โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

พบนกแก้วอีกครั้งในออสเตรเลีย หลังเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปกว่า 100 ปี โดยมีมากถึง 50 ตัวในรัง

Environman

เผยแพร่ 23 ต.ค. 2567 เวลา 12.00 น.

พบนกหายากของออสเตรเลียอีกครั้ง หลังเคยคิดว่าสูญพันธุ์ไปกว่า 100 ปีแล้ว ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและนักวิทยาศาสตร์พลเมือง รังที่ใหญ่ที่สุดของ ‘นกแก้วกลางคืน’ ก็ได้รับการเปิดเผยออกมา

นกแก้วกลางคืน หรือ night parrots (Pezoporus occidentalis) เป็นนกที่ชอบออกหากินตอนกลางคืน ซึ่งเคยมีอยู่อย่างแพร่หลายในพื้นที่ห่างไกลออสเตรเลีย แต่เมื่อกลุ่มล่าอาณานิคมเข้ามา สัตว์นักล่าเอเลี่ยนสปีชีส์สายพันธุ์รุกรานก็ได้กวาดล้างสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ไปอย่างรวดเร็ว

จนในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ผู้คนก็เชื่อกันว่านกแก้วสีเขียวสดใสเหล่านี้ได้จากพวกเขาไปแ้ลวตลอดกาล จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ได้กลับมาค้นพบนกแก้วกลางคืนตัวหนึ่งอีกครั้งทางตะวันตกของรัฐควีนส์แลนด์ในปี 1990 ทว่ามันก็ยังคงเป็นเรื่องเศร้าใจเนื่องจากนกแก้วตัวที่พบนั้นเสียชีวิตไปแล้ว

อย่างไรก็ตามจนกระทั่งในปี 2013 นักธรรมชาติวิทยาได้พบประชากรนกราวสิบกว่าตัวที่ยังมีชีวิตอยู่ทางตะวันเฉียงใต้ของควีนส์แลนด์ นับตั้งแต่นั้นมาทุกคนต่างก็คอยปกป้องพวกมัน และดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี ตามรายงานใหม่ที่เผยแพร่บนวารสาร Wildlife Research เจ้าหน้าที่ได้พบนกแก้วกลางคืนรังใหญ่ที่สุดที่มีสมาชิก 50 ตัว

“พวกเราเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า Ngururrpa ได้ออกตามหานกแก้วกลางคืนมาตั้งแต่ปี 2019 ตอนแรกเราคิดว่าพวกมันอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวเท่านั้น แต่แล้วเราก็เริ่มตรวจสอบในพื้นที่อื่น ๆ และเราพบหลักฐานว่าพวกมันอยู่ที่นี่” Clifford Sunfly ผู้เขียนรายงานกล่าว “เรายังคงตามหาพวกมันเพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันปลอดภัยดี และเราก็ยังคงพบพวกมันอยู่

ด้วยการวางเครื่องบันทึกเสียงที่เรียกว่า songmeters ไว้ 31 จุดทั่วพื้นที่อันกว้างใหญ่ทางตะวันออกของ Pilbara ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลที่สุดและมีผู้อยู่อาศัยเบาบางที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากทั้งหมดมี 17 จุดที่สามารถบันทึกเสียงนกแก้วกลางคืนได้ เมื่อเบาะแสดังกล่าว ทีมวิจัยจึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ

ตามที่ Nick Leseberg นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์กล่าว เสียงร้องของนกแก้วกลางคืนนั้นฟังดูเหมือนเสียงโทรศัพท์เข้า “didly dip, didly dip” โดยตามตำนานเรื่องเล่าของชาวพื้นเมืองในอดีตระบุว่าเสียงนี้นคือเสียงของวิญญาณช่วยร้ายเพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ออกห่างจากกองไฟมากเกินไป

วัฒนธรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยปกป้องนกแก้วกลางคืนให้อยู่รอดในอดีต หลังจากระบุเสียงได้แล้วทีมวิจัยก็คำนวณความเป็นไปในตำแหน่งต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีนกแก้วอยู่ และอาจมากถึง 40-50 ตัว ท้ายที่สุดผลลัพธ์ก็นำไปสู่ความสำเร็จ มีนกแก้วที่มีชีวิตอยู่มากถึง 50 ตัวบนผืนดินของป่า Ngururrpa

“สถานที่ขนาดใหญ่ที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้เหล่านี้ ทำให้สายพันธุ์ต่าง ๆ ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้ เนื่องจากพวกมันยังคงมีประชากรจำนวนมาก และมีสุขภาพดีที่สามารถเคลื่อนที่ผ่านภูมิประเทศได้” James Watson นักชีวภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้ กล่าว

ทีมวิจัยและเจ้าหน้าที่ระบุว่า จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อปกป้องประชากรนกแก้วกลางคืนที่เพิ่งค้นพบนี้ และเพื่อ “ให้แน่ใจว่านกแก้วกลางคืนจะไม่หายไปเป็นครั้งที่สอง หรือจะไม่หายไปอีกตลอดกาล”

ที่มา

https://www.publish.csiro.au/WR/WR24083

https://www.smithsonianmag.com/…/rare-and-elusive…/

https://www.iflscience.com/largest-colony-of-night…

Photo: Ngururrpa Rangers, Nicholas Leseberg

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...