โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 หุ้นทรุดหนัก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 27 มี.ค. 2568 เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ไหน ๆ ก็จะจบไตรมาส 1 ปี 68 ทั้งที “โมนิก้า” จึงถือโอกาสนี้สรุปสถานการณ์ของหุ้นรายตัวในเดือน มี.ค.ให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนดีกว่า ผนวกกับต้องการฉายภาพให้เห็นความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นรายตัว เดี๊ยนเลยเชื่อว่า ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับแฟนคลับไม่มากก็น้อย อีกทั้งตลาดหุ้นไทยน่าจะย่ำฐานที่บริเวณนี้อีกระยะหนึ่ง จึงอยากให้นักเล่นช่วยกันประเมินว่า ราคาหุ้นลงมากเกินไปจริงไหมเอ่ย?

โดยเฉพาะในรายของเจ้าพ่อบิตคอยน์อย่าง JTS ที่ไหลลงแบบไม่มีดิสก์เบรกจนราคาหุ้นลงมายืนอยู่ที่ระดับ28.50 บาททั้งที่ช่วงสิ้นเดือน ก.พ.ยืนอยู่ที่ระดับ 39 บาทและทำให้คนที่ถือหุ้นตัวนี้ขาดทุน 25% ในระยะเวลาแค่หนึ่งเดือน แถมมีโอกาสขาดทุนหนักขึ้นอีก เพราะราคาบิตคอยน์ยังซึมลงเรื่อย ๆ แบบนี้ เดี๊ยนถือเป็นเกมเสี่ยงที่นักเล่นคิดจะลองดีกับ zero some game ก็ต้องเจ็บหนักเป็นธรรมดาจ้า!

ขนาดหุ้นพื้นฐานแน่นเปรี๊ยะอย่าง CRC ยังเซถลาเป็นนกปีกหักจนมองไม่เห็นหนทางที่หุ้นตัวนี้จะฟื้นตัวได้ในเร็ววัน คงเป็นผลมาจากความกังวลในเรื่องกำไรไตรมาส 1 อาจพลาดเป้าค่อนข้างเยอะ นักลงทุนสถาบันถึงรินหุ้นออกมาไม่หยุด จนหุ้นลงมากองอยู่ที่ระดับ 25.75 บาท ทั้งที่สิ้นเดือนก่อนราคาหุ้นยืนอยู่ที่ 33.50 บาท และเป็นผลให้คนถือหุ้นขาดทุนไปถึง 21% แบบนี้..เซ็งเป็ดกันเป็นแถวสิคะ

อีกรายที่ “โมนิก้า” เห็นการไหลลงของราคาหุ้นแล้วใจหายวาบก็คือ SAPPE เพราะเป็นหุ้นที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง และในไตรมาส 1 ของทุกปีก็เป็นไฮซีซั่นของธุรกิจ แต่ดันกลายเป็นว่า เดือน มี.ค. ราคาหุ้นร่วงถึง 21% จากที่เคยยืนอยู่ในระดับ 45.25 บาท มาวันนี้ยืนอยู่ที่ 34.75 บาท และยังมีแรงขายรินออกมาให้เห็นตลอดเวลาแบบนี้..หุ้นมันจะขึ้นได้อย่างไรเจ้าคะ

ส่วนรายที่อนาคตดับวูบอย่างโรงพยาบาลธนบุรี THG ยังเกาะกลุ่มหุ้นที่ร่วงหนักทุกเดือนต่อไปแบบไม่มีกำหนด เพราะปัญหายักยอกเงินภายในบริษัท มันทำให้ผู้คนไม่มั่นใจในระบบการทำงาน ผนวกกับปีที่ผ่านมาขาดทุนยับเพราะต้องตั้งสำรองจำนวนมหาศาล “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เดือน มี.ค.ราคาหุ้นร่วงถึง 20% และอาจทำให้การยืนปิดที่ระดับ 8.90 บาทยังสุ่มเสี่ยงต่อการถูกขายอีกยกนะจ๊ะ

ประเด็นข้างต้นไม่ได้ทำให้ “โมนิก้า” เกิดอาการงุนงงเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหุ้น SISB เนื่องจาก “รายได้ก็โต กำไรก็โต” แต่ราคาหุ้นกลับทรุดลงแบบไม่มีกำหนด และถ้าดูจากกำไรต่อหุ้นในปี 67 ที่อยู่ในระดับ 0.94 บาท และในปี 68กำไรต่อหุ้นน่าจะทะลุ 1 บาทจึงอยากให้นักลงทุนประเมินการยืนปิดที่ 17 บาท สมเหตุสมผลไหม? และถ้าดูราคาหุ้นปลายเดือน ก.พ. ที่ระดับ 21.30 บาทเป็นที่ตั้ง และราคาหุ้นเดือนนี้ร่วงมาแล้ว 20%คุณ ๆ ท่าน ๆ ว่า น่าซื้อไหมล่ะคะ

สำหรับรายที่ต้องเฝ้าระวังอย่าง SAWAD ถือเป็นช็อตที่ทำให้เดี๊ยนหนักใจเหลือเกิน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มีแต่คำแนะนำให้ขายไปก่อน! และทำให้ราคาหุ้นในเดือน มี.ค. ร่วงลงไปเกือบ 17% จนตอนนี้ราคาหุ้นยืนอยู่ที่ระดับ 28.50บาท ท่ามกลาง PE 8.60 เท่า เป็นใครก็ต้องแนะนำให้ซื้อทั้งนั้น! แต่เป็นเพราะความกังวลเรื่องเอ็นพีแอลยังปูดไม่หยุด จึงทำให้ทุกคนขอดูงบไตรมาส 1 จะออกมาอย่างไรก่อน..ต่อจากนั้นค่อยว่ากันพะย่ะค่ะ

สถานการณ์ข้างต้นคล้ายกับ DOHOME เหลือเกิน เพราะแรงขายที่ออกมาไม่หยุดหย่อนก่อนหน้านี้ ก็มาจากเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวกระทบกำลังซื้อ จึงทำให้นักเล่นประเมินว่า ไตรมาส 1 น่าจะมีปัญหา ซึ่งเป็นแรงฉุดรั้งที่ทำให้ราคาหุ้นเดือนนี้ร่วงไป 16% แต่ถึงกระนั้นจะเห็นว่า การยืนปิดของราคาหุ้นที่ระดับ 5.75 บาท ยังเป็นการเทรดบน PE 30 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินไปในภาวะตลาดหุ้นแบบนี้ จึงมีสิทธิ์โดนถล่มอีกยกนะคะ

โมนิก้า: และทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...