โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมเผาศพ "ปลา" เหยื่อ ตึก สตง. ถล่ม ลูกสาว เล่านาทีรอดชีวิต

Khaosod

อัพเดต 03 เม.ย. 2568 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 06.37 น.
เตรียมเผาศพ

เตรียมเผาศพ "ปลา" เหยื่อ ตึก สตง. ถล่ม ลูกสาว เปิดใจ เล่านาทีรอดชีวิต เผยคำพูดสุดท้ายก่อนไม่มีสัญญาณมือถือ ยังไม่รู้ชะตากรรมพ่อและแฟนหนุ่ม

วันที่ 3 เม.ย.2568 ที่ศาลาธรรมสังเวช วัดโพธิ์ธาตุ ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพ น.ส.อรอุมา แก่นเมือง หรือ ปลา อายุ 33 ปี ผู้รับเหมาที่ทำงานเดินสายไฟฟ้า ภายในอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 30 ชั้น แห่งใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแล้วถล่มลงมา เป็นเหตุให้ น.ส.อรอุมาเสียชีวิตในซากตึก ซึ่งทีมค้นหาพบศพเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

น.ส.อารยา หรือ น้ำตาล อายุ 21 ปี ลูกสาวของผู้ตาย พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ต่างพากันจุดธูปเคารพศพผู้ตาย พร้อมเปิดเผยว่า ตนรับศพของแม่เดินทางถึงวัดใน อ.ชุมแพ เมื่อเวลา 22.00 น.ที่ผ่านมา และจะตั้งสวดอภิธรรมศพ 1 คืน จากนั้นก็จะเผาศพแม่วันที่ 4 เม.ย.นี้

เตรียมเผาศพ

เตรียมเผาศพ "ปลา" เหยื่อ ตึก สตง. ถล่ม ลูกสาว เปิดใจ เล่านาทีรอดชีวิต เผยคำพูดสุดท้ายก่อนไม่มีสัญญาณมือถือ ยังไม่รู้ชะตากรรมพ่อและแฟนหนุ่ม

สำหรับแม่กับพ่อนั้น รับเหมางานระบบไฟฟ้าจากบริษัทแห่งหนึ่ง จึงพากันทำงานที่อาคาร สตง.มาร่วม 2 เดือนแล้ว โดยมีทีมงานที่ทำงานด้วยกันรวมทั้งหมด 8 คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวก็มี ฟาส หรือ นายเจษฎา ส่อนชัย อายุ 21 ปี แฟนของตนรวมอยู่ด้วย

วันเกิดเหตุนั้นพ่อแม่ให้ลงมาเอาอุปกรณ์ที่ชั้นล่าง จู่ ๆ เกิดแผ่นดินไหวขึ้น โดยตอนที่แผ่นดินไหว ตนได้โทรหาแม่ ซึ่งแม่บอกว่าอยู่ในที่ปลอดภัยทั้ง 3 คน มีพ่อ มีแม่ และฟาส แต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ชั้นไหน พร้อมกับบอกให้วิ่งหนี ตนจึงวิ่งออกไป ก่อนจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

จึงพยายามติดต่ออีกครั้ง โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย และไม่สามารถติดต่อได้อีก และก่อนที่ตึกถล่ม ช่วงเช้าขณะเดินทางมาที่ตึกเพื่อเริ่มทำงาน จู่ ๆ รถกระบะของพ่อที่ขับมาเกิดยางแตก แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นลางบอกเหตุอะไร และพอแผ่นดินไหวไม่ถึง 2 นาที ตึกทั้ง 29 ชั้นถล่มลงมาทั้งหมด

ตอนนี้พบเพียงศพของแม่ แต่ยังไม่พบร่างของแฟนกับพ่อ ก่อนที่จะพาร่างแม่กลับมาที่วัดเมื่อคืนที่ผ่านมา ตอนนี้เป็นห่วงน้อง อยากให้น้องมีอนาคตด้านการเรียน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

ตนวางแผนแต่งงานกับฟาสไว้ คิดกันว่าจะแต่งงานกันในช่วงวันสงกรานต์ที่จะถึงนี้ และได้พูดคุยกันไว้ว่า หลังพิธีหมั้นหากไม่ไปทำงานกับพ่อแม่ต่อก็จะแต่งงานกันทันทีและทำงานอยู่ที่ขอนแก่น ตลอดเวลาที่คบกับฟาส ฟาสจะบอกเสมอว่าห่วงตนและห่วงตากับน้องที่อยู่บ้าน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ก็จะทำการเผาศพแม่ส่งดวงวิญญาณตามประเพณี

ด้าน นายพีรพล อายุ 30 ปี คนงานของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว กล่าวว่า วันเกิดเหตุ พี่ปลาให้ลงไปเอากระติกน้ำที่อยู่หน้ารถขึ้นมาให้ เพราะลืมเอาไว้ ตอนแรกพี่ปลาอยู่กับตน ตนจึงบอกพี่ปลารออยู่ตรงนี้ ก่อนจะลงไปชั้น 25 เพื่อเอากุญแจรถ

พอลงลิฟต์ไปถึงชั้น 1 ได้ยินเสียงปูนแตก และมีเสียงกรีดร้อง ตนจึงหนีทันที โดยมีคนขับลิฟต์อีกคนวิ่งตามมา ซึ่งรอดทั้งคู่ ตอนที่วิ่งไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่าต้องวิ่งให้เร็วที่สุด แล้วออกมาเจอสังกะสีกั้นทางไว้จึงรีบพังออกมา และเห็นคนอื่น ๆ ที่วิ่งตามกันออกมา พร้อมกับความรู้สึกตกใจเกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้

พอออกมาได้ ก็วิ่งออกตามหาน้องน้ำตาล เพราะน้องน้ำตาลลงมาเอาของก่อน โดยตะโกนหาตามถนน ก่อนจะเจอกันด้านหน้าทางเข้าอาคาร แต่พี่ปลาและคนอื่น ๆ ติดอยู่ด้านใน

ปกติตนจะเอาโทรศัพท์ไปด้วย แต่เอาไปก็พังทุกครั้ง จอแตกบ้าง เปิดไม่ติดบ้างซึ่งเสียไปแล้ว 4 เครื่อง วันเกิดเหตุจึงเอาโทรศัพท์ที่ซื้อใหม่เก็บไว้ที่ห้อง ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร

แต่หลังจากเสร็จงานศพก็จะบวชแก้บนตามที่แม่บนบานเอาไว้ และความตั้งใจส่วนตัวก็อยากจะบวชให้กับพี่ปลาและสามีพี่ปลาด้วย รวมทั้งฟาสแฟนของน้องน้ำตาลด้วย เป็นเวลา 7 วัน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้

ตนอยู่ทำงานกับพี่ปลาได้ 3 ปีแล้ว มีความเคารพนับถือพี่ปลาและพี่หัว สามีพี่ปลามาก ตอนนี้จะอยู่ช่วยงานที่นี่ก่อน โดยพ่อและแม่ของตนจะเดินทางมาหาในวันนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตรียมเผาศพ "ปลา" เหยื่อ ตึก สตง. ถล่ม ลูกสาว เล่านาทีรอดชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...