โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ชู “หุ้นสหรัฐ” และพันธมิตรยังเด่นสุดช่วงครึ่งปีหลัง... ส่วน “ตราสารหนี้โลก” โอกาสลงทุนรับดอกเบี้ยขาลง “หุ้นไทย” ถูก-แต่ยังไม่วิ่ง แนะทยอยสะสม “หุ้นปันผลสูง” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 10.26 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาจับชีพจรการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี25 กัน หลังระเบียบโลกกำลังถูกจัดระเบียบใหม่ ให้เป็น “2 ขั้ว” ชัดเจน ระหว่าง “สหรัฐ-จีน”
ไทยเองก็ถูกบีบให้ต้องเลือกข้างเช่นกัน หลังจาก 1 ส.ค. นี้ “ภาษี Trump” ก็จะชัดเจนแล้วว่า…แต่ละประเทศจะเจอกันเท่าไร ซึ่งย่อมจะส่งผลกระทบต่อการค้าโลกและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกด้วยเช่นกัน
สินทรัพย์ไหนน่าลงทุน? ตลาดไหนมีโอกาสน่าสนใจ?
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจาก Finnomena” มาฝากกัน

“ขั้วสหรัฐ” และพันธมิตร ตลาดหุ้นยังน่าสนใจ…ส่วน “ตราสารหนี้โลก” โอกาสลงทุนรับดอกเบี้ยลด

โดย “เจษฎา สุขทิศ” CEO, Finnomena Group บอกว่า ตลาดหุ้นสหรัฐในปีนี้คล้ายกับช่วงปี19 ก่อนเกิด Covid-19 ปีนั้น ดัชนี S&P500” ลงแรง -20% ก่อนจะบวกกลับแรง +25% มาทำ “New High” ปีนี้ก็คล้ายกัน “S&P500” ลงแรง -20% ก่อนจะบวกกลับ +30% จากจุดต่ำสุดขึ้นมาทำ New High” เช่นเดียวกัน หลังจากนี้หุ้นสหรัฐคงไม่ลงแรงแบบนั้นแล้ว อาจจะมีปรับฐาน 8 – 10% เศรษฐกิจยังคงโตได้ล่าสุด “ธนาคารโลก” (World Bank) คาดเศรษฐกิจสหรัฐจะโตลดลงเหลือ 1.4% เป็น Soft Landing” ส่วนเงินเฟ้อน่าจะปรับขึ้นไปอยู่ระดับ 2% ปลายๆ กดดันให้ “ธนาคารกลางสรัฐ” (Fed) ต้องลดลดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงไปต่อได้

(เจษฎา สุขทิศ)

“โลกกำลังถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ ‘สหรัฐ’ และ ‘จีน’ และทุกประเทศกำลังถูกบีบให้เลือกข้าง รวมทั้ง ‘ไทย’ ซึ่งมองว่าหุ้นที่จะได้ประโยชน์จะเป็น ‘ขั้วสหรัฐ’ และพันธมิตร ได้แก่ ตลาดเกิดใหม่ (ไม่รวมจีน) เช่น เกาหลีใต้, ไต้หวัน, เวียดนาม และอินเดีย

ส่วนการลงทุนใน “กองทุนตราสารหนี้โลก” ก็ยังน่าสนใจลงทุนรับดอกเบี้ยขาลง ถ้าดอกเบี้ยลงจากนี้ไปถึงสิ้นปีหน้า 0.5 -1.0% ถ้าอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่กองทุนลงทุนอยู่ที่ 5 ปี ก็จะมี Capital Gain” เพิ่มเข้ามาอีก 2.5 -5.0% เมื่อรวมกับดอกเบี้ยที่ได้รับ ผลตอบแทนรวมก็อาจจะอยู่ระดับ 6 – 8% ได้

“หุ้นสหรัฐ” ราคาตึงตัว แต่ตลาดยัง “Sideway up”…ส่วน “หุ้นไทย” ถูกแต่ไร้ปัจจัยบวกให้ปรับตัวขึ้น แนะทยอยลงทุนกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” ได้

ด้าน “วศิน ปริธัญ” Managing Director บลป.เดฟินิท ในเครือของ Finnomena Group มองผลกระทบของ Trump Tariff” ว่าในระยะสั้นจะเป็นปัจจัยเชิงลบต่อประเทศที่โดนภาษีในอัตราที่สูง ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอการเติบโต และคาดว่าจะเห็นความผันผวนของตลาดหุ้นแบบ Sideway อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดคงไม่ถึงขั้นปรับฐานแบบลงลึกอาจจะลงแค่ 5-7%แต่จะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาได้ในระยะยาว “หุ้นสหรัฐ” ราคาแม้ตึงตัวไปบ้าง ปัจจุบันมี P/E ประมาณ 22 เท่า ใกล้เคียงปี21 และ24 แต่ตลาดยังคงอยู่ในลักษณะ “แกว่งตัวขึ้น” (Sideway Up) ได้ ตราบเท่าที่กำไรบจ.ยังคงเติบโต เพราะตลาดหุ้นสหรัฐนำโดยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและนัวตกรรม การเติบโตของกำไรในระยะยาวยังดี

