โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พ่อเมืองตราด’สั่งทุกหน่วยรับมือมรสุม เตือน 7 นายอำเภอที่ไหนน้ำท่วม‘มีปัญหานะ’

แนวหน้า

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

‘พ่อเมืองตราด’สั่งทุกหน่วยรับมือมรสุม เตือน 7 นายอำเภอที่ไหนน้ำท่วม‘มีปัญหานะ’

20 กรกฎาคม 2565 นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด (ผวจ.ตราด) สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมติดตามสถานการณ์ข้อมูลปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ระดับน้ำล้นตลิ่ง และการขึ้นลงของน้ำทะเล พร้อมทั้งประสานการปฏิบัติงาน เพื่อแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงผ่านสื่อทุกสื่อและหอกระจายข่าว ภายหลังที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือน 33 จังหวัด และ กทม. โดย จ.ตราด เป็นจังหวัดที่อยู่ในการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลองเพิ่มขึ้น อ่างเก็บน้ำเสี่ยงน้ำล้น ช่วงวันที่ 20-25 กรกฎาคม 2565 เนื่องจากมีฝนตกหนักลงมาติดต่อกันหลายวัน

ผวจ.ตราด เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทั้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม แล้วนำข้อมูลทั้งหมดมาวางแผนป้องกันภัย และหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต้องมีแผนการอพยพประชาชนไปในพื้นที่ปลอดภัยพร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนยกสิ่งของขึ้นที่สูง

ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง โครงการชลประทานตราด รายงานข้อมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ปริมาณน้ำในอ่างมีจำนวน 37.150 ล้าน ลบ.ม. หรือ 100.95 % และหากเปรียบเทียบกับวันเดียวกันเมื่อปี 2564 พบว่า มีปริมาณน้ำเพียง 21.862 ล้าน ลบ.ม. หรือ 59.41 % ส่งผลให้น้ำล้นสปิลเวย์ไหลลงคลองห้วยแร้งสู่พื้นที่ตอนล่างแล้ว โดยพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำที่ล้นสปิลเวย์ คือ พื้นที่ทางการเกษตร บ้านประชาชนที่อยู่ติดคลองใน ต.ห้วยแร้ง และ ต.ท่ากุ่ม

วันเดียวกัน ผวจ.ตราด ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่ ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ว่า ภาพข่าวน้ำท่วมที่ ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ ที่ออกมาผ่านสื่อจะเห็นว่าชาวบ้านกำลังอพยพสิ่งของหนีน้ำ ทำไมไม่มีการแจ้งเตือนก่อนที่น้ำจะท่วม สภาพคูคลองที่อยู่ในแต่ละพื้นที่นั้นจะต้องดูแลและทำให้เกิดการระบายน้ำได้ดี อย่าให้มีการกีดขวางทางน้ำเหมือนที่เกิดขึ้นที่ ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ ที่ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ

“เตือนแล้วบอกแล้วก็ไม่ฟัง คนในพื้นที่จะรู้ว่าฝนที่ตกทุกวันปริมาณน้ำฝนในแต่ละวันก็รู้อยู่ที่มาจากแม่น้ำลำคลอง เมื่อสูงขึ้นและอาจจะท่วมก็ต้องเร่งอพยพอย่างให้เกิดความเสียหายขึ้น วันนี้ผมกำลังเฝ้าดูอยู่ทั้งใน อ.บ่อไร่ และ อบต.ทุกแห่ง รวมทั้งทุกอำเภอหากอำเภอไหนมีน้ำท่วมมีปัญหานะ เพราะได้เตือนแล้ว บอกแล้ว ก็ไม่ฟัง คุณเป็นเจ้าหน้าที่คุณต้องรู้ว่าน้ำมาอย่างไร ก็ตกทุกวันปริมาณน้ำฝนก็วัดทุกวัน แล้วทำไมไม่เตรียมการให้เขา อย่าให้มีข่าวแบบนี้อีกนะ” ผวจ.ตราด กล่าว

นายชำนาญวิทย์ กล่าวว่า ในส่วน ต.ห้วยแร้ง ที่เป็นพื้นที่ท่วมซ้ำซาก ที่ ต.ห้วยแร้ง และ ต.ท่ากุ่ม ให้ระวังไว้ เพราะเมื่อเดือนตุลาคม 2564 ที่เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ก็พบว่า มีน้ำท่วมนาข้าวนับเป็นร้อยกว่าไร่ ซึ่งโชคดีที่ฝนไม่ตกซ้ำ ทำให้สามารถระบายน้ำได้ใน 3 วัน ดังนั้นต่อไปดูสภาพของคูคลองให้ดีว่ามีปริมาณน้ำสะสมเท่าไร มีอะไรกีดขวางทางน้ำบ้าง และหากมีปริมาณน้ำมาก มีแก้มลิงในการเก็บกักน้ำหรือไม่ หากหน้าฝนน้ำท่วมแสดงว่าท่านกักน้ำ หน้าแล้ง แล้ง แสดงว่าท่านไม่กักน้ำ ดังนั้นเวลาหน้าฝนต้องกักน้ำเพื่อป้องกันท่วม หน้าแล้งก็กักน้ำเพื่อนำน้ำมาใช้

ผวจ.ตราด กล่าวอีกว่า เวลาฝนตกมาท่านไม่เก็บกัดน้ำลงทะเลหมด และเมื่อน้ำสาธารณะไม่มีเวลาต้องการทุกคนต้องการน้ำสาธารณะทั้งหมด แต่น้ำสาธารณะจ.ตราดมีไม่เพียงพอ เพราะแต่ละคนเอาที่ดินไปปลูกผัก ปลูกหญ้ากันหมด และผักหญ้าต้องการน้ำทั้งนั้นโดยเฉพาะทุเรียน ที่วันนี้ชาวสวนตัดต้นยางไปปลูกทุเรียนกันหมด ซึ่งสวนยางต้องการน้ำน้อยกว่าทุเรียน ซึ่งปีนี้ได้รับรายงานว่า มีการตัดต้นยางเพื่อปลูกทุเรียนกว่าแสนไร่ แล้วแสนไร่ต้องใช้น้ำเท่าไร ซึ่งแต่ละคนไม่มีแหล่งน้ำของตัวเองทั้งนั้น จริงเท็จอย่างไรต้องถามเกษตรจังหวัดว่าตัวเลขจริงเท่าไร หากเป็นเช่นนั้นจริง จะต้องใช้น้ำมหาศาลขนาดไหน

“ตัวอย่างปลูกทุเรียน 100 ไร่ ต้องใช้น้ำเท่าไร เพราะสภาพแหล่งน้ำของ จ.ตราด เก็บกักไม่ได้เท่าไร ต้องฝากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนักวิชาการ ได้เข้ามาแก้ไข ไปดูสิว่า ต้องใช้น้ำเท่าไรจึงจะเพียงพอกับความต้องการไม่เช่นนั้นต่อไปเกิดปัญหาแน่” ผวจ.ตราด กล่าว

-005

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...