อันตรายของการให้ ‘เด็ก’ แต่งตัวเซ็กซี่เกินวัย เมื่อผู้ปกครองยุคใหม่ จับลูกๆ แต่งตัวแซ่บตามเทรนด์ ที่ด้านหนึ่งอาจดูเปิดกว้าง แต่อีกด้านคือความเสี่ยงที่อาจถูกฉวยโอกาสจากคนใคร่เด็ก
หนึ่งเทรนด์ฮิตที่กำลังมาแรงสุดๆ ในโลกโซเชียลฯ ตอนนี้ คงต้องยกให้ เทรนด์พันเทปรอบตัวให้กลายเป็นเดรสเกาะอกรัดๆ โชว์สัดส่วน ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเทปสีเหลือง DHL หรือจะเทปสีแดงที่มีข้อความประกอบว่า Fragile หรือ ระวังแตก ซึ่งทั้งพี่สาวจีน หรือพี่สาวไทย แต่ละคน ก็ทำถึง ทำจึ้ง กันสุดๆ ทว่า เมื่อเทรนด์สุดเซ็กซี่นี้ มี ‘เด็ก’ เข้าร่วมเทรนด์ อย่างล่าสุดที่ ใบเตย อาร์สยาม ชวนลูกสาววัย 4 ขวบ น้องเวทมนต์-ดั่งต้องมนตร์ตรา ทำคอนเทนต์นี้ พร้อมแคปชั่นว่า “ระวังเทปแตกนะคะ” ก็ทำให้หลายคนออกมาแสดงความเป็นห่วงกันจำนวนมาก ชาวเน็ตคอมเมนต์เตือน เพราะอยากให้ใบเตยเซฟลูกสาวมากกว่านี้ และชวนให้เธอไปหาข้อมูลเรื่องของเปโดฯ มากขึ้นว่ามันน่ากลัวกว่าที่เธอคาดคิด
แม้เจตนาของผู้ปกครองอาจไม่ได้คิดไปไกลถึงอันตรายต่างๆ นอกเหนือจากการเล่นสนุกกับลูกสาว แต่ในสังคมที่มีคนที่เป็น ‘เปโด’ หรือ Pedophilia ซึ่งคือโรคใคร่เด็ก และมีข่าวทารุณกรรมทางเพศเด็กอยู่ไม่น้อย มีทั้งเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์ ที่ผู้ใหญ่พร้อมจะ make fun กันด้วยคำพูดที่หลายคนคอมเมนต์กันอย่างสนุกปากจนเหมือนเรื่องปกติว่า “ปรึกษาทนายแล้ว ทนายบอกว่าคุ้ม” หรือการที่หลายคน ถูกเอาใบหน้าไปตัดแปะในภาพหรือคลิปลามกอนาจาร ด้วยเทคนิค AI จนถึงมีเด็กๆ ทั้งผู้ชาย และผู้หญิง โดนผู้ใหญ่เข้าหาเชิงชู้สาวอยู่อีกมากมาย แต่อ้างว่า “แค่เอ็นดู” ซึ่งเข้าข่าย Child Grooming การให้เด็กแต่งตัวเซ็กซี่ก่อนวัย แบบที่เด็กไม่ได้เลือกด้วยตัวเอง จึงนับว่าอาจเป็นเรื่องน่ากังวลที่ควรพิจารณาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ในทางการแพทย์ เปโด หรือโรคใคร่เด็ก หมายถึงความผิดปกติทางจิตที่ผู้ใหญ่สนใจ คลั่งไคล้ และมีความต้องการทางเพศกับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งอาจนำไปสู่อาชญากรรมต่างๆ ตามมา เมื่อคนเป็นเปโดพัฒนาเรื่องของความชอบไปสู่การกระทำร้ายแรง แน่นอนว่าเราอยู่ในยุคที่ทุกคนรณรงค์ถึงการตระหนักรู้ถึงสิทธิเนื้อตัวร่างกาย การแต่งตัวเซ็กซี่ เป็นสิ่งที่ทำได้ และไม่ผิด แต่เมื่อถอยกลับมามองที่เด็กและเยาวชนที่เริ่มแต่งตัวเซ็กซี่ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ โดยเฉพาะเมื่อสไตล์ลิสต์คนแรกของลูก คือพ่อแม่หรือคนในครอบครัว นั่นหมายความว่า เด็กอาจจะไม่ได้มีวุฒิภาวะมากพอที่จะ ‘เลือก’ มันด้วยตัวเอง และอาจเสี่ยงต่ออันตรายในหลายๆ ปัจจัย
