โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Starbucks อเมริกาเหนือเก็บเก้าอี้เรียบ! เปลี่ยนมาเป็นร้าน "ซื้อกลับบ้าน" ทุกสาขา

Positioningmag

อัพเดต 16 มี.ค. 2563 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2563 เวลา 14.44 น.

Starbucks ทุกสาขาในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ปรับนโยบายมาเป็นร้านแบบ "ซื้อกลับบ้าน" โดยเก็บเก้าอี้ภายในร้านออกหมด รวมถึงปิดบางสาขาในจุดที่มีคนพลุกพล่านชั่วคราว ตามนโยบายกระตุ้นการ "เว้นระยะห่างทางสังคม" ระหว่างการระบาดของไวรัส COVID-19

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2020 เชนร้านกาแฟดังStarbucks ประกาศเปลี่ยนโมเดลร้านเป็นแบบ "ซื้อกลับบ้าน" เท่านั้น สำหรับทุกสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของในสหรัฐฯ และแคนาดา โดยจะดำเนินนโยบายนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ วันนี้ทุกสาขามีการเก็บเก้าอี้ออกทั้งหมด และบางสาขาที่อยู่ในแหล่งชุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ซึ่งมักจะเป็น "จุดชุมนุมชนจำนวนมาก" ถูกปิดชั่วคราว รวมถึงสาขาที่อยู่ในพื้นที่ที่เกิดคลัสเตอร์ผู้ป่วยติดเชื้อจะปิดชั่วคราวหรือลดเวลาทำการลง สำหรับสาขาที่ยังเปิดบริการ ลูกค้าสามารถสั่งออร์เดอร์ได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ได้เหมือนเดิม สาขาที่มีบริการไดรฟ์ทรูยังสั่งสินค้าได้ตามปกติ รวมถึงการสั่งผ่านเดลิเวอรี่ก่อนมารับที่ร้านจะยังเปิดบริการปกติเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีที่ให้นั่งในร้านช่วงนี้

"ทุกชุมชนมีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างเหลือเชื่อ" รอสซานน์ วิลเลี่ยมส์ รองประธานอาวุโสของ Starbucks กล่าว "เราต้องการสร้างความมั่นใจว่า เรามีบทบาทแข็งขันในการแสดงความรับผิดชอบ โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค รวมถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น เพื่อให้เราทำสิ่งที่ถูกต้องแก่ลูกค้าและพันธมิตรของเราต่อไป" เมื่อสัปดาห์ก่อน Starbucks ยังประกาศว่าบริษัทจะจ่าย "ค่าตอบแทนช่วงหายนะภัย" ให้กับบาริสต้า โดยพนักงานคนใดที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 หรือเป็นผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 บริษัทจะให้ลาหยุด 14 วันโดยยังได้รับค่าตอบแทนตามปกติ และจะให้ลาโดยยังได้รับเงินเดือนต่อเนื่องได้อีก 26 วันหากพนักงานรายนั้นยังไม่สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้

อย่างไรก็ตาม พนักงาน Starbucks บางส่วนยังต้องการให้บริษัทออกมาตรการที่เข้มงวดกว่านี้ โดยพนักงานมากกว่า 4,700 คนได้ลงชื่อในข้อเรียกร้องร่วมกันเพื่อให้บริษัทปิดการบริการทุกสาขาไปก่อนในช่วงการระบาด เพราะมองว่า แม้พนักงานจะล้างมือบ่อยๆ และมีการฆ่าเชื้อในร้านทุกวัน แต่ยังไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ทั้งหมด และจะเป็นความเสี่ยงทั้งต่อตัวลูกค้าและพนักงานด้วย สำหรับความเคลื่อนไหวของธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา มี 4 รัฐกับอีก 2 เมืองแล้วที่ประกาศปิดร้านอาหารแบบนั่งทานในร้านทุกประเภท ได้แก่รัฐโอไฮโอ รัฐอิลลินอยส์ รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ รัฐวอชิงตัน เมืองนิวยอร์ก และเมืองลอสแอนเจลิส ส่วนอีกสองเชนร้านอาหารดังของสหรัฐฯ คือTaco Bell และ Chick-fil-A ประกาศเช่นกันว่าจะยกเก้าอี้ออกทุกสาขาแบบเดียวกับ Starbucks เหลือเพียงบริการซื้อกลับบ้าน ไดรฟ์ทรู และเดลิเวอรี่ Source

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...