โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เหล้า-เบียร์” เจ๊กอั้ก ! ร่างกฎหมายใหม่ คุมเข้ม-สุดโหด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มิ.ย. 2566 เวลา 07.59 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2566 เวลา 17.20 น.

อัพเดตล่าสุด 1 มิ.ย. 2566 เวลา 00.20 น.

เป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค ได้ส่งหนังสือ ที่ สธ. 0417.4/ว38 ลงวันที่ 15 พ.ค. 2566 ลงนามโดยนายพงศธร ชาติพิทักษ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงผู้ประกอบการเหล้าเบียร์

เพื่อขอให้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่…) พ.ศ….ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย และเว็บไซต์กรมควบคุมโรค ในช่วงระหว่างวันที่ 1-18 มิ.ย.นี้ เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สาระสำคัญกฎหมายใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ที่อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม มีสาระสำคัญดังนี้

1.กำหนดเวลาห้ามการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ หรือบริเวณสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่ หรือบริเวณที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ในทางการค้าในเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ร่างมาตรา 22 เพิ่มมาตรา 31/1)

2.กำหนดให้ผู้ประกอบการ เจ้าของ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของสถานที่ หรือบริเวณสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่ หรือบริเวณสถานที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อประโยชน์ในทางการค้า มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ หรือแจ้งเตือนการห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด รวมถึงมีหน้าที่ควบคุม ดูแล ห้ามปราม หรือดำเนินการอื่นใดเพื่อไม่ให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาดังกล่าว (ร่างมาตรา 22 เพิ่มมาตรา 31/2)

3.กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสถานที่ หรือบริเวณสถานที่ที่จัดบริการเพื่อให้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมเท่าที่จำเป็น (ร่างมาตรา 27 เพิ่มมาตรา 34 (2))

4.กำหนดบทกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 31/1 และมาตรา 31/2 (ร่างมาตรา 29 เพิ่มมาตรา 39/1 และมาตรา 39/2)

และ 5.กำหนดบทกำหนดโทษสำหรับผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 34/6 (ร่างมาตรา 33 เพิ่มมาตรา 44/1)

ร่างกฎหมายใหม่ กระทบหนัก

“อาชิระวัสส์ วรรณศรีสวัสดิ์” กรรมการบริษัท ไอเอสทีบี จำกัด ในฐานะประธานชมรมผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ไทย แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับนี้จะส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า เจ้าของสถานบันเทิงกลางคืน ผับ บาร์ ร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม เพราะใบอนุญาตขายสุราประเภท 2 ที่จะกระทบครอบคลุมไปถึงในส่วนของมินิบาร์ตามห้องพักต่าง ๆ ด้วย นั่นหมายถึงว่าธุรกิจท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบตามอย่างมาก ที่สำคัญร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะส่งผลกระทบกับผู้บริโภคด้วย

“ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เดิม เปิดให้มีการซื้อขายได้ 2 ช่วงคือ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. ไม่ได้มีการห้ามดื่ม แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ กำหนดการห้ามดื่มเอาไว้ ยกตัวอย่าง ผับบาร์ที่เปิดได้ถึง 02.00 น. ปกติเขาจะขายเหล้าเบียร์และเช็กบิลก่อนเที่ยงคืน ซึ่งสิทธิของเครื่องดื่มดังกล่าวก็จะเป็นของผู้บริโภค เขามีสิทธิที่จะนั่งดื่มกินไปจนถึงร้านปิด 02.00 น. แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ลูกค้าที่ซื้อเหล้าและจ่ายเงินไปแล้วก็ไม่สามารถดื่มในร้านได้ การดื่มในร้านหลังเที่ยงคืนถือว่าเป็นความผิด และร้านก็จะมีความผิดด้วย อันนี้ผมว่าการท่องเที่ยวจะวินาศสันตะโร”

ประธานชมรมผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ไทยยังกล่าวด้วยว่า ที่น่ากังวลอีกเรื่องก็คือ ร่าง พ.ร.บ ฉบับนี้เพิ่มอำนาจให้กับเจ้าพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่อนข้างมาก (มาตรา 34) สามารถทำได้เหมือนหน่วยเฉพาะกิจ ตั้งแต่การเข้าไปตรวจสอบ เรียกดูบัตรประชาชน ยึดอายัด เรียกให้เข้ามาให้ปากคำ เท่ากับว่ามีอำนาจทำแทนตำรวจได้ทั้งหมด จากเดิมที่จะต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือที่ผ่านมา กรณีที่กรมสรรพสามิต จะเข้าตรวจสอบก็ต้องมีตำรวจไปด้วย

