ไออาร์พีซี กับ แรมโบ้อีสาน
การคงอันดับราคาหุ้นกู้ของไออาร์พีซีโดยฟิทช์ เรทติ้งส์ไม่น่าจะทำให้นักลงทุนเชื่อใจถือหุ้นไออาร์พีซีต่อไปพอ ๆ กับการแต่งตั้งนักการเมืองชื่อดังแรมโบ้อีสานเข้ามานั่งในบอร์ดของบริษัทล่าสุด ซึ่งทำให้เกิดความกังวลใจว่าการเมืองจะเข้าครอบงำบริษัทปิโตรเคมีคอลรายใหญ่ของไทยรายนี้
ผลจากการประกาศจัดอันดับเรตติ้งหุ้นกู้บริษัทไออาร์พีซีที่ ฟิทช์ เรทติ้งส์รายงานว่า อันดับคงเดิม เนื่องจาก ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) ที่ราคา 80 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรลในปี 2567 และ 70 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรลในปี 2568 และ 65 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรลในปี 2569 ถึงปี 2570 และ 60 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรลในปี 2571 เป็นต้นไป โดยมีการปรับปรุงด้วยส่วนต่างราคาน้ำมันตามการซื้อน้ำมันดิบของ IRPC ใช้กำลังการกลั่นน้ำมันที่ประมาณ 192,000 ถึง 195,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2567-2568 Gross integrated margins (ธุรกิจน้ำมันและปิโตรเคมี) ที่ไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากมูลค่าสต๊อกน้ำมัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2567 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2568 แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนประมาณ 6 พันล้านบาทในปี 2567 และปีละ 2-4 พันล้านบาทในปีต่อ ๆ ไป เทอมการชำระเงินสำหรับการซื้อน้ำมันดิบจากปตท. 90 วัน ต่อเนื่องในปี 2567-2568 และค่อย ๆ ลดลงเหลือ 30 วันภายในปี 2570 ปัจจัยที่อาจมีผลกับอันดับเครดิตในอนาคตไม่มี เนื่องจากฟิทช์ประกาศยกเลิกเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสภาพคล่องไปเสียแล้ว
แต่การที่มีการแต่งตั้งบุคคลภายนอกซึ่งเป็นนักการเมืองชื่อดังอย่างแรมโบ้อีสานมานั่งเป็นกรรมการบริษัทล่าสุด ทำให้คนมองว่าบริษัทอาจจะถูกครอบงำด้วยนักการเมือง
บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทฯในการประชุมครั้งที่ 10/2567 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2567 มีมติแต่งตั้ง นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทนนายกฤษณ์ อิ่มแสง กรรมการ กรรมการบริหารความเสี่ยง และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่ลาออก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ มีมติแต่งตั้งกรรมการ ทดแทนกรรมการที่ลาออก/ตำแหน่งที่ว่างดังนี้
(1) นายบุรณิน รัตนสมบัติ เป็น กรรมการ ทดแทนนางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
(2) นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ เป็น กรรมการ ทดแทนนายประสงค์ อินทรหนองไผ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
(3) พล.ต.ท.นพ. โสภณรัชต์ สิงหจารุ เป็น กรรมการอิสระ ทดแทนนางสาวสิริวรรณ เจียระพงษ์ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
(4) นายเสกสกล อัตถาวงศ์ เป็น กรรมการอิสระ ทดแทนนางประณต ติราศัย มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป
(5) นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล เป็น กรรมการ ทดแทนนายกฤษณ์ อิ่มแสง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป
การปรากฏชื่อกรรมการชุดใหม่สองคนที่มาจากนักการเมืองคือนาย พงศ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ และ นายบุรณิน รัตนสมบัติ (ฉายาแรมโบ้อีสาน) ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะทำให้เกิดการครอบงำทางการเมือง ทำให้บริษัทปิโตรเคมีคอลรายใหญ่ตัดสินใจผิดพลาดได้
การแต่งตั้งกรรมการที่มาจากนักการเมืองฟากรัฐบาลถือเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นในเครือข่ายปตท. มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งสองคนนี้ไม่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนี้มาก่อนเลย ถือเป็นการแทรกแซงอย่างเปิดเผยจากฝ่ายนักการเมือง ซึ่งพอ ๆ กับการที่แต่งตั้งนายทหารเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทหลังจากการทำรัฐประหารในแต่ละครั้งที่ผ่านมา
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปูนบำเหน็จให้กับบุคคลฝ่ายการเมืองโดยที่บริษัทไม่ได้รับผลประโยชน์แต่อย่างใด
ปรากฏการณ์เช่นนี้ซึ่งเป็นจุดแรกเริ่มของการแทรกแซงบริษัทจดทะเบียนมหาชนโดยพรรคการเมืองจึงถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง และไม่น่าประหลาดใจหากนักวิเคราะห์ทั้งหลายจะแนะนำให้ขายหุ้นไออาร์พีซีทิ้ง
วิษณุ โชลิตกุล