โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การแบ่งเขตเลือกตั้งที่เป็นธรรม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ม.ค. 2566 เวลา 20.08 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. 2566 เวลา 20.04 น.
(Photo by YE AUNG THU / AFP)

เขตเลือกตั้ง (Constituency) เป็นการซอยย่อยพื้นที่ของประเทศออกเป็นส่วนๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 ได้กำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 500 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 คน และจากบัญชีรายชื่อ 100 คน (มาตรา 83) และกำหนดรายละเอียดการคำนวณว่าจังหวัดใดจะมีจำนวนเขตเลือกตั้งเท่าใด (มาตรา 86) จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการขีดเส้นแบ่งเขตการปกครองที่เป็นอำเภอ ตำบล เพื่อเป็นเขตเลือกตั้งแต่ละเขต

การแบ่งเขตที่ยึดหลักการ มีเหตุผล ตรงไปตรงมา ย่อมก่อให้เกิดผลความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง แต่หากการแบ่งเขตเป็นการใช้วิชามาร ย่อมทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้สมัครหรือพรรคการเมืองถึงขนาดมีผลต่อการแพ้หรือชนะในการเลือกตั้งได้

จนถึงวันนี้ แม้ว่าจะเข้าใกล้กำหนดการเลือกตั้ง แต่รูปแบบการแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ ทั้งผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองจึงอยู่ในภาวะความไม่ชัดเจน ไม่สามารถระบุพื้นที่ในการหาเสียงและเตรียมการเลือกตั้งได้อย่างสมบูรณ์

กกต.รออะไร

สิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งชี้แจง มีเหตุที่เป็นข้อจำกัด 2 ประการ คือ

หนึ่ง ตัวพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 1) พ.ศ…. ยังอยู่ในระหว่างรอการลงพระปรมาภิไธยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และสอง จำนวนประชากรที่ใช้ในการคำนวณเพื่อแบ่งเขตยังอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะต้องรอผลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับจำนวนประชากรเมื่อสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2565 ทั้งนี้เนื่องจากมาตรา 86 ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ใช้หลักฐานทะเบียนราษฎรในปีสุดท้ายก่อนปีที่จะมีการเลือกตั้งเป็นเกณฑ์ในการคำนวณเพื่อเป็นเกณฑ์จำนวนประชากรต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน

ดังนั้น หากจะมีการเลือกตั้งแน่ๆ ในปี พ.ศ.2566 จึงจำเป็นต้องรอตัวเลขที่นิ่งเมื่อปลายปี พ.ศ.2565 ซึ่งโดยปกติ กระทรวงมหาดไทยจะมีประกาศออกมาในราวต้นเดือนมกราคมของปีถัดไป

จะมีก็แต่ของปี พ.ศ.2563 ไปประกาศช้ากันถึงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2564 ด้วยเหตุที่รอให้การคำนวณเพื่อแบ่งพื้นที่ของการเลือกตั้งเทศบาลทั่วประเทศในเดือนมีนาคม พ.ศ.2564 นั้นสิ้นสุดลงก่อน

โดยคาดว่าจะเป็นการประสานงานจาก กกต. ไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ดึงเวลาในการประกาศ

จำนวนประชากรที่จะมีผลต่อการแบ่งเขต จึงเป็นเพียงแค่ข้ออ้างประการหนึ่งที่ กระทรวงมหาดไทย สามารถดึงเรื่องให้ช้าให้เร็วได้ ตามแต่ที่ กกต.ขอมา

เพราะจริงๆ แล้วทุกอย่างอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ที่ปรับปรุงเป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา จะดึงข้อมูลขึ้นมาเมื่อไรก็ได้

กกต.แบ่งเขตอย่างไร

มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มีหลักเกณฑ์ที่พอสรุปได้ดังนี้

ประการที่หนึ่ง เขตเลือกตั้งแต่ละเขตต้องมีพื้นที่ติดกัน สามารถเดินทางคมนาคมถึงกันได้โดยสะดวก ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของการลากเส้นแบ่งเขตเลือกตั้ง และคงเป็นเรื่องประหลาดที่เขตเลือกตั้งหนึ่งจะประกอบด้วยพื้นที่ที่แยกห่างจากกันเป็นสองส่วนสามส่วน ในขณะเดียวกันควรมีถนนหนทางที่เชื่อมต่อถึงกัน เพื่อความสะดวกของประชาชนและต่อ กกต.ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง เช่น การประสานงาน การจัดส่งอุปกรณ์การเลือกตั้ง การรวบรวมคะแนนและการรายงานผล

การแบ่งเขตเลือกตั้งในปี พ.ศ.2562 ปรากฏรูปแบบการแบ่งเขตที่พิสดารไปจากหลักการดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งของ จ.สุโขทัย ซึ่งทราบกันว่า เป็นพื้นที่ของผู้มีบารมีทางการเมืองในซีกฝั่งรัฐบาล

