โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดร้าน “สะดวกซื้อ” แบรนด์ดัง! ใช้เงินเท่าไหร่

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ก.ค. 2567 เวลา 22.15 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567 เวลา 02.09 น.

หลังจากบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC วางกลยุทธ์ใหม่ขยายธุรกิจ Top Daily เปิดตัว "แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่" เต็มรูปแบบ จนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับ CPALL เจ้าของร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-Eleven ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงรับข่าวดังกล่าวทันที
แต่กลยุทธ์นี้จะสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด 7-Eleven ได้หรือไหม่ ต้องติดตามกันต่อในอนาคต อย่างไรก็ตาม การเปิดตัว "แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่" ด้วยโมเดลแฟรนไชส์ทางเลือกทั้งรูปแบบการลงทุนน้อยและการลงทุนมาก ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ
“แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่” เปิดโอกาสให้ทุกคนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 สำหรับผู้ที่มีกรรมสิทธิ หรือสิทธิครอบครองที่ดิน/อาคาร ขนาดมากกว่า 200 ตารางเมตร เป็นระยะเวลามากกว่า 9 ปี ใช้เงินลงทุน 4-6 ล้านบาท การันตีรายได้ 150,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 24 เดือนแรกของสัญญา
รูปแบบที่ 2 สำหรับผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองที่ดิน แต่สนใจที่จะเข้าสวมสิทธิ์บริหารร้านท็อปส์ เดลี่ ที่เปิดอยู่เดิม ใช้เงินลงทุน 1.07 ล้านบาทขึ้นไป การันตีรายได้ 60,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 24 เดือนแรกของสัญญา
จากข้อมูลดังกล่าว เท่ากับว่า ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ "แฟรนไชส์ ท็อปส์ เดลี่" ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 1.07 ล้านบาทขึ้นไป แถมยังการันตีรายได้ 60,000 บาท/เดือนอีกด้วย ขณะที่ร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่น จะมีเงินลงทุนเท่าไหร่กันบ้าง Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว
7-Eleven จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า มี 2 รูปแบบ คือ 1.ผู้ซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ในฐานะผู้จัดการร้าน ได้รับเงินเดือน 29,000 บาท มีหน้าที่บริหารยอดขายและค่าใช้จ่ายในร้านให้ได้ตามงบประมาณที่ 7-Eleven จัดให้ ถ้าบริหารได้ตามเป้า จะปันผลกำไรให้แบบขั้นบันได้ประมาณ 20-30% ในกรณีที่มียอดขายสูงกว่าเป้าที่บริษัทตั้งไว้
โดยมีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านประมาณ 480,000 บาท รวมทั้งยังมีเงินค้ำประกันความเสียหายประมาณ 1,000,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 1,480,000 บาท และมีระยะเวลาสัญญา 6 ปี
2.ผู้ซื้อแฟรนไชส์ หรือแฟรนไชส์ จะมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไร 54% ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแบบแรก คือ ค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน 1,730,000 บาท เงินค้ำประกันความเสียหาย 900,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2,630,000 บาท โดยมีระยะเวลาสัญญา 10 ปี
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ค่ายดังที่รุกตลาดร้านสะดวกซื้อเช่นเดียวกัน แต่มาในรูปแบบ พัฒนาร้านค้าโชห่วย โดยค่ายแรก บิ๊กซี ที่ส่ง “ร้านโดนใจ” เข้าชิงส่วนแบ่งการตลาด ด้วยแนวคิดที่โดนใจต้องการพัฒนาร้านค้าโชห่วยให้เติบโตขึ้น มีรูปแบบร้านค้าที่ทันสมัย เเละมีระบบข้อมูลที่ช่วยให้ร้านโชห่วย สามารถพัฒนาการขาย
ทั้งนี้ความน่าสนใจ คือ ร้านค้าที่ลงทุนกับโดนใจไม่ต้องแบ่งกำไรกับทางโดนใจ กำไรเป็นของร้านค้า 100% ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ร้านโดนใจตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพาร์ทเนอร์คู่คิดในการทำธุรกิจ
สำหรับโดนใจมีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ 1.โดนใจจัดให้ เริ่มต้นเพียง 28,000 บาท จัดให้แบบเน้น ๆ ช่วยลงทุนอุปกรณ์ร้านค้าให้ใหม่เลือกอุปกรณ์ได้หลากหลาย จัดให้ตามใจคุณ โมเดลยอดฮิตร้านโชห่วย ผลตอบแทน 100% โดนใจจะลงทุนค่าอุปกรณ์สูงสุด 540,000 บาท
2.โดนใจสุดคุ้ม เข้าปรับปรุงร้านเต็มรูปแบบตามมาตรฐานดวงใจ มีหลากหลายขนาดให้เลือก โดนใจลงทุนการตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ภายในร้านให้ใหม่ มูลค่าสูงสุดถึง 765,700 บาท เริ่มต้นเพียง 106,000 บาท ผลตอบแทน 100%
3.โมเดลออมทรัพย์ เหมาะกับเจ้าของร้านที่มีร้านอยู่แล้วและไม่ต้องการปรับปรุงร้านใหม่ แต่ต้องการปรับปรุงการขายให้เป็นระบบ และมีความสะดวกสบายมากขึ้น และเป็นเจ้าของเครื่องคิดเงินอัจฉริยะเพียง 999 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 36 เดือน
และ 4. สมาชิกโดนใจ สินค้าราคาพิเศษจากโปรฯ ไฟไหม้! สั่งสินค้าออนไลน์พร้อมส่งให้ถึงหน้าร้าน สมัคร ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ปิดท้ายที่ร้านถูกดี มีมาตรฐาน บริหารกิจการ โดย นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรม บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด โดยค่าปรับปรุงพื้นที่ร้านให้ได้ตามมาตรฐานของบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพพื้นที่เดิมของแต่ละร้าน ว่าต้องมีการปรับปรุงมากน้อยแค่ไหน โดยค่าใช้จ่ายจะเริ่มต้นที่ 50,000 บาท
รวมทั้งจะต้องมีเงินค้ำประกันปฏิบัติตามสัญญา 200,000 บาท นี้ไม่ใช่ค่าแรกเข้า แต่เป็นเงินที่วางไว้กับบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน เพื่อให้พาร์ทเนอร์ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะได้รับคืนเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง (หากไม่มีภาระติดค้างกับบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน) ระยะเวลาสัญญา 3 ปี + 3 ปี ซึ่งพาร์ทเนอร์ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ได้รับ 85% ของกำไรที่ได้จากการขายสินค้า
หากพาร์ทเนอร์ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ไม่มีเงินทุนในการปรับปรุงร้าน สามารถแจ้งความจำนงขอยื่นกู้เงินกับธนาคารพันธมิตรของทางบริษัทถูกดี มีมาตรฐาน ได้ในวันเซ็นสัญญา ซึ่งเป็นการกู้เงินโดยไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ วงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 450,000 บาท (ปรับปรุง/ตกแต่งร้านสูงสุด 300,000 บาทและเงินค้ำประกันสัญญา 150,000 บาท)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...