โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เผ่าภูมิ’ ย้ำ ‘ซอฟต์โลน 1 แสนล้าน’ ไม่เข้าข่ายโครงการตาม ม.28 – ออมสินจัดเอง

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 16.51 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2567 เวลา 19.56 น.
ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/

‘เผ่าภูมิ’ ย้ำ ‘ซอฟต์โลน 1 แสนล้าน’ ไม่เข้าข่ายโครงการตาม ม.28 – เป็นการบริหารสภาพคล่องออมสินเอง พร้อมแจงความคืบหน้าโครงการ Digital Wallet เตรียมหารือกฤษฎีกาให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่าย 10,000 บาทให้เกษตรกรได้หรือไม่ ยันแหล่งเงิน “งบกลาง – งบฯเพิ่มเติมปี’67” มีเพียงพอ ย้ำไตรมาส 4 ปีนี้ เริ่มแจกแน่!

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจ้งโครงการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือ “Soft Loan” ของธนาคารออมสินวงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ต่อแก่ SMEs รายใหม่ในอัตราดอกเบี้ยต่อว่า ประเด็นนี้อาจเป็นการเข้าใจผิด รัฐบาลไม่ได้ไปใช้เงินธนาคารออมสิน 1 แสนล้านบาท แต่เป็นการบริหารจัดการสภาพคล่องของธนาคารออมสินเอง เพื่อให้ได้แหล่งเงินที่มีต้นทุนต่ำ 0.1% ส่งไปให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ นำไปปล่อยสินเชื่อราคาที่ถูกลง เสมือนโครงการสินเชื่อ Soft Loan ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงโควิดฯ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ในครั้งนี้จะออกโดยออมสิน ซึ่งจะมีเงื่อนไขที่ผ่อนปรนง่ายแก่การเข้าถึงสินเชื่อมากกว่า เพื่อที่จะให้เกิดผลได้โดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการนี้เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามมาตรา 27 และ มาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 หรือไม่?

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า ได้มีการหารือกับธนาคารออมสินแล้ว โครงการนี้ธนาคารออมสินจะไม่ขอเงินชดเชยส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยจากรัฐบาล โดยธนาคารออมสินจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เอง ซึ่งโครงการนี้ก็ถือเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อช่วยเหลือสังคมของธนาคารออมสิน โดยธนาคารออมสินยอมเฉือนเนื้อตัวเองในการปล่อยสินเชื่อ หรือ ปล่อยสภาพคล่องราคาถูกในอัตราดอกเบี้ย 0.1% เข้าสู่ตลาดวงเงิน 1 แสนล้านบาท

“จริง ๆเรื่องนี้ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กระทรวงการคลังปรับบทบาทของธนาคารออมสิน และวิธีการประเมินผลงานของธนาคารใหม่ จากเดิมจะพิจารณาจากผลกำไรของธนาคาร เพื่อนำไปคำนวณเป็นโบนัสให้กับพนักงาน เราปรับวิธีการประเมินใหม่ โดยจัดธนาคารออมสินเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ 6 ซึ่งมีภารกิจในการช่วยเหลือสังคม และประชาชน กำหนดเป็น KPI ประเมินผลงานของธนาคาร หากธนาคารออมสินช่วยเหลือประชาชนมากแค่ไหน พนักงานของธนาคารก็จะได้รับโบนัสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกว่า สรุปโครงการสินเชื่อ Soft Loan ของธนาคารออมสิน 1 แสนล้านบาทนี้ ไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบวงเงิน ตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ใช่หรือไม่?

ดร.เผ่าภูมิ ตอบว่า “ไม่มีครับ เพราะไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ หรือใช้วงเงินงบฯ ตามมาตรา 28 ไม่ได้ใช้อะไรที่เกี่ยวกับรัฐบาลเลยครับ เป็นการจัดการภายในของธนาคารออมสิน”

**[

  • ควักเงินออมสิน 1 แสนล้าน จัด ‘ซอฟต์โลน’ ผ่านแบงก์พาณิชย์ – ลุยปล่อยกู้ SMEs ดัน GDP ปี’67 โต 3% ](https://thaipublica.org/2024/06/economic-cabinet-orders-gsb-provide-soft-loans-100-billion-baht/)**

ส่วนความคืบหน้าของโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ที่สำนักงบประมาณออกมาตั้งข้อสังเกตว่าต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และงบฯกลางปี 2567 ให้เสร็จจสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 แต่โครงการนี้จะเริ่มจ่ายเงิน 10,000 บาท ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป) จะสามารถเบิกจ่ายเงินดิจิทัลได้หรือไม่