เขตเลือกตั้งที่ 2 มีการรวมเอา อ.ทุ่งเสลี่ยม และ อ.บ้านด่านลานหอย มาเป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน ทั้งๆ ที่ไม่มีเส้นทางคมนาคมติดต่อถึงกัน และส่วนที่ติดกันนั้นเป็นพื้นที่บนเขาแคบๆ เพียงไม่กี่ร้อยเมตร

หรือตัวอย่างของการแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดสมุทรปราการในการเลือกตั้งปี พ.ศ.2554 ในเขตเลือกตั้งที่ 1 มีรูปแบบการแบ่งเขตที่ดูพิสดารเป็นอย่างยิ่ง มีลักษณะแหว่งเว้าเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ แบบจงใจราวกับมีเจตนาให้เกิดความได้เปรียบในการเข้าถึงฐานคะแนนเสียงของตนเองที่นักวิชาการตะวันตกเรียกชื่อว่า เป็นรูปกิ้งก่า (Salamander)

และเรียกเทคนิคตุกติกแบบนี้ว่า Gerrymandering ตามชื่อของนักการเมือง Elbridge Gerry รองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่ใช้วิธีการแบบนี้ในการเลือกตั้งเมื่อเขาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ และยังมีภาพการแบ่งเขตของเขตเลือกตั้งที่ 2 ให้เห็นชัดเจนได้ว่า ไม่มีพื้นที่ติดกันเป็นผืนเดียว

เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแบ่งเขตที่มีพื้นที่ติดกันแบบกิ้งก่า จะไม่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในการเลือกตั้ง ปี 2566

ประการที่สอง จำนวนประชากรของแต่ละเขตเลือกตั้งต้องมีจำนวนที่ใกล้เคียงกัน

ดังนั้น หากสมมุติว่า เรานำจำนวนประชากรของสำนักบริหารการทะเบียนล่าสุด เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 มาใช้ในการคำนวณ คือ มีประชากรไทยทั้งประเทศ 66,099,975 คน หารด้วย 400 เขต แต่ละเขตจะมีประชากรเฉลี่ย 165,249 คน

ความแตกต่างสูงสุดระหว่างเขต แม้ไม่มีกฎหมายที่เขียนไว้ชัดเจนแต่ก็ไม่ควรเกินร้อยละ 10 นั่นคือ บวก/ลบได้ จากค่าเฉลี่ยร้อยละ 5 หรือ +/- 8,262 คน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของแต่ละจังหวัดด้วย

ประการที่สาม การใช้เขตปกครอง โดยใช้อำเภอ หรือตำบลเป็นหลัก หากมีความจำเป็นต้องแยกบางส่วนของอำเภอออกจากกันเพื่อให้มีประชากรใกล้เคียงกันสามารถทำได้ แต่ไม่สามารถแยกตำบลได้อีก หมายถึงหากจะเอาไปต้องเอาไปทั้งตำบลจะแยกเอาไปเพียงบางหมู่บ้านไม่ได้

แม้จะยึดหลักการดังกล่าว แต่ในอำเภอที่มีประชากรมากอำเภอเดียว อาจถูกแบ่งกระจายออกเป็นหลายเขตแบบพิสดารได้

เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้งของจังหวัดนครราชสีมาในการเลือกตั้งปี พ.ศ.2562 อำเภอเมือง ถูกแบ่งออกไปอยู่ใน 4 เขตเลือกตั้ง คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 9 และเขตเลือกตั้งที่ 11 โดยมีรูปแบบที่เว้าประหลาดทั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 , 9 และ 11

เหมือนกับต้องการเข้าไปได้ฐานคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองบางพรรคจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ประการที่สี่ การแบ่งเขตต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เสียในพื้นที่ ซึ่งในทางทางปฏิบัตินั้น กกต.จะจัดทำรูปแบบการแบ่งเขตเบื้องต้นที่แตกต่างกัน 3 รูปแบบ และเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและนักการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) หลังจากนั้นจึงนำเข้าไปตัดสินใจเลือกเพียงหนึ่งรูปแบบโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 7 คน

กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต้องทำโดยเปิดเผย โปร่งใส เป็นที่รับรู้ของประชาชนและมีระยะเวลาที่พอสมควร แต่ในอดีต ประชาชนค่อนข้างมีส่วนร่วมน้อยและกระทำอย่างรีบเร่ง โดยอาจมาจากการที่ฝ่ายคณะกรรมการการเลือกตั้งมีทัศนคติในการอยากปิดงานอย่างรวดเร็วมากกว่าที่จะสนใจรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

หลังปีใหม่ไม่นาน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. คงได้ประกาศใช้ ช่วยกันจับตาดูต่อครับว่า เขาจะแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นธรรมกันได้มากน้อยเพียงไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...