ชวนเที่ยว 4 พิพิธภัณฑ์สุดจึ้ง...แปลกแต่ว้าว
หากใครกำลังเบื่อพิพิธภัณฑ์ทั่วไปที่มีข้อมูลมากเกินจะซึบซับหรือเข้าใจได้ทั้งหมด ลองไปพบกับพิพิธภัณฑ์สุดจึ้งที่อุทิศให้กับสิ่งที่คนอาจมองข้ามหรือคิดว่าเป็นสิ่งธรรมดา ๆ ที่แท้จริงมันสามารถบอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจได้มากมาย และพาให้เราชวนคิดต่อได้อย่างไม่รู้จบ
Museum of Funeral Carriages พิพิธภัณฑ์รถม้างานศพ
ในสเปนและหลายประเทศในยุโรป การใช้รถม้าขนศพเป็นสิ่งที่นิยมกันในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นคริสต์ศตวรรษ 20 แต่เมื่อความเจริญเข้ามาแทนที่วิถีชีวิตดั้งเดิม การใช้รถยนต์นำร่างของผู้ล่วงลับไปยังสุสานจึงถูกนำมาใช้แทนที่รถม้าและทำให้ความนิยมรถม้าหายไปตามกาลเวลา Cristóbal Torra ผู้จัดการงานศพประจำเมืองบาร์เซโลนาจึงตัดสินใจก่อตั้งพิพิธภัณฑ์รถม้างานศพ (Museu de Carrosses Fúnebres) ขึ้นในเมืองบาร์เซโลนาเพื่อรักษาพิธีกรรมดั้งเดิมเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
ความนิยมของการใช้รถขนม้าขนศพเริ่มขึ้นจากการเพิ่มของจำนวนประชากร รวมทั้งอัตราการเสียชีวิตจากการระบาดของอหิวาตกโรคและโรคชนิดอื่น ๆ ส่งผลให้เทศบาลเมืองบาร์เซโลนาจำเป็นต้องจัดพิธีศพนอกกำแพงเมือง รถม้าที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ล้วนเป็นรถที่เคยถูกใช้งานจริง อีกทั้งยังมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง อย่างเช่น รถม้า “Spider” เป็นรถม้าคันที่ถูกใช้บริการบ่อยที่สุด โดยมักใช้ขนย้ายร่างกายผู้เสียชีวิตตั้งแต่คนที่เป็นแรงงานทั่วไปจนถึงพ่อค้า หรือหากเป็นผู้เสียชีวิตจากชนชั้นสูง ก็มักจะใช้บริการ “Stove” ซึ่งเป็นรถม้าที่มีความหรูหรากว่า และมักจะถูกใช้สำหรับคนที่มีชื่อเสียง นอกจากรถขนศพแล้ว ยังมีรถม้าโดยสารสำหรับบุคคลในครอบครัวอย่าง “Black Widow” ที่มีไว้สำหรับแม่ม่ายเท่านั้น
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงรถม้าขนศพ 13 หลัง และรถโดยสารสำหรับครอบครัวอีก 3 หลัง พร้อมจัดแสดงเครื่องแต่งกายของผู้บังคับรถม้า ทำให้ได้เห็นถึงรายละเอียด ความสวยงาม และเอกลักษณ์ของรถม้าแต่ละหลังซึ่งแตกต่างไปจากการใช้รถยนต์ขนศพในปัจจุบันที่นิยมเป็นสีดำหรือสีขาว พิพิธภัณฑ์รถม้างานศพตั้งอยู่ที่สุสาน Montjuïc Cemetery เมืองบาร์เซโลน่า และผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Museum of Bad Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะห่วย
“เพื่อเชิดชูความทุ่มเทของเหล่าศิลปินที่ผลงานของพวกเขาควรถูกจัดแสดงและได้รับความชื่นชมที่หาไม่ได้จากที่ใด” นี่เป็นคำแถลงของ Museum of Bad Art (MOBA) หรือ พิพิธภัณฑ์แห่งศิลปะห่วย ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองในการจัดแสดงงานศิลปะที่ไม่สมบูรณ์แบบ และถูกทอดทิ้งไม่ได้รับความเหลียวแล
จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์นี้ย้อนไปถึงช่วงต้นยุค 1990s เมื่อ สก็อตต์ วิลสัน (Scott Wilson) พ่อค้าของเก่า ที่บังเอิญเห็นภาพวาดชิ้นหนึ่งอยู่ในถังขยะย่านรอสลินเดลในเมืองบอสตัน วางรวมอยู่กับขยะชิ้นอื่น ๆ วิลสันเกิดจึงเกิดความสนใจและนำเอาภาพวาดนั้นกลับมาเก็บไว้ยังชั้นใต้ดินในบ้านตนเอง พร้อมจัดแสดงให้เพื่อน ๆ ที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมเยียนที่บ้านได้ชม และในที่สุดวิลสันและเพื่อนสนิทของเขาที่ชื่อ เจอรี่ ไรลีย์ (Jerry Reilly) ก็เกิดความคิดที่จะเปิดพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะแปลกประหลาดเหล่านี้ขึ้น โดยผลงานชิ้นที่ช่วยจุดประกายความคิดนั้นมีชื่อว่า “Lucy in the Field with Flowers” ภาพสีน้ำมันของหญิงสูงอายุที่นั่งอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ มีองค์ประกอบการลงสี และสัดส่วนของคนไม่สมประกอบ จนส่งให้ภาพนี้กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังถูกใช้เป็นมาตรฐานของภัณฑารักษ์สำหรับการคัดเลือกผลงานชิ้นอื่น ๆ อีกด้วย
