สรุป “กลุ่มฮามาส” คือใคร? เกิดอะไรขึ้นในฉนวนกาซา-อิสราเอล?
ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวทั่วโลกได้รายงานข่าวเหตุการณ์การโจมตีอย่างรุนแรงในประเทศอิสราเอล โดย กลุ่มฮามาส อย่างที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน ขณะเดียวกัน อิสราเอล ได้ตอบโต้กลับไป เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงบางส่วนถูกจับเป็นตัวประกัน
กลุ่มฮามาส คือใคร?
กลุ่มฮามาส เป็นขบวนการติดอาวุธอิสลามิสต์ และเป็นหนึ่งในสองพรรคการเมืองสำคัญในดินแดนปาเลสไตน์ ปกครองชาวปาเลสไตน์มากกว่าสองล้านคนในฉนวนกาซา โดยเป็นที่รู้จักจากการต่อต้านด้วยอาวุธต่ออิสราเอล และเคยให้คำมั่นว่าจะทำลายล้างอิสราเอลเพื่อต้องการแทนที่ด้วยรัฐอิสลาม
ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำสงครามกับอิสราเอลหลายครั้งนับตั้งแต่เข้ายึดอำนาจในฉนวนกาซาในปี 2550 และเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ได้เปิดฉากการโจมตีครั้งใหญ่ทางตอนใต้ของอิสราเอล
Hamas ย่อมาจากHarakat al-Muqawama al-Islamiya ก่อตั้งโดย Sheikh Ahmed Yassin นักการศาสนาชาวปาเลสไตน์ที่กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหวของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 Sheikh Ahmed Yassin ทำงานการกุศลในเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา ซึ่งอิสราเอลทั้งสองยึดครองหลังสงคราม 6 วันในปี 2510
Sheikh Ahmed Yassin จึงสถาปนากลุ่มฮามาสเป็นหน่วยงานทางการเมืองของกลุ่มภราดรภาพในฉนวนกาซาในเดือนธันวาคม 2530 ภายหลังเกิดอินติฟาดาครั้งแรก ซึ่งเป็นการลุกฮือของชาวปาเลสไตน์เพื่อต่อต้านการยึดครองเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา และเยรูซาเลมตะวันออกของอิสราเอล
จุดประสงค์ในขณะนั้นคือการตอบโต้ญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ ต่อมาในปี 2561 กลุ่มฮามาสตีพิมพ์กฎบัตรเรียกร้องให้ทำลายล้างอิสราเอลและการสถาปนาสังคมอิสลามในประวัติศาสตร์ปาเลสไตน์
กลุ่มฮามาส มีกลุ่มผู้นำที่ทำหน้าที่ทางการเมือง การทหาร และสังคมมากมาย นโยบายทั่วไปกำหนดโดยหน่วยงานที่ปรึกษาที่ครอบคลุม ซึ่งมักเรียกว่าโปลิตบูโร ซึ่งดำเนินงานขณะลี้ภัย คณะกรรมการท้องถิ่นจัดการปัญหาระดับรากหญ้าในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์
หากพิจารณาตามข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐ พบว่ากลุ่มฮามาสมีสมาชิกราว 20,000-25,000 คน ขณะที่หลายประเทศกำหนดให้กลุ่มฮามาสเป็นองค์กรก่อการร้าย เช่น อิสราเอล สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร รวมถึงมหาอำนาจอื่นๆ โดยบางประเทศกำหนดเฉพาะเพียงฝ่ายทหารของกลุ่มฮามาสเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันกลุ่มฮามาสก็ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทั้งในแง่ทุนสนับสนุนและจัดหาอาวุธและการฝึกอบรม
ฉนวนกาซา คืออะไร?
