โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

NT เปิดตัวบริการ “NSW e-D/O” ยกระดับโลจิสติกส์ไทย สู่ Paperless Trade

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 09.30 น.

NT ร่วมมือกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดตัวบริการ e-D/O ผ่านแพลตฟอร์มกลาง THAI NSW สร้างมิติใหม่กระบวนการนำเข้าสินค้ายุคดิจิทัลแบบไร้กระดาษ หนุนผู้ประกอบการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันทางการค้า

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้พัฒนาระบบบริการใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-D/O (Electronic Delivery Order) ผ่านแพลตฟอร์มกลาง THAI NSW ลดขั้นตอนการใช้กระดาษ เพิ่มความรวดเร็ว โปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ยกระดับกระบวนการนำเข้าสินค้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ NT ได้ร่วมกับกรมศุลกากร การท่าเรือแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พร้อมจัดเสวนา“NSW e-D/O กับการยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่ Paperless Trade” เพื่อเปิดตัวบริการ e-D/O และแนะนำระบบบริการ e-D/O ผ่านแพลตฟอร์มกลาง NSW ที่ถูกออกแบบให้มีกระบวนการด้านเอกสารการนำเข้าสินค้าทางเรือที่ทันสมัยทัดเทียมกับมาตรฐานระดับโลก โดยมีผู้ประกอบการด้านการนำเข้าส่งออกทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการสายเรือ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร กล่าวว่า การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-D/O) แบบ B2B เป็นก้าวสำคัญของการพัฒนา THAI NSW ที่สนับสนุนให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม THAI NSW มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายตามแผนยุทธศาสตร์กรมศุลกากรที่มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกรรมการค้าที่สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยที่หน่วยงานภาครัฐสามารถตรวจสอบและตรวจปล่อยสินค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รวมทั้งยังสะท้อนความสำเร็จจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มกลาง THAI NSW โดยที่ผ่านมาได้มีการพัฒนายกระดับการรองรับเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่องให้ข้อมูลและรูปแบบการเชื่อมต่อเป็นไปตามมาตรฐานสากลสำหรับการนำเข้า-ส่งออก นำผ่าน และโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเพิ่มศักยภาพขยายการเชื่อมโยงต่อไปยังต่างประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก

นายทอม เฉลิมกาญจนา ประธานสมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ระบบใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-D/O) ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมที่นำมาใช้เปลี่ยนจากกระดาษให้เป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ส่งผลในการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

โดยหวังความร่วมมือของทุกฝ่ายโดยเฉพาะภาครัฐในการผลักดัน e-D/O เป็นระบบที่สามารถปรับใช้ได้จริงเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการขนส่งทางเรือ นำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสายการเดินเรือ และเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้

เรือโท ภัทธวุฒิ กนกวรรณากร ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กล่าวว่า การพัฒนาระบบปล่อยสินค้าในท่าเรือสู่ความเป็นดิจิทัลด้วยระบบ e-D/O เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนายกระดับท่าเรือของไทยสู่ "Smart Port” โดย e-D/O ไม่เพียงแค่การปรับเปลี่ยนทางเทคโนโลยี แต่คือการปฏิรูปกระบวนการทำงานครั้งสำคัญที่จะแก้ Pain Point ให้เกิดประโยชน์ใน 4 มิติหลัก

  • ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของผู้ประกอบการ โดยการลดขั้นตอน ลดการใช้กระดาษ และลดระยะเวลาที่รถบรรทุกต้องรอหน้าท่า
  • ลด Waste ด้านเอกสาร การเดินทางและการรอคอย
  • เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
  • เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ คาดว่าจะได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนที่จะปรับตัวและนำเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์โดยรวมซึ่งผู้ประกอบการไทยจะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างทัดเทียมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานดิจิทัลและโซลูชัน NT กล่าวถึงการพัฒนาระบบบริการใบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ e-D/O ดังกล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบสำหรับการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือด้วยระบบ Sea PCS (Port Community System) เพื่อเป้าหมายอำนวยความสะดวกการนำเข้า-ส่งออก และโลจิสติกส์ และการยกระดับโลจิสติกส์ไทยสู่ Paperless Trade สอดคล้องกับแผนพัฒนา THAI NSW ตามนโยบายกรมศุลกากรที่มุ่งเป้าผลักดันระบบโลจิสติกส์ยุคใหม่เต็มรูปแบบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืน

โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ รวมถึงสามารถใช้เป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทั้งการอำนวยความสะดวก และการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...