โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

เมื่อสิ่งที่ไร้ชีวิตถูกทำให้มีชีวิต: ตัวละครทั้งหกตามหานักประพันธ์ บทละครเมตาฟิคชั่นแนวหลังมนุษย์ - อรวรรณ ฤทธิ์ศรีธร

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 21 พ.ค. 2565 เวลา 06.40 น.

ตัวละครทั้งหกตามหานักประพันธ์ หรือชื่อในภาษาอิตาเลียนว่า Sei personaggi in cerca d'autore เป็นบทละครของลุยจิ ปิรันแดลโล (Luigi Pirandello ) นักเขียนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1934 งานชิ้นนี้ถือกำเนิดมาจากการที่ปิรันแดลโลไม่ยอมสร้างเรื่องราวของตัวละครกลุ่มหนึ่ง เพียงเพราะเห็นว่าพวกเขายังไม่มีแก่นสารหรือความหมายทางจิตวิญญาณที่เพียงพอ

ความน่าสนใจคือ ปิรันแดลโลไม่ได้มองว่าตัวละครของเขาเป็นเพียงจินตนาการ แต่พวกเขาคือ ‘สิ่งมีชีวิต’ ดังที่เขาถ่ายทอดความคิดนี้ไว้ในคำนำว่า “สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากจิตใจของข้าพเจ้าทั้งหกนั้นมีชีวิตของพวกเขาเองแล้ว และไม่ใช่ของข้าพเจ้าอีกต่อไป เป็นชีวิตที่ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจจะปฏิเสธพวกเขาได้อีก” (หน้า 9) ด้วยเหตุนี้ เขาจึงนำเรื่องราวของตัวละครที่เขาปฏิเสธมาใส่ไว้ในบทละครเรื่องนี้ เพื่อให้พวกเขาได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกตามที่พวกเขาปรารถนา

เปิดเรื่องมาที่โรงละครแห่งหนึ่ง ขณะนักแสดงกำลังจะเริ่มซ้อมบทนั้น จู่ๆก็ปรากฏกลุ่มบุคคลปริศนาบนเวที และอ้างว่าพวกเขาคือตัวละครที่ถูกปฏิเสธจากนักประพันธ์ ตัวละครเหล่านี้ขอให้ผู้กำกับเป็นนักประพันธ์คนใหม่ของพวกเขาเพื่อพวกเขาจะได้มีชีวิตขึ้นมา

เมื่อผู้กำกับยอมทำตามตัวละคร (แม้จะไม่เชื่อว่าพวกเขาเป็นตัวละครจริงๆ) การซ้อมละครจึงเกิดขึ้น โดยให้เหล่าตัวละครเล่นตามบทบาทของตนเองเพื่อเป็นตัวอย่างให้นักแสดงเล่นตาม

เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงในตอนนี้ ปิรันแดลโลแสดงให้เห็นว่าตัวละครทั้งต่อต้าน ขัดแย้ง และไม่พอใจนักเมื่อเห็นนักแสดงที่จะมารับบทบาทเป็นพวกเขา “คุณไม่เหมือนฉันเลย” (หน้า 94) และเมื่อชมการฝึกซ้อมการแสดง ตัวละครก็เห็นว่า นักแสดงเข้าไม่ถึงอารมณ์ของพวกเขา “เมื่อลูกเลี้ยงกับพ่อได้ยินนักแสดงทั้งสองคนเอ่ยถ้อยคำของตน และเห็นว่าพวกเขาไม่เหมือนตนเองเลย ก็รู้สึกพิศวง ปวดใจ และอื่นๆ” (หน้า 115)รวมถึงฉากบนเวทีก็ไม่สมจริง อย่างไรก็ตามตัวละครก็พยายามซ้อมบทบาทของตนเองต่อไปให้ดีที่สุดจนจบเรื่อง

“แล้วคุณกับพวกก็เกิดมาเป็นตัวละครอย่างนี้สิ” - “ถูกต้องครับ และมีชีวิตอย่างที่คุณเห็นนี่แหละ”: ความเป็นเมตาฟิกชันของบทละคร

แม้ว่าบทละครนี้จะเขียนในปี 1925 แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาแล้วพบว่า มีความล้ำยุคอย่างยิ่ง ตัวบทแสดงให้เห็นถึงภาวะหลังมนุษย์ (posthuman) ผ่านกลวิธีแบบเมตาฟิกชัน (Metafiction) ซึ่งหมายถึง เรื่องแต่งที่สำนึกถึงความเป็นเรื่องแต่ง กล่าวคือ เนื้อหาของวรรณกรรมลักษณะนี้คือการทำให้ผู้อ่านตระหนักว่าตนอยู่ในเรื่องแต่งด้วยกลวิธีต่างๆ เช่นที่ปิรันแดลโลแสดงให้เห็นกลวิธีแบบเมตาฟิกชันผ่านการให้ตัวละครรู้ตัวว่าตนเป็นตัวละคร การใช้กลวิธีนี้นอกจากทำให้นักอ่านได้มองเห็นวิธีคิดของตัวละครในวรรณกรรม ยังแสดงให้เห็นว่า มนุษย์กำลังเผชิญหน้ากับภาวะการมีชีวิตของสิ่งที่ไม่มีชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับมโนทัศน์แบบหลังมนุษย์ที่มุ่งชี้ให้เห็นว่า ในโลกนี้ยังมีสรรพสิ่งอีกมากมายดำรงอยู่และสามารถแสดงบทบาทต่อมนุษย์ได้

