เปิดร้าน “สะดวกซื้อ” แบรนด์ดัง! ใช้เงินเท่าไหร่
หลังจากบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC วางกลยุทธ์ใหม่ขยายธุรกิจ Top Daily เปิดตัว "แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่" เต็มรูปแบบ จนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับ CPALL เจ้าของร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-Eleven ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงรับข่าวดังกล่าวทันที
แต่กลยุทธ์นี้จะสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด 7-Eleven ได้หรือไหม่ ต้องติดตามกันต่อในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว "แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่" ด้วยโมเดลแฟรนไชส์ทางเลือกทั้งรูปแบบการลงทุนน้อยและการลงทุนมาก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ
“แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่” เปิดโอกาสให้ทุกคนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 สำหรับผู้ที่มีกรรมสิทธิ หรือสิทธิครอบครองที่ดิน/อาคาร ขนาดมากกว่า 200 ตารางเมตร เป็นระยะเวลามากกว่า 9 ปี ใช้เงินลงทุน 4-6 ล้านบาท การันตีรายได้ 150,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 24 เดือนแรกของสัญญา
รูปแบบที่ 2 สำหรับผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองที่ดิน แต่สนใจที่จะเข้าสวมสิทธิ์บริหารร้านท็อปส์ เดลี่ ที่เปิดอยู่เดิม ใช้เงินลงทุน 1.07 ล้านบาทขึ้นไป การันตีรายได้ 60,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 24 เดือนแรกของสัญญา
จากข้อมูลดังกล่าว เท่ากับว่า ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ "แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่" ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 1.07 ล้านบาทขึ้นไป แถมยังการันตีรายได้ 60,000 บาท/เดือนอีกด้วย ขณะที่ร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่น จะมีเงินลงทุนเท่าไหร่กันบ้าง Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว
7-Eleven จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า มี 2 รูปแบบ คือ 1.ผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ในฐานะผู้จัดการร้าน ได้รับเงินเดือน 29,000 บาท มีหน้าที่บริหารยอดขายและค่าใช้จ่ายในร้านให้ได้ตามงบประมาณที่ 7-Eleven จัดให้ ถ้าบริหารได้ตามเป้า จะปันผลกำไรให้แบบขั้นบันได้ประมาณ 20-30% ในกรณีที่มียอดขายสูงกว่าเป้าที่บริษัทตั้งไว้
โดยมีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านประมาณ 480,000 บาท รวมทั้งยังมีเงินค้ำประกันความเสียหายประมาณ 1,000,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 1,480,000 บาท และมีระยะเวลาสัญญา 6 ปี
2.ผู้ซื้อแฟรนไชส์ หรือแฟรนไชส์ จะมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไร 54% ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแบบแรก คือ ค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน 1,730,000 บาท เงินค้ำประกันความเสียหาย 900,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2,630,000 บาท โดยมีระยะเวลาสัญญา 10 ปี
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ค่ายดังที่รุกตลาดร้านสะดวกซื้อเช่นเดียวกัน แต่มาในรูปแบบ พัฒนาร้านค้าโชห่วย โดยค่ายแรก บิ๊กซี ที่ส่ง “ร้านโดนใจ” เข้าชิงส่วนแบ่งการตลาด ด้วยแนวคิดที่โดนใจต้องการพัฒนาร้านค้าโชห่วยให้เติบโตขึ้น มีรูปแบบร้านค้าที่ทันสมัย เเละมีระบบข้อมูลที่ช่วยให้ร้านโชห่วย สามารถพัฒนาการขาย
ทั้งนี้ความน่าสนใจ คือ ร้านค้าที่ลงทุนกับโดนใจไม่ต้องแบ่งกำไรกับทางโดนใจ กำไรเป็นของร้านค้า 100% ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ร้านโดนใจตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพาร์ทเนอร์คู่คิดในการทำธุรกิจ
สำหรับโดนใจมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 1.โดนใจจัดให้ เริ่มต้นเพียง 28,000 บาท จัดให้แบบเน้น ๆ ช่วยลงทุนอุปกรณ์ร้านค้าให้ใหม่เลือกอุปกรณ์ได้หลากหลาย จัดให้ตามใจคุณ โมเดลยอดฮิตร้านโชห่วย ผลตอบแทน 100% โดนใจจะลงทุนค่าอุปกรณ์สูงสุด 540,000 บาท
2.โดนใจสุดคุ้ม เข้าปรับปรุงร้านเต็มรูปแบบตามมาตรฐานดวงใจ มีหลากหลายขนาดให้เลือก โดนใจลงทุนการตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ภายในร้านให้ใหม่ มูลค่าสูงสุดถึง 765,700 บาท เริ่มต้นเพียง 106,000 บาท ผลตอบแทน 100%
3.โมเดลออมทรัพย์ เหมาะกับเจ้าของร้านที่มีร้านอยู่แล้วและไม่ต้องการปรับปรุงร้านใหม่ แต่ต้องการปรับปรุงการขายให้เป็นระบบ และมีความสะดวกสบายมากขึ้น และเป็นเจ้าของเครื่องคิดเงินอัจฉริยะเพียง 999 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 36 เดือน
และ 4. สมาชิกโดนใจ สินค้าราคาพิเศษจากโปรฯ ไฟไหม้! สั่งสินค้าออนไลน์พร้อมส่งให้ถึงหน้าร้าน สมัคร ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ปิดท้ายที่ร้านถูกดี มีมาตรฐาน บริหารกิจการ โดย นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรม บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด โดยค่าปรับปรุงพื้นที่ร้านให้ได้ตามมาตรฐานของบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพพื้นที่เดิมของแต่ละร้าน ว่าต้องมีการปรับปรุงมากน้อยแค่ไหน โดยค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นที่ 50,000 บาท
รวมทั้งจะต้องมีเงินค้ำประกันปฏิบัติตามสัญญา 200,000 บาท นี้ไม่ใช่ค่าแรกเข้า แต่เป็นเงินที่วางไว้กับบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน เพื่อให้พาร์ทเนอร์ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะได้รับคืนเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง (หากไม่มีภาระติดค้างกับบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน) ระยะเวลาสัญญา 3 ปี + 3 ปี ซึ่งพาร์ทเนอร์ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ได้รับ 85% ของกำไรที่ได้จากการขายสินค้า
หากพาร์ทเนอร์ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ไม่มีเงินทุนในการปรับปรุงร้าน สามารถแจ้งความจำนงขอยื่นกู้เงินกับธนาคารพันธมิตรของทางบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน ได้ในวันเซ็นสัญญา ซึ่งเป็นการกู้เงินโดยไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ วงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 450,000 บาท (ปรับปรุง/ตกแต่งร้านสูงสุด 300,000 บาทและเงินค้ำประกันสัญญา 150,000 บาท)