การที่ผู้ปกครองจับลูกแต่งตัวเซ็กซี่เกินวัย ถือเป็นปัญหาที่หลายๆ ประเทศเจอ โดยเฉพาะในยุคที่อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อผู้คนมาก และการทำคอนเทนต์ก็เป็นสิ่งที่หลายคนหันมาทำกันอยู่ตลอดเวลา เฉกเช่นเดียวกับการที่พ่อแม่เริ่มเอาลูกเข้าสู่การทำคอนเทนต์ตั้งแต่เด็กๆ ในประเทศจีนเอง ก็เคยมีเทรนด์ที่เรียกว่า ‘Spicy milk style’ ที่ผู้ปกครองได้จับลูกสาวตัวน้อยมาแต่งตัวเซ็กซี่ แซ่บๆ เป็นแฟชั่นนิสต้า ที่มียอดวิวใน Weibo ในช่วงปี 2023 ถึง 130 ล้านครั้งภายในสัปดาห์เดียว ซึ่งคอมเมนต์คนจีนก็เหมือนกับกรณีของใบเตย ที่จะมีทั้งคนที่เข้ามาคอมเมนต์ทำนองว่า “นั่นมันเรื่องของเขา ไม่ต้องยุ่ง” กับ คอมเมนต์ที่ว่า “ทุกวันนี้พวกโรคจิตและพวกเปโดมันมีอยู่เยอะมากนะ แต่ก็ยังมีผู้ปกครองและพวกธุรกิจต่างๆ ที่ทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้นต่อพวกคนเหล่านั้นอยู่ด้วยเช่นกัน”
Jo Paoletti นักวิจัยผู้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการแสดงออกทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้ามานานกว่า 40 ปี ตั้งข้อสังเกตว่า เสื้อผ้าที่โตเกินวัย หรือมองแล้วดูยั่วยวนเกินเด็ก หลายๆ ครั้ง ก็เป็นความต้องการของพ่อแม่เองที่อยากให้ลูกใส่ เช่น การให้ลูกแต่งตัวแซ่บๆ อาจหมายถึงการส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่า ตัวเองไม่ได้ยึดติดกับการเลี้ยงลูกแบบสมัยก่อนที่ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองดั้งเดิม แต่อาจเป็นการแสดงตนว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ยุคใหม่ๆ ที่พร้อมปฏิวัติและเปิดกว้างในหลายๆ อย่าง
แต่อย่างที่เรากล่าวไป บางครั้งเด็กๆ ก็ยังไม่ได้มีชุดความคิดเรื่องการตระหนักรู้ถึงสิ่งอันตรายต่างๆ ที่อาจเข้ามาพร้อมคนที่ต้องการหาผลประโยชน์จากเด็ก ซึ่งต้องบอกว่า การแต่งตัวเซ็กซี่ ไม่ใช่เรื่องผิด หากเราเลือกมันด้วยตัวเอง และแม้เราจะโดนคุกคามทางเพศ เราก็ไม่ผิด เพราะคนที่ผิดคือผู้กระทำที่มาละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเรา แต่เด็กๆ ที่ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง หรือเรียนรู้ถึงปัญหาสังคมต่างๆ นั่นจึงควรเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่ควรให้ความรู้และดูแลบุตรหลาน ในแง่นี้ แม้จะไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่ ก็อาจมีคนจ้องจะฉวยโอกาสเด็กๆ อยู่ดี ดังนั้น ผู้ปกครองจึงอาจควรให้ความรู้เด็กๆ เรื่อง consent เมื่อมีคนใกล้ตัวและคนไกลตัว เข้ามาจับเนื้อต้องตัว หรือแสดงพฤติกรรมเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อให้เด็กปลอดภัยจากผู้ใหญ่ที่จ้องฉวยโอกาส