หากร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ การโฆษณาน้ำดื่มที่มีชื่อหรือเครื่องหมายเป็นเหล้าเบียร์ก็จะไม่สามารถทำได้ (มาตรา 32/2) ยกตัวอย่าง น้ำดื่มสิงห์ โซดาสิงห์ (บุญรอด) น้ำดื่มช้าง โซดาช้าง (ไทยเบฟฯ) ที่เขามีมาก่อน และทำมาก่อนจะมีกฎหมายตัวนี้มีผลบังคับใช้

“การร่าง พ.ร.บ.นี้ขึ้นมา เป็นการมองเฉพาะในมุมผู้ร่างเพียงมุมมองเดียว ไม่ได้คิดถึงมุมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ การเปิดประชาพิจารณ์ที่ทำขึ้นก็เพื่อเป็นการทำให้ครบตามกระบวนการเท่านั้น ไม่ได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวจะพยายามประสานกับผู้ประกอบการสมาคมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมโรงแรม สมาคมท่องเที่ยว รวมถึงสาธารณชนให้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวนี้ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจและผู้ประกอบการต่าง ๆ เพื่อจะได้มีการแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่กำลังทำประชาพิจารณ์”

“ห้ามดื่ม” กระทบสิทธิส่วนบุคคล

ไม่ต่างจาก “ธนากร คุปตจิตต์” ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า มีประเด็นที่เป็นข้อน่ากังวลอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของการห้ามดื่ม ที่เป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคลมากเกินไป และจะกระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวหนักขึ้นไปอีก เพราะชาวต่างประเทศเขาไม่รู้ ไม่เข้าใจ

ประเด็นต่อมาเป็นเรื่องของการให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 34) ที่มีมากขึ้น หรือเป็นการเพิ่มอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจค้นสถานที่ จากเดิมการตรวจค้นตามประมวลกฎหมายอาญาจะต้องมีหมายค้น และต้องเข้าไปตรวจค้นในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ถึงพระอาทิตย์ตก แต่ร่าง พ.ร.บ.นี้กำหนดไว้เพียงว่า “ในเวลาทำการของสถานที่นั้น” (มาตรา 34 (1))

หรือในส่วนของการโฆษณา (มาตรา 32) ก็จะเป็นในลักษณะการห้ามโฆษณาแบบเด็ดขาดมากขึ้น ขณะที่ มาตรา 32/1 เป็นการห้ามโฆษณา ชื่อ เครื่องหมายการค้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อชักจูงผู้บริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนมาตรา 32/2 จะกระทบกับน้ำดื่ม โซดา ที่ใช้ชื่อ (แบรนด์) หรือโลโก้ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น น้ำดื่มสิงห์ โซดาสิงห์ จะโฆษณาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการเขาทำหรือมีมาก่อน นอกจากนี้ ยังห้ามในเรื่องของการทำซีเอสอาร์ และห้ามเผยแพร่ด้วย

“ตั้งแต่มี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มา โดยส่วนตัวมองว่า เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาให้เศรษฐกิจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว และการแก้ไขกฎหมายที่กำลังทำอยู่ จะไม่ทำให้ปัญหาลดลง แต่กลับจะกลายเป็นการสร้างปัญหา การออกกฎหมายแบบนี้ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นการออกกฎหมายมาเพื่อกำจัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงประชาพิจารณ์ แต่ท้ายที่สุดต้องมีการนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาแก้ไขในรัฐสภาต่อไป”

ไฮไลต์ข้อห้าม-บทลงโทษแรง

มาตรา 32/2 ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น หรือโฆษณาโดยการนำเอาชื่อ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความให้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น ทั้งในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าหมายความถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

มาตรา 32/3 ห้ามผู้ใดให้การอุปถัมภ์ หรือให้การสนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) เป็นการสร้างภาพลักษณ์ต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

(2) ที่ส่งผลหรือที่อาจส่งผลเสียต่อนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

(3) โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือโฆษณาตามมาตรา 32/2

(4) ส่งเสริมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

(5) ลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุม

มาตรา 32/4 ห้ามผู้ใดเผยแพร่กิจกรรมหรือข่าวสาร เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมตามมาตรา 32/3
มาตรา 34 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) เข้าไปในสถานที่ทำการของผู้ผลิต นำเข้า หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานที่ผลิต นำเข้า หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถานที่เก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในเวลาทำการของสถานที่นั้น รวมถึงการเข้าตรวจสอบยานพาหนะเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

(2) เรียกขอดูบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารอื่นใด ซึ่งระบุชื่อที่อยู่ และปรากฏรูปถ่ายของผู้ถือบัตรเพื่อบันทึกข้อมูล ในกรณีที่มีการกระทำความผิดหรือกรณีที่มีหลักฐานตามสมควรว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

(3) ตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานหรือวัตถุอื่นใด เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดี

(4) ยึดหรืออายัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือผู้ขายที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

(5) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณา

มาตรา 43 หากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 32 หรือมาตรา 32/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

หากกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำของผู้ผลิต ผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท

นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ผู้ฝ่าฝืนยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินวันละห้าหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...