โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความจริงประกัน “เจอจ่ายจบ” ฤาต้องรอใช้หนี้ 100 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2565 เวลา 08.29 น.

คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

กรมธรรม์โควิด “เจอจ่ายจบ” ถือว่าเป็นโปรดักต์ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคดีเยี่ยม “ซื้อง่าย-ขายคล่อง” ทำให้มีการขายกรมธรรม์ไปกว่า 40 ล้านฉบับ

แต่ “โรคระบาด” ถือเป็นภัยที่ไม่มีข้อมูลสถิติที่สามารถคาดการณ์ใด ๆ ได้ ทำให้ไม่มีประเทศไหนในโลกกล้าขายกรมธรรม์แบบ “เจอจ่ายจบ”

สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ปี 2563 บริษัทประกันภัยของไทยจ่ายเคลมโควิดประมาณ 70 ล้านบาท ปี 2564 ตัวเลขพุ่งเป็น 40,000 ล้านบาท และปี 2565 ที่ตัวเลขทะลุ 100,000 ล้านบาท

ต้องบอกว่าผลกระทบจากสงครามโรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ นอกจากธุรกิจโรงแรมท่องเที่ยว ที่โดนผลกระทบโดยตรงไปเต็ม ๆ จนต้องปิดกิจการ ล้มหายตายจากไป

ธุรกิจประกันวินาศภัยก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน และไม่ใช่แค่การล้มตายของบริษัทขนาดเล็กเท่านั้น เพราะแม้แต่ “อาคเนย์ประกันภัย” ของเจ้าสัวเจริญ (สิริวัฒนภักดี) ก็ยังไม่รอด

ตัดสินใจปิดกิจการเพื่อหยุดความเสียหายของตัวเอง อย่างไรก็ดี ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จบลงแค่การปิดกิจการ หรือการถูกเพิกถอนใบอนุญาต

เพราะเมื่อบริษัทไม่สามารถแบกรับความเสียหายได้จนต้องปิดกิจการ ก็จะส่งต่อ “ภาระหนี้” ที่เกิดขึ้นจากการเอาประกันไปให้ “กองทุนประกันวินาศภัย” หรือ กปว. ในฐานะผู้ชำระบัญชี เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองผู้เอาประกันภัย

ขณะที่รายใหญ่อย่างบริษัท วิริยะประกันภัยและกรุงเทพประกันภัย ที่แม้จะยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างแข็งแรง แต่ก็ต้องบาดเจ็บจากการเคลมเจอจ่ายจบหลักหมื่นล้านเช่นกัน

โดย นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (คนใหม่) ระบุว่า ขณะนี้กองทุนอยู่ระหว่างชำระบัญชีบริษัทประกันที่ปิดกิจการไปแล้วทั้งหมด 8 บริษัท เป็น 4 บริษัทเดิมที่ไม่เกี่ยวกับผลกระทบโควิด และอีก 4 บริษัทที่ถูกปิดกิจการจากประกันภัยโควิด คือ เอเชียประกันภัย, เดอะวัน ประกันภัย, อาคเนย์ประกันภัย และไทยประกันภัย

ณ เดือน เม.ย. 65 กองทุนมียอดหนี้รวมกว่า 52,000 ล้านบาท ประมาณ 40,000 ล้านบาท มาจาก 4 บริษัทที่ถูกปิดจากกรมธรรม์เจอจ่ายจบ แต่ในส่วน “อาคเนย์ฯและไทยประกันภัย” ยังเปิดให้เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้ถึง 15 ก.ค. หมายความว่าหนี้ยังอาจสูงขึ้นได้อีก

และที่น่ากังวลคือ ศักยภาพในการจ่ายคืนหนี้ให้กับผู้เอาประกันของ กปว.

ผู้จัดการกองทุนประกันฯ ระบุว่า ปัจจุบันกองทุนสามารถดำเนินการจ่ายหนี้ได้ 1,000-1,500 รายต่อเดือน มูลค่า 30-40 ล้านบาท ซึ่งกำลังหาแนวทางความร่วมมือช่วยให้อนุมัติจ่ายหนี้เร็วขึ้น 200-300% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี

ดังนั้นจากยอดหนี้อยู่ 5.2 หมื่นล้านบาท หากกองทุนเร่งสปีดจ่ายได้ปีละ 1,000 ล้านบาท เท่ากับจะต้องใช้เวลาประมาณ 50 ปี ที่จะสามารถจ่ายคืนหนี้ให้ผู้เอาประกันได้ทั้งหมด

แต่ถ้ายังทำงานภายใต้ระบบเดิมก็อาจต้องใช้เวลา 100 ปี

งานนี้ต้องเห็นใจกองทุน เพราะเป็นองค์กรขนาดเล็กที่มีเจ้าหน้าที่ 10-20 คนเท่านั้น ขณะที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานเป็นแสนรายอย่างรอบคอบ เพราะถือเป็นจ่ายเงินของรัฐ ทดแทนบริษัทที่ปิดไป

นี่ยังไม่นับรวมกรณี “สินมั่นคงประกันภัย” ที่มียอดเคลมอีกกว่า 30,000 ล้านบาทผู้เอาประกันราว 4 แสนราย ที่ยังลูกผีลูกคน

ถ้าสินมั่นคงฯไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้สำเร็จ และต้องถูกเพิกถอนใบอนุญาตและปิดกิจการ นั่นหมายถึง ภาระหนี้ของกองทุนจะเพิ่มเป็นเกือบ 1 แสนล้านทันที

และประเด็นสำคัญคือจะเอาเงินจากไหนมาจ่าย เพราะปัจจุบันเงินกองทุนเหลืออยู่ราว 6,000 ล้านบาท แม้ว่าจะมีเงินของภาคธุรกิจใส่เข้ามาปีละ 600 ล้านบาท แต่ก็ไม่พอในการจ่ายหนี้ งานนี้ก็คงไม่พ้นต้องให้รัฐบาลเข้ามาแบกรับภาระไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ขณะที่อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยอยู่ในภาวะวิกฤต ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาปกติ หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง คปภ. และกระทรวงการคลัง จะมีมาตรการจัดการปัญหานี้อย่างไร

นี่เป็นสิ่งที่ประชาชนโดยเฉพาะผู้เอาประกันหลายแสนคนรอฟังคำตอบ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...