“หลายเมืองทั่วโลกอย่างน้อยต้องมีพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับงานศิลปะที่ยอดเยี่ยม แต่ MOBA เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์เดียวที่เก็บรวบรวมและจัดแสดงงานศิลปะยอดแย่” เจอรี่ ไรลีย์ กล่าวถึงเบื้องหลังของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีไฮไลต์ผลงานชิ้นอื่น ๆ อย่าง “Sunday on the Pot with George” ซึ่งสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการจุดสี เป็นภาพวาดชายร่างท้วมใส่เพียงกางเกงชั้นในนั่งนิ่งอย่างไร้ความหมาย หรือ “Bone-Juggling Dog in Hula Skirt” รูปหมาดัชชุนสวมกระโปรงฮูลา และผลงานอีกกว่า 600 ชิ้นที่หมุนเวียนมาจัดแสดงตามโอกาส
Museum of Bad Art (MOBA) ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของโรงละครซอมเมอร์วิลล์ ในเมืองซอมเมอร์วิลล์ รัฐแมสซาชูเซตส์ และใครที่สนใจยังสามารถเข้าไปดูชิ้นงานต่าง ๆ ได้ที่ museumofbadart.org หรือเฟซบุ๊กของ Museum of Bad Art
Museum of Broken Relationships พิพิธภัณฑ์ความสัมพันธ์ที่แตกสลาย
เป็นเรื่องปกติของชีวิตที่เรามักเฉลิมฉลองให้แก่ความสุข แต่สำหรับความทุกข์และความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว เรากลับอยากลืมมันทิ้งไป แล้วทำไมเราไม่ลองให้คุณค่ากับมันดูบ้าง อย่างที่ Olinka Vištica โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ และ Dražen Grubišićประติมากร อดีตคู่รักชาวโครเอเชียที่เลิกรากันไปในปี 2003 แต่กลับคิดที่จะเปิดพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของส่วนตัวที่เคยใช้ร่วมกันขึ้น และนำมาซึ่งการขอรับบริจาคสิ่งของจากพรรคพวกเพื่อนฝูงที่เคยใช้กับคนรักเพื่อนำมารวบรวมจัดแสดงจนได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 2010
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวของชีวิตรักหลายคู่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยบอกเล่าผ่านสิ่งของที่นำมาจัดแสดง ซึ่งต่างถูกส่งมาจากหลายประเทศ อย่างสมุดภาพจากประเทศญี่ปุ่นที่เจ้าของเล่าว่าได้รับมาจากรักแรกเมื่อตอนอายุ 19 เป็นสิ่งที่คนรักวาดด้วยตัวเองซึ่งเต็มไปด้วยภาพน่ารักและประโยคแทนความรู้สึก แต่เมื่อเลิกรากันไป เจ้าของก็ทำใจมองสมุดเล่มนี้ไม่ได้ จึงส่งมายังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ หรือแม้แต่สิ่งที่แทนปมชีวิตแสนเศร้าอย่างตุ๊กตากบที่เจ้าของส่งมาพร้อมเล่าว่า เป็นตุ๊กตาที่แม่ซื้อให้ตอนสามขวบก่อนจะหายไปจากชีวิตตลอดกาล
Museum of Broken Relationships ตั้งอยู่ที่เมืองซาเกร็บ ประเทศโครเอเชีย ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ยังจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ไปแสดงผลงานในหลายประเทศทั่วโลก ใครที่มีสิ่งของแทนเรื่องราวสุดเจ็บปวด แล้วอยากส่งไปร่วมจัดแสดงบ้าง ก็สามารถติดต่อไปได้ที่เว็บไซต์ brokenships.com
National Mustard Museum พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดแห่งชาติ
ในปี 1986 ผู้ช่วยอัยการสูงสุดแห่งรัฐวิสคอนซิน แบรี เลเวนสัน (Barry Levenson) ต้องพบเจอกับความผิดหวังเมื่อ Boston Red Sox ทีมเบสบอลในดวงใจพ่ายแพ้ในการแข่งเมเจอร์ลีก ด้วยความท้อแท้ แบรีจึงเดินอย่างไร้จุดหมายจนไปหยุดอยู่ที่แผนกขายมัสตาร์ดในร้านขายของชำแห่งหนึ่ง เขาอธิบายว่า มีบางสิ่งบอกเขาให้เริ่มเก็บสะสมมัสตาร์ดเหล่านี้ แบรีคล้อยตามความคิดเพี้ยน ๆ ของตัวเอง และเริ่มเก็บสะสมขวดมัสตาร์ดหลากหลายยี่ห้อ ที่สำคัญเขายังลาออกจากการเป็นผู้ช่วยอัยการ ยอมทิ้งการงานที่มั่นคงเพื่อมาเปิดพิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดแห่งชาติขึ้น