บทละครเรื่องนี้นำเสนอภาวะหลังมนุษย์ผ่านตัวละครทั้งหก ปิรันแดลโลทำให้เห็นว่า ตัวละครมีชีวิตราวกับเป็นมนุษย์ปกติ พูดได้ เดินได้ ทำพฤติกรรมต่างๆ ได้ และสามารถชี้แจงให้นักแสดงและผู้กำกับการแสดงถ่ายทอดบทบาทออกมาให้ใกล้เคียงตนที่สุด ซึ่งจากชื่อเรื่องก็ท้าทายวิธีคิดแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลางอย่างเห็นได้ชัด คำว่า ตัวละครทั้งหกตามหานักประพันธ์ เมื่อพิจารณาแล้ว การตามหามีนัยแสดงถึงบทบาทของสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ที่มุ่งกระทำต่อมนุษย์ นั่นคือ การมีสิทธิ์ตามหาผู้จะเขียนเรื่องราวพวกเขาต่อให้จบ หรือผู้ที่ทำให้พวกเขามีชีวิตผ่านการแสดงบนเวที

แล้วการตามหานักประพันธ์ของตัวละคร กำลังบอกอะไรแก่เรา?

กระบวนทัศน์แบบหลังมนุษย์ พยายามที่จะบอกเราว่า มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เหนือสรรพสิ่ง ซึ่งผู้กำกับการแสดงและนักแสดง เป็นตัวแทนของการมีอำนาจเหนือตัวละคร นั่นคือ สามารถออกแบบการแสดงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ แต่ตัวบทแสดงให้เห็นว่า แม้อำนาจดังกล่าวจะเป็นของผู้กำกับการแสดงและนักแสดง แต่ก็ต้องมีตัวละคร (สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์) คอยกำกับบทบาท ท่าทาง และการพูด

ปิรันแดลโลได้แสดงให้เห็นว่า ในตอนแรก นักแสดงรู้สึกขบขัน รำคาญ และไม่เชื่อว่า กลุ่มคนทั้งหกตรงหน้าเป็นตัวละครจริง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย นักแสดงและผู้กำกับก็ตกใจในสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะฉากการปรากฏตัวของมาดามปาเช ที่เกิดขึ้นได้ด้วยการจัดฉากเวทีให้สมจริงที่สุด “ถ้าเราจัดฉากของมาดามปาเชให้ดีขึ้น เธอก็จะถูกดึงดูดด้วยสิ่งของที่เธอขาย และไม่แน่เธออาจมาร่วมกับเรา…” (หน้า 101) และก็เป็นจริง เพราะร่างของมาดามปรากฏต่อหน้าทีมงานละครเวทีทุกคน “ทันทีที่เธอปรากฏตัว เหล่านักแสดงและผู้กำกับพากันร้องลั่น และพุ่งพรวดลงจากเวทีด้วยความตกใจกลัว ปราดลงบันไดและทำท่าจะหนีไปตามทางเดิน” (หน้า 101)

หรือในตอนจบ ตัวละครได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิด (ซ้ำร้ายยังมีตัวละครที่ตายไปแล้ว) ต่อหน้าผู้กำกับ ทำให้เขาตกตะลึง “ผู้กำกับพอเห็นก็พุ่งพรวดลงจากเวทีด้วยความตกใจกลัว” (หน้า 159) การตอบสนองของมนุษย์ที่มีต่อตัวละครแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ไร้ชีวิตสามารถกระทำสิ่งเหนือความคาดหมายของมนุษย์ได้

เห็นได้ว่า ตัวละครทั้งหกตามหานักประพันธ์ บทละครของ ปิรันแดลโล เป็นงานชิ้นสำคัญที่ท้าทายความยิ่งใหญ่ของกลุ่มคนที่เชื่อว่าตนเป็นผู้ควบคุมเรื่องแต่งได้ ได้แก่ ผู้ประพันธ์ ผู้กำกับการแสดง และนักแสดง ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ แต่กลับถูกลดทอนอำนาจลง เมื่อปิรันแดลโลเสนอให้ตัวละครที่ไร้ชีวิต มีอำนาจและบทบาทเหนือมนุษย์ ดังตัวละครได้กล่าวไว้ว่า

“เมื่อตัวละครถือกำเนิดขึ้นมา มันจะเป็นอิสระแม้กระทั่งจากนักประพันธ์ของมันทันที จนใครๆก็อาจนึกภาพให้มันอยู่ในสถานการณ์อื่นที่ตัวนักประพันธ์เองไม่ได้คิดจะให้มันอยู่ และบางครั้งมันยังมีความหมายที่นักประพันธ์ไม่เคยคิดฝันที่จะให้มันมีด้วย” (หน้า 139)

โดยสรุปแล้ว ปิรันแดลโลสร้างสรรค์ให้ตัวละครที่ไร้ชีวิตกลับกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิต เป็นการแสดงให้เห็นภาวะหลังมนุษย์ ที่ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่สามารถถูกสั่นคลอนด้วยสรรพสิ่งที่ไร้ชีวิต บทละครเรื่องนี้จึงพยายามแสดงให้เห็นอำนาจของมนุษย์ที่ถูกลดทอน และชี้ชวนให้เราตระหนักถึงสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์รอบตัวเราเพื่อลดการทะนงในความยิ่งใหญ่ของตนเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...