Sukh Festa เทศกาลขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ ด้วยสีสันความสุขแบบฉบับสุโขทัย
ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ งานแห่ช้างบวชนาคไทพวน หรือ เทศกาลวันพิชิตยอดเขาหลวง
ถ้าไม่นับอุทยานประวัติศาสตร์ กิจกรรมข้างต้นคงจะเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่หลายคนเลือกปักหมุดลงแพลนเที่ยว “จังหวัดสุโขทัย”
จริง ๆ แล้ว เมืองแห่งนี้อุดมไปด้วยคุณค่าหลากมิติ รวมถึงสารพัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งต่อยอดจากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมอันมีอัตลักษณ์ ที่รอให้ทุกคนไปสำรวจและสัมผัสอยู่มากมาย
“นอกจากช่วงเทศกาลหรืองานประเพณีสำคัญของจังหวัด เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นอีกเดือนน่าเที่ยวของสุโขทัย เพราะอากาศดี มีนักท่องเที่ยวคึกคัก แต่เรากลับขาดกิจกรรมรองรับคนกลุ่มนี้” วิวัตน์ ธาราวิวัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัย บอกเล่าถึงปัญหาที่ไม่ได้มาจากการขาดแคลน หากเป็นเรื่องขาดการจัดการ ซึ่งทำให้เมืองเสียโอกาสอย่างน่าเสียดาย
ตลาดมีเขียว
เหตุนี้เอง เมื่อปีกลายเขาและทีมผู้ร่วมก่อการ ประกอบไปด้วย ดร.จารุวรรณ แดงบุบผา ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต และผู้อำนวยการสถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านการจัดการท่องเที่ยว (CoETR) มหาวิทยาลัยนเรศวร ศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง และเนืองนิตย์ ชัยภูมิ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย จึงริเริ่มขับเคลื่อนเทศกาล ‘Sukh Festa’ เพื่อถมช่องว่างและสร้างจุดขายให้กับเมืองในช่วงเดือนกุมภาฯ ด้วยการนำเสนอกิจกรรมแห่งความสุขหลากหลายรูปแบบที่ซุกซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมเมือง เพื่อส่งมอบประสบการณ์รื่นรมย์แก่ผู้มาเยือน จุดแรงบันดาลใจให้ผู้คน ชุมชน และคนรุ่นใหม่มองเห็นโอกาสต่อยอดพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนฉายศักยภาพของเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts and Folk Art) แห่งนี้ให้เปล่งประกายยิ่งขึ้นอย่างมีชีวิตชีวา
จากใจและสายตา
“พอวางแผนเสร็จสรรพ เราก็มานั่งคุยกันว่า พอจะมีใครบ้างนะที่ตอบรับเราแน่ แล้วก็ยกหูโทรไปชวน” ดร.จารุวรรณ ตั้งต้นเล่าถึงพัฒนาการจากแนวคิดในอากาศ สู่เทศกาลน้องใหม่ของสุโขทัย
โดยปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้วิธีการเรียบง่ายนี้ทรงประสิทธิผล คือการเฟ้นหาผู้คนที่มีพื้นที่และกิจกรรมของตัวเองเป็นทุน ที่สำคัญคือมีหัวใจและสายตามองไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมร่วมแรงอย่างไม่คาดหวังเรื่องงบประมาณสนับสนุน เพื่อผลักดันก้าวแรกของเทศกาลให้เกิดขึ้นบนความยั่งยืนและต่อเนื่อง
“ก่อนหน้านี้ผมทํากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่แล้ว พอได้ฟังไอเดียเทศกาล ผมก็ตอบตกลงเลยทันที เพราะมองว่ามันคือโอกาสผลักดันเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในกลุ่มเกษตรกร แล้วก็สามารถช่วยให้กิจกรรมที่จัดอยู่รอบนอกเมืองแบบจัดกันเองเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย” กิตติพงศ์ แสงสุข ตัวแทนเครือข่ายตลาดมีเขียว สื่อกลางตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ อธิบายเหตุผลการเข้าร่วมปลุกปั้น Sukh Festa