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีมัสตาร์ดมากกว่า 6,000 ขวด จาก 50 รัฐทั่วประเทศ และยังมีขวดที่มาจากอีกกว่า 70 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งผู้ชมยังสามารถศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมัสตาร์ด การเปลี่ยนแปลงของขวดบรรจุ หน้าตาของโฆษณาในแต่ละยุคสมัย ตลอดจนลองชิมมัสตาร์ดหลายแบบ และยังซื้อกลับบ้านได้อีกด้วย
จากอาการอกหักที่ทีมในดวงใจของตัวเองตกรอบ จุดประกายให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และโด่งดังถึงขั้นออกรายการของ Oprah Winfrey รายการเกมโชว์ Jeopardy! ไปจนถึงการเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของรัฐวิสคอนซินในที่สุด พิพิธภัณฑ์มัสตาร์ดเปิดให้เข้าชมฟรี หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mustardmuseum.com
แปลกกว่านี้ก็ยังมี
ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์อีกมากมายที่ฟังจากชื่ออาจจะไม่เข้าใจว่ามันสำคัญอย่างไร แต่หากลองดูรายละเอียด และสิ่งจัดแสดงก็จะทำให้เราเข้าใจเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะในเชิงประวัติศาสตร์ หรือความเชื่อของมนุษย์ผ่านสิ่งของเหล่านี้
British Lawnmower Museum พิพิธภัณฑ์เครื่องตัดหญ้าอังกฤษ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรวมรวบเครื่องตัดหญ้ารุ่นเก่าไว้มากกว่า 300 เครื่อง โดยมีบางเครื่องที่เป็นของบุคคลสำคัญอย่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าหญิงไดอานา และ ไบรอัน เมย์ นอกจากนี้ยังมีประวัติศาสตร์ของเครื่องตัดหญ้าและอุปกรณ์ทำสวนในช่วงเวลา 200 ปีที่ผ่านมาให้ศึกษาด้วยInternational Cryptozoology Museum พิพิธภัณฑ์วิทยาสัตว์ลึกลับนานาชาติ
ความเชื่อเรื่องสัตว์ประหลาดไม่ได้เป็นสิ่งงมงายไร้สาระเสมอไป แต่มันอธิบายถึงความเชื่อของมนุษย์ในแต่ละวัฒนธรรม เพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ด้านมานุษยวิทยาและจิตวิทยา พิพิธภัณฑ์วิทยาสัตว์ลึกลับจัดแสดงตัวอย่าง ภาพวาดจำลองของสัตว์ตามความเชื่อจากทั่วทุกมุมโลก สะท้อนความเชื่อ และทัศนคติของผู้คนในต่างที่และต่างยุคสมัยDog Collar Museum พิพิธภัณฑ์ปลอกคอหมา
หมาเป็นเพื่อนของมนุษย์มานานหลายร้อยปี พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรวบรวมปลอกคอหมาในประเทศอังกฤษกว่าหลายร้อยชิ้น มีอายุตั้งแต่สมัยยุคกลางจนถึงสมัยวิกตอเรีย แสดงให้เห็นถึงลวดลาย วัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น ปลอกคอโลหะซึ่งช่วยป้องอันตรายให้สุนัขจากสัตว์นักล่าชนิดอื่นได้ ซึ่งแตกต่างไปจากปลอกคอในปัจจุบันBarbed Wire Capital of the World พิพิธภัณฑ์รั้วลวดหนาม
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรวบรวมรั้วลวดหนามไว้กว่า 2,000 แบบ เพื่อถ่ายทอดประวัติศาตร์การพัฒนาที่ดินและการแสดงอาณาเขตในประวัติศาสตร์อเมริกาผ่านเอกลักษณ์และคุณสมบัติของรั้วลวดหนามแต่ละแบบ รวมไปถึงการออกแบบรั้วลวดหนามเพื่อใช้ในสภาพแวดล้อมเฉพาะ อย่างรั้วป้องกันข้าศึกในสมัยสงครามเวียดนาม หรือรั้วลวดหนามที่เป็น “ลายเซ็น” ของผู้ออกแบบที่ได้รับสิทธิบัตร ช่วยให้เราเรียนรู้ความสำคัญของสิ่งธรรมดาที่มีประโยชน์แบบที่ใครคาดไม่ถึง
ที่มา :
บทความ "30 Bizarre Museums You Should Absolutely Visit" โดย Shannon Reed และ Michelle Nati จาก farandwide.com
บทความ "The 15 best weird and alternative museums around the world" โดย Sophie Dickinson จาก timeout.com
บทความ "Discover Barcelona’s Museum Of Funeral Carriages" โดย Tara Jessop จาก theculturetrip.com
museumofbadart.org
brokenships.com
mustardmuseum.com
lawnmowerworld.co.uk
cryptozoologymuseum.com
The Dog Collar Museum จาก leeds-castle.com
antiquebarbedwiresociety.com
เรื่อง : นพกร คนไว