ความหวังแพร่พันธุ์แรดขาวใต้ ที่ถูกล่า-ผสมพันธุ์กันเอง ด้วยแรดหลอแก้ว
‘แรด’ หลอดแก้ว ทางออกเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมให้กับ ‘แรดขาวใต้’
การทดลองผสมเทียมแรดโดยการทำ ‘แรดหลอดแก้ว’ (IVF) ประสบความสำเร็จครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในการสืบสายพันธุ์ของแรดขาวเหนือสองตัวสุดท้ายบนโลกหลัง จากตัวผู้ตัวสุดท้ายตายลงไป โดยใช้ไข่และสเปิร์มของแรดขาวเหนือมาผสม และนำไปให้แรดขาวใต้ตัวหนึ่งอุ้มบุญ ถึงแม้ว่าแม่อุ้มบุญในการทดลองครั้งนั้น จะตายลงจากไวรัสที่ไม่ทราบชนิด แต่ก็นับว่าเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้สัตว์ใกล้สูญพันธุ์นั้น สามารถสืบเชื้อสายต่อไปได้
โครงการ ‘Southern white zoo’ จึงได้นำเอาเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้ เพื่อช่วยเล่าแรดขาวใต้ที่กำลังประสบกับวิกฤติด้านพันธุกรรม เพราะในช่วงศตวรรษที่ 19 จำนวนประชากรแรดขาวใต้ในแอฟริกาลดลงอย่างหนักจากการถูกล่า จนทำให้พวกมันเหลือรอดราว 20 ตัว แรดรุ่นปัจจุบันจึงเกิดจากการผสมพันธุ์กันของแรดกลุ่มเล็กๆนี้ และทำให้แหล่งพันธุกรรม(gene pool) มีความแคบเป็นอย่างมาก และจะส่งผลให้ความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติหรือโรคภัยต่างๆ ได้น้อยลง
ซึ่งวิธีการดำเนินงานของโครงการนี้ ขั้นแรกคือการเก็บเซลล์ไข่ของแรดขาวใต้ที่มีชื่อว่า ‘ซานตา’ ซึ่งอาศัยอยู่ในสวนสัตว์ดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เพื่อนำไปผสมพันธุ์ เพราะนักวิทยาศสาตร์เชื่อว่าแรดขาวใต้ที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์นั้น มีแหล่งพันธุกรรมที่กว้างกว่าแรดทั่วไปในป่า เพราะได้รับการผสมพันธุ์โดยวางแผนมาอย่างดีแล้ว ฉะนั้นการใช้ไข่ของซานตา ซึ่งเป็นแรดที่อยู่ในสวนสัตว์ จะสามารถช่วยขยายแหล่งพันธุกรรมของแรดขาวใต้ในแอฟริกาได้ และอีกเหตุผลหนึ่งที่พวกเขาเลือกใช้ไข่ของซานตา เพราะเธอมีพันธุกรรมที่สวยงาม ซึ่งจะส่งผลให้แรดรุ่นต่อๆ ไปได้รับยีนเด่นของเธอไปด้วย
ศาสตราจารย์โธมัส ฮิลเดอแบรนดท์ (Prof Thomas Hildebrandt) ผู้อำนวยการฝ่ายการสืบพันธ์ุของสถาบันวิจัยเพื่อสวนสัตว์และสัตว์ป่าไลบ์นิซ (Leibniz IZW) กล่าวว่า เราพยายามนำเทคโนโลยีใหม่นี้ มาช่วยรักษาพันธุกรรมของซานตา และส่งมันกลับไปยังแอฟริกา เพื่อที่จะขยายแหล่งพันธุกรรมของพวกเขาในอนาคต
ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่มีตัวอ่อนที่เกิดจากการทดลองครั้งนี้ แต่ทีมปฏิบัติการเชื่อว่าในวันหนึ่งสเปิร์มและไข่ที่พวกเขาเก็บมาทั่วยุโรปนั้น จะสามารถนำมาปลูกถ่ายให้กับแรดอุ้มบุญได้
อ้างอิง