โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เจาะสเปก! ORA 07 2024 น้องเหมียวไฮโซก่อนขายที่ Motor Expo

Car2day

อัพเดต 18 พ.ย. 2566 เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2566 เวลา 11.00 น. • Car2Day
เจาะสเปก! ORA 07 2024 น้องเหมียวไฮโซก่อนขายที่ Motor Expo

ในที่สุด GWM เปิดสเปกอย่างเป็นทางการกับ ORA 07 เก๋งสปอร์ตคูเป้รุ่นเรือธงของค่ายสร้างกระแสความนิยมที่ชื่นชอบความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

ORA
ORA

ORA 07 สานต่อความสำเร็จของเจ้าเหมียวที่แสนดี ORA Good Cat และ ORA Good Cat GT ที่ได้เข้ามาปลุกกระแสของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า บรรลุเป้าหมายในการเติมเต็มระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในไทยตาม Mission 9 in 3 เปิดตัวรถยนต์ 9 รุ่นภายใน 3 ปี และเป็นยานยนต์รุ่นที่ 9 ตามที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินงานในไทยและถูกส่งมาเพื่อต่อกรกับเจ้าแมวน้ำ BYD SEAL ที่ยอดจองโตวันโตคืน การออกแบบภายใต้ปรัชญาและกระบวนการพัฒนายานยนต์รุ่นใหม่ของอนาคต ออกแบบและพัฒนายานยนต์ที่มากกว่าดีไซน์ที่โดดเด่น แต่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนแรงบันดาลใจให้ผู้คนเปิดรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่แบบอัจฉริยะเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน มอบความสะดวกสบายเสมือนการพักผ่อนในทุกขณะการขับขี่ มิติทั้งดีไซน์สปอร์ตอันโฉบเฉี่ยวเร้าใจ สมรรถนะเหนือระดับเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน

นวัตกรรมและเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ภายนอกสง่างามสะกดทุกสายตากับความหรูหราและทันสมัยด้วยหลังคากระจก (Glass Roof) พาดยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านหลัง ดีไซน์ที่คล้าย Porsche Panamera ผสมกับ Bentley ย้อนยุคตั้งแต่ไฟหน้า LED แบบ Intelligent กันชนหน้าดีไซน์หรู ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/45 R19 กระจกสไตล์โอเปร่า กระจังหน้าพร้อมระบบ Active Air Intake (Active Air Inlet Grille) พร้อมเสียงท่อไอเสียสังเคราะห์เพื่อเพิ่มความสปอร์ตในการขับขี่ (Exhaust Synthetic Noise) ไฟท้ายแบบ LED โดดเด่นสะดุดตาในรูปทรงวงรี หรูหราและสปอร์ตในเวลาเดียวกันเมื่อรวมกับสปอยเลอร์หลังไฟฟ้า (Electric Rear Spoiler) ยกขึ้นทั้งแผงช่วยเพิ่มแรงกดที่ส่วนท้ายของตัวรถ ทำให้รถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้นนิ่งขึ้น ทำให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ในรุ่น Performance

ตัวรถสร้างจากแพลตฟอร์ม Lemon ในร่างซีดานฟาสท์แบ็ก มีมิติตัวรถตั้งแต่ความยาว 4,871 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,862 มิลลิเมตร ความสูง 1,500 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร และน้ำหนักรถ 2,115 กิโลกรัม โครงสร้างใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงสูงถึง 77.6% ของส่วนประกอบทั้งหมด ได้แก่ เหล็กที่มีความแข็งแรงสูง 30.6% เหล็กที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษ 29.4% และเหล็กขึ้นรูปร้อน 17.6% ใช้งานโครงสร้างของเหล็กขึ้นรูปร้อน ได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับพื้นที่สำคัญของยานพาหนะ เช่น เสา A เสา B ธรณีประตู คานด้านบน ช่องตรงกลาง และแผงหลังคา โดยในพื้นที่สำคัญเหล่านี้ เหล็กขึ้นรูปร้อนขั้นสูง 2000 MPa จะถูกนำมาใช้สำหรับเสา A และ B ซึ่งภายในของเสา B รวมเอาวัสดุคอมโพสิตที่เสริมด้วยไฟเบอร์เข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้มั่นใจถึงความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการโค้งงอที่ยอดเยี่ยม ปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสารจากการกระแทกจากด้านหน้า ด้านข้าง และหลังคาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ORA
ORA

ภายในดูเรียบหรูด้วยการตกแต่งสไตล์คลาสสิก แต่ยังคงความทันสมัยไว้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันด้วยแผงคอนโซลหน้าดีไซน์ตั้งตรงพร้อม มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้านปรับได้สี่ทิศทาง ภายในดูเรียบหรูด้วยจอ Multimedia Touch Screen ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay Android Auto และ Google Assistant พร้อมลำโพง Infinity 11 ตัวและแอมพลิไฟเออร์แยกอิสระ อัปเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่ รวมไปถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆสามารถทำออนไลน์ได้อย่างง่ายดายพร้อมช่องเสียบ USB A และ USB C เบาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้าโดยฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ตำแหน่ง และสำหรับคนนั่ง 4 ตำแหน่ง ในรุ่น Performance มีระบบ Memory Seat ระบบ Welcome Seat ระบบเบาะนวดไฟฟ้า ระบบระบายอากาศสำหรับผู้ขับขี่ผู้โดยสารด้านหน้า

เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 อำนวยความสะดวกสบายได้อย่างครบครันเบรกมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake (EPB) พร้อมป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรก Auto Vehicle Hold (AVH) มีระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) เครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาพร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 และจอแสดงข้อมูลเหนือแผงคอนโซลหน้า HUD Heads Up Display ในรุ่น Performance และ หลังคาแก้วแบบพาโนรามิคขนาดใหญ่ (Panoramic Glass Roof) หลังคากระจกยาวตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย ทำให้ภายในห้องโดยสารดูโปร่งกว้างขวางขึ้น ประกอบกับตัวหลังคาเป็นกระจกที่ช่วยลดแสงและความร้อน อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่ช่วยเก็บเสียงอีกด้วย วัสดุสีเงิน ดำ และน้ำตาล (Silver, Black, Brown) และ Ambient Light สร้างบรรยากาศภายในอย่างหรูหรา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสามก้าน เกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter มาแบบก้านด้านหลังพวงมาลัย และระบบ Intelligent Quick Start System ที่ช่วยให้รถพร้อมออกเดินทางได้ทันทีเมื่อนั่งบนเบาะคนขับและเหยียบเบรก

ORA
ORA

สมรรถนะเหนือระดับเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนานด้วยขุมพลังไฟฟ้าที่อาจแบบมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor เริ่มที่รุ่นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า Long Range มอบพละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 340 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ 83.499 kWh Lithium-ion Phosphate (LFP) ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางสูงสุดถึง 640 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

รุ่น Performance มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อโดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าและคู่หลัง มอบกำลังสูง 204 แรงม้า แรงบิด 340 นิวตันเมตร มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 408 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 680 นิวตันเมตร จากความจุแบตเตอรี่ Lithium-Ternary (NMC) 83.499 kWh ทำความเร็วระหว่าง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ระยะทางสูงสุดถึง 550 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ทั้งสองรุ่นชาร์จได้ทั้งแบบชาร์จกระแสตรง DC 30 ถึง 80% ในเวลา 30 นาที และชาร์จกระแสสลับ AC จ่ายกระแสไฟ (V2L) เทคโนโลยีที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นแหล่งไฟฟ้าที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ได้ในยามจำเป็น

พร้อมโหมดการขับขี่ทั้งหมด 6 แบบ ได้แก่ Normal, Sport, ECO, Sport Plus, WELL BEING และ Personal พร้อม Single pedal mode ดึงพลังงานจากระบบเบรกกลับมาใช้ใหม่และระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สัน และระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ที่ให้การขับขี่ที่ยึดเกาะถนนและนั่งสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง คันเร่งอัจฉริยะ (Intelligent One Pedal) สามารถเร่งหรือชะลอความเร็วได้เพียงคันเร่งเดียว

ORA
ORA

เพียบพร้อมไปด้วยระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกขณะของการเดินทางด้วยเซนเซอร์รอบคันถึง 28 จุด และเรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว เพื่อยกระดับความอัจฉริยะของการขับขี่ไปอีกขั้นตั้งแต่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Full-speed adaptive cruise (ACC) ควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ Intelligent Cruise Assist (ICA) ควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ Traffic Jam Assist (TJA) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา เบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก Automatic Emergency Braking (AEBI) ช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA) x Rear Cross Traffic Brake (RCTB) เซนเซอร์กะระยะ 4 จุดด้านหน้า และ 4 จุดด้านหลัง สำหรับรุ่น LONG RANGE และ 6 จุดด้านหน้า และ 6 จุดด้านหลัง สำหรับรุ่น PERFORMANCE

ช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping (LKA) เตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW) ช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน Emergency Lane Keeping (ELK) ช่วยชะลอความรุนแรงของการเกิดการชนซ้ำครั้งที่ 2 (SCM) ออกตัวขณะอยู่ทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA) เตือนก่อนเปิดประตู Door Open Warning (DOW) ตรวจความดันลมยาง Tire Pressure Monitoring (TPMS) และช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IIP) และระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) เฉพาะรุ่น PERFORMANCE

ORA
ORA

ORA
ORA

พร้อมเปิดตัวให้ชาวไทยเป็นเจ้าของและราคาที่งาน Motor Expo 2023 มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Long Range และรุ่น Performance โดยสีรถภายนอกมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ขาว เทา และสีพิเศษ ม่วง (เฉพาะรุ่น Performance)และสีรถภายใน สีดำ และน้ำตาล (เฉพาะสีเทาและสีม่วงในรุ่น Performance)

0 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0