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ พื้นที่ที่เรียกว่าฉนวนกาซา ที่กลุ่มฮามาสยึดมั่น *ฉนวนกาซา เป็นพื้นที่ที่มีความยาวราว 41 กิโลเมตร และกว้าง 10 กิโลเมตร ครอบคลุมตั้งแต่อิสราเอล อียิปต์ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีประชากรประมาณ 2.3 ล้านคน และมีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก*
โดยอิสราเอลควบคุมน่านฟ้าเหนือฉนวนกาซาและแนวชายฝั่ง และจำกัดการเข้าออกของผู้คนและสินค้าอย่างรุนแรง โดยมีการกำหนดว่าใครและสินค้าใดบ้างที่ได้รับอนุญาตให้เข้าและออกผ่านการข้ามพรมแดน แต่สำหรับชาวอิสราเอล ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิว และชาวต่างชาติไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดเหล่านี้
ในทำนองเดียวกัน อียิปต์ควบคุมผู้ที่ผ่านเข้าออกผ่านพรมแดนติดกับฉนวนกาซา และตามที่องค์การสหประชาชาติระบุว่า ประมาณ 80% ของประชากรในฉนวนกาซาต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติ และประมาณหนึ่งล้านคนต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านอาหารในแต่ละวัน
และด้วยการจำกัดการนำเข้าและการส่งออกเกือบทั้งหมด การปิดล้อมนาน 16 ปีของอิสราเอล ได้ผลักดันให้เศรษฐกิจของกาซาเกือบล่มสลาย โดยมีอัตราการว่างงานสูงกว่า 40% ตามข้อมูลของธนาคารโลก และจากข้อมูลของสหประชาชาติ ประชากรมากกว่า 65% อยู่ภายใต้เส้นความยากจน โดย 63% ของคนในฉนวนกาซาถือว่าไม่มั่นคงทางอาหาร
ดินแดนแห่งนี้เกิดขึ้นจากอิสราเอลที่ก่อตั้งในปี 2491 อียิปต์ได้ควบคุมฉนวนกาซามาเกือบ 2 ทศวรรษ หลังจากอิสราเอลได้รับชัยชนะในสงครามหกวันในปี 2510 อิสราเอลก็เข้าควบคุมฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์ตลอด 38 ปีถัดมา ได้มีการควบคุมแถบนี้และสร้างชุมชนชาวยิวได้ 21 แห่ง
แต่ในปี 2548 ด้วยแรงกดดันทั้งภายในและภายนอก อิสราเอล ถอนผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลประมาณ 9,000 คนและกองกำลังทหารออกจากฉนวนกาซา ทำให้ฉนวนกาซาให้อยู่ภายใต้การปกครองของหน่วยงานปาเลสไตน์ ซึ่งควบคุมพื้นที่บางส่วนของเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองด้วย
ความขัดแย้งในอิสราเอลเริ่มต้นขึ้นเมื่อไร?
หากพูดถึงความขัดแย้งในดินแดนของอิสราเอล คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยโรมัน เขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา เยรูซาเลมตะวันออก และอิสราเอล ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่เรียกว่าปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นดินแดนของอาณาจักรชาวยิวในพระคัมภีร์และชาวยิวมองว่าเป็นบ้านเกิดของพวกเขาในสมัยโบราณ
และแม้ว่าตั้งแต่ปี 2491 ที่อิสราเอลได้รับการประกาศเป็นรัฐนั้น แต่ดินแดนเหล่านี้ยังคงถูกเรียกว่า ปาเลสไตน์ โดยผู้ที่ไม่ยอมรับสิทธิในการดำรงอยู่ของอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ยังใช้ชื่อปาเลสไตน์เป็นคำกลางสำหรับเวสต์แบงก์ กาซา และเยรูซาเลมตะวันออก
โดยในช่วงกลางทศวรรษ 2000 ที่กลุ่มฮามาสเข้ายึดฉนวนกาซา ก็ได้ยิงจรวดและปืนใหญ่เข้าใส่อิสราเอล กลุ่มฮามาสมีความสามารถในการสร้างขีปนาวุธของตัวเองได้ หลังจากการฝึกกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอิสราเอลประเมินว่ากลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์อื่นๆ ในฉนวนกาซามีจรวดและปืนใหญ่ประมาณ 30,000 ลูกในคลังแสง และที่ผ่านมากลุ่มนี้ยังได้บุกโจมตีดินแดนอิสราเอล สังหารและลักพาตัวทหารและพลเรือน
และในปี 2564 ก่อนเกิดความขัดแย้งในปีนี้ กลุ่มฮามาสและอิสราเอลมีการสู้รบที่นองเลือดมากที่สุดในรอบหลายปี เมื่อฮามาสยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอล ภายหลังความตึงเครียดหลายสัปดาห์ระหว่างชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอลในกรุงเยรูซาเล็ม
กลุ่มฮามาส โจมตีไร้การเตือนล่วงหน้า 7 ตุลาคม 2566
ล่าสุด ช่วงเช้าของวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นวันสะบาโตของชาวยิว และวันหยุดสำคัญของชาวยิว กลุ่มฮามาสได้โจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอล เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้นำกลุ่มเรียกว่า“Operation Al-Aqsa Storm” ถือเป็นปฏิบัติการพิเศษ ทั้งในด้านกลยุทธ์ ขนาด และความลับ