เช่นเดียวกันกับ รวีวรรณ ขนาดนิด ผู้ประกอบการธุรกิจร้านสุนทรีผ้าไทย ที่ตัดสินใจขยับกำหนดการจัดกิจกรรมเฮือนพวนชวนคราฟต์ จากเดิมที่หวังพึ่งกระแสงานแห่ช้างบวชนาคไทพวน พลันกระโดดร่วมขบวนไปกับเทศกาลในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน
บางขลังศิลปะจากกสิกรรม (Bang Khang Art From Agriculture) : Suk - ซุก – ศิลป์
บางขลังศิลปะจากกสิกรรม (Bang Khang Art From Agriculture) : Suk - ซุก – ศิลป์
“เราย้ายงานจากเดือนเมษายน มาจัดในเดือนกุมภาฯ ที่อากาศดีกว่า งานจึงคึกคักขึ้น แล้วในแง่หนึ่งก็ยังเป็นเสมือนเดือนแห่งความรัก เข้ากันกับเทศกาลแห่งความสุข เราจึงยินดีมากที่ได้เข้าร่วม และส่วนตัวเชื่อว่า ด้วยแนวคิดและแนวทางจะสามารถทำให้ Sukh Festa เติบโตไปเป็นเทศกาลสร้างสรรค์ของจังหวัดได้”
ค่ำคืนเปี่ยมสุข
เพราะรู้สึกไม่ต่างกันว่า สุโขทัยนั้นเป็นเมืองที่มีความสุขอยู่รอบ ๆ ตัว ในช่วงตั้งไข่เทศกาลทุกคนจึงระดมสมองถอดนิยามความสุขของเมืองแห่งนี้ จนได้ออกมาว่า ‘สุขวิถี สุขสำราญ สุขคราฟต์ สุโขทัย’ ที่สะท้อนจากมนต์เสน่ห์วิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และงานฝีมือ อีกทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเทศกาลแสนน่ารัก ความหมายดี
“คำว่า Sukh พ้องเสียงมาจากความสุขและสุโขทัย สองหัวใจหลักของเทศกาลนี้ ส่วนที่เราเลือกใช้ว่า Festa เพราะไม่ได้เป็นการรวมเอาทุกกิจกรรมมาจัดไว้ในพื้นที่เดียวกัน แต่ Festa เป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก และบรรยากาศรื่นเริงของการเฉลิมฉลองที่กระจายอยู่ในหลาย ๆ จุด” ดร.จารุวรรณ อธิบาย ก่อนเสริมว่า สิ่งนี้สะท้อนความตั้งใจของทีมงานที่อยากสร้างโมเดลเทศกาลให้คนที่มาได้สัมผัสกับความสุขของสุโขทัย ผ่านการส่งมอบประสบการณ์จริงอันน่าประทับใจจากกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่าการเดินชมนิทรรศการในพาวิลเลียน
“เราต้องขอบคุณทาง CEA ด้วยนะครับที่ให้ความรู้กับเราเยอะมากและเปิดมุมมองให้เราเห็นความเป็นไปได้ของการจัดเทศกาลลักษณะนี้” ศักดิ์เกษม แบ่งปันความคิดเห็นจากการเข้าร่วมเวิร์กช็อปบ่มเพาะผู้ขับเคลื่อนย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเชื่อมโยงเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย (Thailand Creative District Network : TCDN) พร้อมร่วมกับคนท้องถิ่นในเมืองเล็ก ๆ สร้างกระบวนการพลิกฟื้นต้นทุนของเมือง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีในบ้านเกิดของตัวเอง
นอกจากนี้ ปลายปีที่ผ่านมา CEA ยังต้อนรับและสนับสนุนเหล่านักสร้างสรรค์ในเครือข่าย TCDN ให้เข้าร่วมเทศกาล Chiang Mai Design Week 2024 เพื่อเรียนรู้วิธีคิด การออกแบบและจัดการเทศกาล ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการสร้างสรรค์จากสุโขทัยได้มาปล่อยของกันในงานนี้ด้วย
“กลับจาก Chiang Mai Design Week ไฟพวกเราทุกคนแรงมาก ทำให้ปีนี้จัดงานแบบมั่นใจมากขึ้น โดยใช้ธีมว่า ‘Night Life Green Growth’ เน้นนำเสนอสีสันแห่งความสุขและความรื่นเริงผ่านกิจกรรมยามราตรี ที่มีข้อดีในเรื่องของสภาพอากาศเย็นสบายกว่าช่วงกลางวัน ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มโอกาสพักค้างคืน รวมถึงส่งเสริมแนวคิดลดขยะให้เป็นศูนย์ ซึ่งข้อนี้นับเป็นเจตนารมณ์ของเราเลยว่า ไม่ว่าจะธีมไหนเรื่องของกรีนก็ต้องเป็นหัวใจสําคัญ” เนืองนิตย์ ขยายธีมงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เวียนเทียนตะคัน