ดร.เผ่าภูมิ ชี้แจงว่า “การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมี 2 เงื่อนไข คือ 1. เบิกจ่ายงบฯปีปัจจุบัน กับ 2. การเบิกจ่ายงบฯผูกพัน ซึ่งการที่เป็นงบฯผูกพัน หมายความว่า มีข้อผูกพันที่ทำให้รัฐบาลต้องใช้จ่ายงบฯต่าง ๆ โดยการลงทะเบียนของประชาชน หรือ ร้านค้า นี่คือสาเหตุที่ทำให้กระทรวงการคลังต้องเร่งลงทะเบียนประชาชนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อเป็นการผูกพันการใช้จ่ายงบประมาณในปีถัดไป ไม่ได้จำเป็นต้องเบิกจ่ายงบฯในช่วงเวลานั้นก็ได้”

ถามว่า จำเป็นต้องกำหนดช่วงเวลาในการใช้จ่ายเงินเอาไว้ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปี 2567 หรือไม่

นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า จริงๆ มันเป็น Definition ของสำนักงบประมาณอยู่แล้ว ส่วนราชการต้องเบิกจ่ายงบฯภายในวันที่ 30 กันยายนของทุกปี แต่การเบิกจ่ายจริงไม่จำเป็นต้องเบิกจ่ายในช่วงเวลานั้น หากเป็นภาระผูกพันที่รัฐบาลต้องจ่าย สามารถทำเป็นงบผูกพันได้

ถามว่าหากเป็น Definition อยู่แล้ว ทำไมสำนักงบประมาณจึงตั้งขอสังเกต

ดร.เผ่าภูมิ ตอบว่า เป็นคำมาตรฐานอยู่แล้วครับว่าต้องใช้จ่ายงบประมาณประจำปีภายใน 30 กันยายนของทุกปี แต่ Definition ในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ หมายถึง การเบิกจ่าย และภาระผูกพัน

ถามว่า รัฐบาลใช้วิธีการกันเงินงบประมาณเอาไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปีใช่หรือไม่
ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า “เป็นภาระผูกพัน ซึ่งใช้คำนี้น่าจะอธิบายได้ดีกว่า”

ถามว่ากระทรวงการคลังต้องเร่งจัดทำข้อมูล Digital Wallet เสนอที่ประชุม ครม.อีกครั้ง หรือไม่

ดร.เผ่าภูมิ ระบุว่า ความคืบหน้าเป็นเรื่องกระบวนการของงบประมาณมากกว่า หากงบฯกลางปี 2567 และงบฯปี 2568 ที่มีการขยายกรอบวงเงินขึ้นไป ก็จะเป็นใน 2 ส่วนนี้ที่จะมีการพิจารณา ส่วนความคืบหน้าต่างๆ ปัจจุบันเรามีการประชุมคณะกรรมการกำกับฯ เกือบทุกสัปดาห์ ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณา 3 – 4 ชั่วโมงทุกครั้ง เพราะมีรายละเอียดมากมาย เช่น การตรวจสอบอายุของที่ได้รับสิทธิ , ตรวจสอบความเป็นเกษตรกร , ตรวจสอบอาชีพ , ตรวจสอบเงินฝากในบัญชี ที่ฝากไว้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และธนาคารพาณิชย์เอกชนด้วยมีการหารือในประเด็นอื่นๆอีกหลายประเด็น เราทำงานกันอย่างต่อเนื่อง

ถามว่าการพัฒนาแอปฯหลังบ้านดำเนินการโดยหน่วยงานใด

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า พัฒนาโดย DGA หรือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมทุกอย่างอยู่ในกำหนดการ ซึ่งตามไทม์ไลน์จะมีการเปิดให้ลงทะเบียนในภาคประชาชนในไตรมาสที่ 3 และสามารถโอนเงิน หรือ เริ่มโครงการได้ในไตรมาส 4 ยืนยัน

ถามว่ากรณีที่รัฐบาลให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายเงินดิจิทัล 10,000 บาท แก่เกษตรกรและครอบครัว กระทรวงการคลังได้ทำหนังสือไปสอบถามความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วหรือยัง

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า “ยังไม่ได้ถาม แต่ก็ต้องถามไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้มีความมั่นใจทางด้านกฎหมาย แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้ถาม”

ถามต่อว่า แล้วจะหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาประเด็นไหน