(วศิน ปริธัญ)

หุ้นเวียดนามเจ็บน้อยสุดจากภาษี Trump ตลาดขึ้นไป 1,400 จุด ทำ ‘New High’ ไปแล้ว แต่ยังไม่ทำ ‘All Time High’ ที ส่วน ‘หุ้นอินเดีย’เศรษฐกิจใหญ่พอที่จะรองรับผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของสหรัฐได้ ประเทศในเอเชียน่าจะได้รับผลบวกจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมาเพื่อลดความเสี่ยงจากเรื่องภาษี ส่วน ‘หุ้นไทย’ มูลค่าถูกและ Downside จำกัด แต่ยังไม่มีปัจจัยที่จะทำให้ตลาดกลับเป็นขาขึ้น แนะทยอยสะสมหุ้นสไตล์หุ้นปันผลได้”

ดังนั้น จึงแนะนำเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากความผันผวนอย่างกองทุนที่มีนโยบายกระจายความเสี่ยงแบบ Multi Asset” เช่น ES-GAINCOME หรือกองทุนหุ้นโลกสาย Defensive” ที่หาประโยชน์จากความผันผวน และมี Option Strategy เช่น K-GPINUH โดยเตรียมสภาพคล่องบางส่วนเพื่อเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเมื่อตลาดปรับฐาน นอกจากนี้ สินทรัพย์ทางเลือกประเภท “Alternative Assets” เช่น Hedge Fund ถือว่าตอบโจทย์ในการกระจายความเสี่ยง ด้วยความผันผวนที่ต่ำ และมีโอกาสทำกำไรทั้งตลาดขาขึ้นและลง (Long-Short)

เปิดแคมเปญ “Better Together – Wealth Together by Finnomena”…ส่ง “FA” ดูแลนักลงทุนใกล้ชิดสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ปิดท้ายด้วย “กสิณ สุธรรมนัส” Chief Strategy Officer, Finnomena Group บอกว่า วิกฤตและความผันผวนเป็นเรื่องที่พบเจอได้ตลอดในโลกการลงทุน ในทุกๆ ปี เราจะเจอเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาด ซึ่งสถิติในอดีตก็ชี้ว่าเราผ่านมาได้ทุกครั้ง และแน่นอนว่าการมี“เพื่อนร่วมทาง” (FA) ที่เดินไปพร้อมกับคุณ คือหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้ พร้อมเดินหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ Finnomena Group” มีเป้าหมายสำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนมีความมั่นคงทางการเงินตลอดชีวิต ด้วยผู้แนะนำการลงทุนและแพลตฟอร์มการลงทุนชั้นนำระดับสากล ช่วยให้นักลงทุนไทยกว่า 1 ล้านคน ได้พบกับผู้แนะนำการลงทุนที่เข้าใจยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทางที่เดินไปพร้อมกับคุณในทุกจังหวะสำคัญของชีวิต ภายใต้แคมเปญ Better Together – Wealth Together by Finnomena”

(กสิณ สุธรรมนัส)

Better Together คือความตั้งใจที่อยากให้ทุกก้าวของการลงทุน เริ่มต้นจากความเข้าใจและเดินไปพร้อมกัน เพราะการลงทุนไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือกลยุทธ์ แต่คือการจัดการอารมณ์ ความไม่แน่ใจ และช่วงเวลาที่ต้องเลือก ซึ่งการมีผู้แนะนำการลงทุนจะช่วยให้ทุกคนเดินหน้าสู่ความสำเร็จ ผ่านระบบ Wealth Together บริการที่ให้คุณมี ‘ผู้แนะนำการลงทุน’(FA) จาก Finnomena Funds คอยดูแลแบบใกล้ชิด ตั้งแต่การแนะนำพอร์ตลงทุนในกองทุนรวม หุ้น ตราสารหนี้ ไปจนถึงการปรับกลยุทธ์และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินมากขึ้น โดยตั้งเป้าจะเพิ่ม FA อีก 1,000 คน เพื่อดูแลนักลงทุนที่มีอยู่ประมาณ 50,000 คน ด้วย”

ภายใต้ตลาดการลงทุนที่ผันผวนมากยิ่งขึ้นทั่วโลก ผลกระทบจากนโยบายของ “Donald Trump” การมองหาโอกาสการลงทุนและวางกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสมย่อมช่วยให้คุณสามารถฝ่าตลาดที่ผันผวนนี้ไปได้ และถ้าเดินคนเดียวไม่ไหว การมี “ผู้แนะนำการลงทุน” (FA) ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก้น้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...