การแต่งตัวเซ็กซี่ตั้งแต่ยังเด็ก ยังส่งผลต่อชุดความคิดของเด็กด้วยเช่นกัน เรายกตัวอย่างบทสนทนาระหว่าง Sarah Madden นักข่าวจาก Newstalk ที่พูดคุยกับ Joanna Fortune นักจิตบำบัด ในรายการ The Pat Kenny Show โดย Fortune กล่าวว่า “ฉันคิดว่าเราควรตระหนักถึงการฉายภาพอุดมคติของผู้ใหญ่และสารต่างๆ ของผู้ใหญ่ไปยังเด็กๆ กันได้แล้ว” โดยเธอชี้ไปถึงข้อความสุดคลาสสิคที่หลายคนมักพูดว่า เสื้อผ้ามันก็แค่เสื้อผ้า ไม่ได้สื่อสารอะไร แต่เธอมองอีกแบบ เพราะ “เรากำลังสื่อสารอะไรบางอย่างจริงๆ ค่ะ เมื่อเราให้เด็กๆ มาสวมเสื้อที่ถูกดีไซน์มาให้เหมาะกับผู้หญิงที่โตเป็นสาวแล้ว…และเมื่อเราทำกันเช่นนั้น ก็หมายถึงเรากำลังใส่อุดมคติของเราให้กับเด็กๆ โดยรู้เนื้อรู้ตัว” นั่นทำให้เด็กสมัยนี้ ดูโตเร็วกว่าสมัยก่อนมาก เพราะอิทธิพลต่อคนในครอบครัว และสังคม ที่ค่อยๆ หล่อหลอมให้พวกเขาอยากจะรีบๆ โตให้ทันกระแสสังคมด้านนอก
ดังนั้นแล้ว การให้เด็กค่อยๆ เรียนรู้สิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ สิ่งที่ตัวเองอยากทำ และสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น พร้อมๆ กับให้ความรู้ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก นั่นอาจเป็นสิ่งที่ทั้งตัวผู้ปกครองเอง และคนในสังคมควรช่วยกันสร้างสังคมนั้นขึ้นมา แม้ว่าทุกวันนี้โซเชียลมีเดียมันจะมีเทรนด์มากมายของคนร้อยพ่อพันแม่ที่คิดต่างกัน แต่การที่ผู้ใหญ่อย่างเรา ที่สามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ถึงปัญหาสังคมต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นการคุกคามทางเพศในเด็ก พร้อมเปิดหู เปิดตา เปิดใจ ที่จะคอยปกป้องเด็กๆ จากอันตรายด้านนอก ก็นับเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อรอวันที่เด็กๆ เติบโตขึ้นมา และ ‘พร้อม’ ที่จะเลือกทางเดินของตัวเองอย่างแท้จริงในวันที่บรรลุนิติภาวะ
อ้างอิง:
https://www.buzzfeednews.com/article/stephaniemcneal/baby-clothes-sexually-inappropriate
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- อันตรายของการให้ ‘เด็ก’ แต่งตัวเซ็กซี่เกินวัย เมื่อผู้ปกครองยุคใหม่ จับลูกๆ แต่งตัวแซ่บตามเทรนด์ ที่ด้านหนึ่งอาจดูเปิดกว้าง แต่อีกด้านคือความเสี่ยงที่อาจถูกฉวยโอกาสจากคนใคร่เด็ก
- Women Farmers Japan เครือข่ายเกษตรกรหญิงที่จะไม่ทิ้งใครไว้ลำพังท่ามกลางวัฒนธรรมการเกษตรแบบญี่ปุ่นที่เน้นการทำฟาร์มแบบครอบครัว
- Cofertility สตาร์ทอัปที่รับ ‘ฝากไข่’ แบบคนละครึ่ง ให้สาวๆ ฝากไข่ได้ฟรี 10 ปี เมื่อคุณแมทช์กับคู่รักที่อยากมีลูก และอยากรับบริจาคไข่ของคุณ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com