โดยกลุ่มฮามาสยิงจรวดหลายพันลูกเข้าสู่อิสราเอลตอนใต้และตอนกลาง และโจมตีเมืองต่างๆ ทางตอนเหนืออย่างเทลอาวีฟ ฝ่าฝืนชายแดนฉนวนกาซาที่มีป้อมปราการแน่นหนา และแทรกซึมเข้าไปในเมืองและหมู่บ้านทางใต้ของอิสราเอลหลายแห่ง สังหารทหารและพลเรือนอิสราเอลหลายร้อยคน อีกทั้งยังมีผู้บาดเจ็บและลักพาตัวอีกจำนวนมาก
ซึ่งโมฮัมเหม็ด เดอิฟ ผู้นำทางทหารของฮามาส กล่าวว่า กลุ่มฮามาสได้เข้าโจมตีเนื่องจากการปิดล้อมฉนวนกาซาของอิสราเอลที่ดำเนินมายาวนาน การยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ และการกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่อชาวมุสลิม รวมถึงการดูหมิ่นมัสยิดอัล-อักซอในกรุงเยรูซาเลม
นับเป็นการโจมตีดินแดนอิสราเอลที่อันตรายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และสร้างความบอบช้ำทางจิตใจอย่างลึกซึ้งต่อชาวอิสราเอล โดยนักวิเคราะห์บางคนเปรียบเทียบระหว่างเหตุการณ์ที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์ และเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ในสหรัฐ
เพียงไม่นาน อิสราเอลได้ประกาศสงครามกับกลุ่มฮามาส และตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศที่รุนแรงต่อเป้าหมายในฉนวนกาซาและปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อขับไล่กลุ่มติดอาวุธของกลุ่มนี้ออกจากประเทศ สั่งอพยพพลเรือนทั้งหมดออกจากชุมชนอิสราเอลที่มีพรมแดนติดกับฉนวนกาซา
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาส่งสัญญาณเตือนถึงสงครามที่ยาวนานและยากลำบากกับกลุ่มฮามาส และคาดว่าการตอบสนองทางทหารของอิสราเอลจะพิเศษมากแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อีกทางหนึ่งจากสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมน้ำมันดิบ แม้ว่าอิสราเอลและปาเลสไตน์ไม่ใช้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก แต่ความขัดแย้งที่รุนแรงในขณะนี้กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 5% ในช่วงวันที่ 9 ต.ค. ท่ามกลางความหวาดกลัวว่าความขัดแย้งจะบานปลาย
ขณะเดียวกันนั้นเมื่อราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น ภัยคุกคามจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงก็อาจจกลับมาครอบงำเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ อินเดีย จีน และประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ ที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ผลที่ตามมาอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ และครัวเรือนสูงขึ้น
นอกจากนี้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวยังกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในสินทรัพน์ปลอดภัย เช่น ทองคำและดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาทองคำแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ในวันอังคาร (10 ต.ค.) หนึ่งวันหลังจากที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากความไม่แน่นอนของตลาดที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในขณะที่เจ้าหน้าที่จากธนาคารกลางสหรัฐ (FED) แสดงความเห็นเชิง Dovish ส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
ราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้น 0.2% สู่ 1,864.39 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ (เวลา 01.17 น.) ซึ่งก่อนหน้านี้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2566 ส่วนสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ 1,878.20 ดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและเยนญี่ปุ่นก็ดีดตัวสูงขึ้น รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งยังสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดตราสารทุนไปทั่วทั้งตลาด ขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ (FII) ขายอย่างต่อเนื่องเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น และราคาน้ำมันดิบที่สูงอาจเพิ่มปัญหาตามมา
อ้างอิง : nbcnews.com, bbc.com, cfr.org, abcnews.go.com, timesnownews.com, livemint.com