เวียนเทียนตะคัน
โดยมีเรื่องราวความสุขฉบับสุโขทัยบอกเล่าผ่าน 9 กิจกรรม ที่ไม่เพียงจะสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ หากยังสะท้อนศักยภาพของเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านออกมาอย่างโดดเด่น น่าสนใจ ยกตัวอย่าง กิจกรรม ‘ฟาร์มสุข by Treasure Farm’ ที่รวมสินค้าส่งเสริมความชื่นชีวา งานคราฟต์จากวัสดุรีไซเคิล งานหัตถกรรมท้องถิ่น และ Pop-up bar บรรยากาศดีมาให้ผู้ร่วมงานได้อิ่มอกอิ่มใจ ‘Ban Ban Fest’ กิจกรรมเพลินดนตรีเคียงพื้นที่เวิร์กช็อปงานคราฟต์ ‘เฮือนพวนชวนคราฟต์’ พื้นที่พิเศษของคนรักงานคราฟต์ตัวจริง ที่มีทั้งสินค้างานหัตถกรรมจากหลากหลายแบรนด์ เวิร์กช็อปงานคราฟต์ งาน DIY และโซนอิ่มอร่อยกับสารพัดอาหารพื้นบ้านของชาวไทพวน หรือ ‘บางขลังศิลปะจากกสิกรรม (Bang Khang Art From Agriculture) : Suk - ซุก – ศิลป์’ กิจกรรมผสานศิลปะกับเกษตรกรรมเพื่อสร้างสรรค์ผลงานสะท้อนธรรมชาติ ความยั่งยืน และวิถีชุมชน พร้อมการแสดงศิลปะพื้นบ้านของชุมชนบางขลัง ซึ่งเป็นกิจกรรมประเดิมเริ่มต้นเทศกาลในปีนี้
“ปีนี้เสียงตอบรับของนักท่องเที่ยวและคนในชุมชนเกินความคาดหมายไปเยอะเลยครับ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสังเกตได้เลยว่า มีหลากหลายกลุ่ม ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น และกลุ่มครอบครัว จึงทำให้ชุมชนมีรายได้หมุนเวียนเกินแสนบาท ซึ่งปกติเราจะได้ประมาณหลักหมื่นมาตลอด เพราะเราเป็นกลุ่มเกษตรกรเล็ก ๆ และมีพื้นที่จัดกิจกรรมอยู่รอบนอกเมือง” หัวหอกของเครือข่ายตลาดมีเขียว ยิ้มไม่หุบ
เกื้อหนุนศักยภาพ
เหนือเป้าหมายการแบ่งปันความสุขให้ทุกคนได้รับกลับไปกันถ้วนหน้า Sukh Festa ยังอยากเป็นพื้นที่สร้างโอกาสแก่บรรดานักสร้างสรรค์และคนรุ่นใหม่ที่อยากลงมือทำอะไรดี ๆ เพื่อเมือง รวมถึงเวทีแสดงศักยภาพชุมชน และการเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุโขทัยให้เติบโตอย่างสร้างสรรค์
“เราคิดว่า พอมีผู้คนมาเข้าร่วมกับเทศกาลมากขึ้น มันจะทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นส่วนสําคัญที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของนักสร้างสรรค์ รวมทั้งจุดประกายแรงบันดาลใจให้กับผู้คนและชุมชนในการสืบสาน รักษา และยกระดับงานด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านอันเป็นต้นทุนที่มีคุณค่าของเมืองต่อไป” ดร.จารุวรรณ บอกเล่าภาพฝันของเทศกาล
สำหรับก้าวต่อจากนี้ คือการพัฒนาแบรนดิงของ Sukh Festa โดยร่วมมือกับทาง CEA เพื่อให้เทศกาลมีความชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เหนืออื่นใดคือการเป็นเครื่องมือสื่อสารและหนุนเสริมศักยภาพเมืองสร้างสรรค์สุโขทัยเป็นที่ให้รู้จักในวงกว้าง บนความตั้งใจผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของสุโขทัยให้เติบโต เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่ ในภูมิภาค กระทั่งประเทศข้างเคียงต่อไปในอนาคต
ภาพ : Sukh Festa
เรื่อง : คุณากร เมืองเดช