ดร. เผ่าภูมิ ตอบว่า “คงต้องถามไปในลักษณะของโครงการ เช่น หาก ธ.ก.ส.ต้องดำเนินโครงการในตามที่กล่าวข้างต้นนี้สามารถทำได้หรือไม่ ตรงตามวัตถุประสงค์ หรือ ตามพันธกิจต่างๆของ ธ.ก.ส. หรือไม่ แต่ที่สำคัญ ธ.ก.ส.ต้องทำเรื่องเสนอขึ้นมา ก่อนที่จะส่งเรื่องไปถามคณะกรรมการกฤษฎีกา ปัจจุบันยังไม่มีโครงการที่ส่งมาจาก ธ.ก.ส. มันเป็นเพียงกรอบการใช้เงินของโครงการดิจิทัล วอลเล็ตเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะอยู่ในกรอบเวลา ซึ่งจะมีการทำเรื่องสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาในเวลาที่เหมาะสม”

ถามว่า งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี 2567 ที่ตั้งวงเงินเอาไว้ที่ 1.22 แสนล้านบาท ยังไม่พอที่จะนำไปใช้ในโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ต้องใช้เงินจากงบกลางของปี 2567 หรือไม่ และวงเงินงบกลางเหลืออยู่เท่าไหร่

ดร.เผ่าภูมิ กล่าวว่า อย่างที่ให้สัมภาษณ์ไปบ้างว่าโครงการดิจิทัล วอลเล็ตจะใช้งบประมาณในปี 2567 ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ 1. งบกลาง 2. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี 2567 และ 3. คือการโอนเงินงบประมาณปี 2567 ซึ่งการโยกงบประมาณไม่ได้ใช้แล้ว เปลี่ยนมาใช้งบกลาง กับ งบฯกลางปี 2567 แทน ยืนยันว่างบกลางของปี 2567 มีวงเงินเหลือเพียงพอที่จะนำมาใช้ในการดำเนินโครงการดิจิทัล วอลเล็ต

**[

  • ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ 8 เดือน กลับลำ “แหล่งเงิน” หลายตลบ ทำงบเบิกจ่ายปี’67 ค้างท่อกว่า 5 แสนล้าน ](https://thaipublica.org/2024/05/giving-away-10000-baht-digital-wallet/)**

**[

  • ครม.กลับลำจัดงบกลางปี’67 ทำ ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ แทนโยกงบ กู้ชดเชยขาดดุลได้ 815,000 ล้าน-เคาะวงเงิน 28 พ.ค.นี้ ](https://thaipublica.org/2024/05/cabinet-allocated-additional-mid-year-budget-for-digital-wallets/)**

**[

  • สภาพัฒน์ฯหั่น GDP ปี’67 เหลือ 2.5% หลังเศรษฐกิจไทย Q1 โตแค่ 1.5% ](https://thaipublica.org/2024/05/nesdb-cuts-gdp-in-2024/)**

**[

  • การบริหารเศรษฐกิจ แบบเพี้ยนๆของ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ ](https://thaipublica.org/2024/02/srettha-governments-crazy-economic-management/)**

**[

  • กลเกมหาแหล่งเงินรัฐบาลเศรษฐา! 10 เม.ย.นี้ เคาะ ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’ มาจากไหน? ](https://thaipublica.org/2024/04/digital-wallet/)**

**[

  • รัฐบาล“เศรษฐา” กลับลำสั่งคลัง-สำนักงบฯ หา 5 แสนล้าน ลุย ‘Digital Wallet’- คาดใช้ 3 แนวทาง ](https://thaipublica.org/2024/03/behind-the-scenes-srettha-return-find-budget-move-forward-digital-wallet/)**

**[

  • ‘เพื่อไทย’ แจ้ง กกต. 70 นโยบาย ใช้เงินจากไหน ? ](https://thaipublica.org/2023/04/responsible-election2566-17/)**

**[

  • ครม.เร่งล้างท่องบฯปี’67 จี้ทำสัญญา พค.นี้ – ปรับบำนาญ ขรก.เป็น 11,000 บาท เริ่ม 1 พ.ค.นี้ ](https://thaipublica.org/2024/04/srettha-cabinet-02-04-2567/)**

**[

  • เงินดิจิทัล 10,000 บาท แจก 5.6 แสนล้านบาท บริหารอย่างไร-ไม่ต้องกู้ ](https://thaipublica.org/2023/09/digital-money-10000-baht-no-need-to-borrow/)**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...