังเคราะห์ในหลอดทดลอง ไม่เกิน 4 สัปดาห์มีวัคซีนมาทดสอบในหนูได้ การที่ผลิตได้รวดเร็วนี้ ทำให้ไม่ต้องใช้โรงงานขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เมื่อเกิดเชื้อกลายพันธุ์ก็สามารถสังเคราะห์วัคซีนได้เร็วเช่นกัน

  • วัคซีนโควิด ChulaCov19 ฝืมือคนไทย เทียบ “ไฟเซอร์-โมเดอร์นา”

  • วัคซีน Chula-Cov19 ผลลัพธ์น่าพอใจ เร่งพัฒนาป้องกันโควิด 2 สายพันธุ์

  • เปิดความคืบหน้า 4 วัคซีนโควิด พัฒนาจากแพทย์-นักวิจัยไทย

  • สาธารณสุข เผย วัคซีน mRNA จุฬาฯ เทียบเคียงไฟเซอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...