โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บทวิเคราะห์ ครบรอบ 3 ปี RCEP

China Media Group

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.04 น.

บทวิเคราะห์ ครบรอบ 3 ปี RCEP

ขณะนี้ ครบรอบ 3 ปีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2022 เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า RCEP มีส่วนเกื้อกูลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรืองของตลาด

RCEP เป็นข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ลงนามโดย 10 ประเทศในอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป้าหมายของภาคี RCEP คือ ร่วมกันสร้างกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทันสมัย ครอบคลุม มีคุณภาพสูง และเป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมการเติบโตของการค้าและการลงทุนในภูมิภาค และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจโลก

ผลประโยชน์ที่สําคัญที่สุดของ RCEP คือ การลดภาษีศุลกากร ตามความมุ่งมั่นของ RCEP บรรดาสมาชิกจะบรรลุภาษีศุลกากรเป็นศูนย์สำหรับการค้าสินค้าประมาณ 90%

การลดภาษีศุลกากรของ RCEP ได้ส่งเสริมการส่งออกและนําเข้าในส่วนภูมิภาค ที่เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน มีบริษัทร่วมทุนระหว่างจีนและญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นและไทย ในอดีต บริษัทนี้มีมูลค่าการนําเข้าต่อปีประมาณ 500 ล้านหยวน (ราว 2,500 ล้านบาท) อัตราภาษีนําเข้าคิดเป็น 10% จึงต้องเสียภาษีศุลกากรมากกว่า 7 ล้านหยวนต่อปี หลังจากจีนได้เข้าร่วม RCEP แล้ว ค่าภาษีศุลกากรได้ลดลง 630,000 หยวนในปีแรก คาดว่า ในปีที่ 5 ของการเข้าร่วม RCEP ค่าภาษีศุลกากรจะลดลงอีก 3.15 ล้านหยวน และในปีที่ 11 ภาษีศุลกากรจะเป็นศูนย์ พิจารณาจากกรณีของบริษัทนี้จะพบว่า RCEP ได้ช่วยส่งเสริมการนำเข้าของบริษัท ขณะเดียวกัน RCEP ยังจะเพิ่มการส่งออกของธุรกิจญี่ปุ่นและไทย นอกจากนี้ RCEP ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและการแบ่งงานในห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระหว่างผู้ประกอบการในประเทศสมาชิก RCEP อีกด้วย

เมื่อต้นทุนการประกอบธุรกิจน้อยลง จะปันผลให้ลูกค้าผ่านการลดราคา ตัวอย่างเช่น มีร้านค้าแห่งหนึ่งในเมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน ขายกล่องรักษาความสดของอาหาร เครื่องครัว และอุปกรณ์ทําความสะอาดที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะ หลังจากจีนได้เข้าร่วม RCEP แล้ว สินค้าในร้านนี้มีมากกว่า 80% ที่ได้รับการลดภาษี RCEP ต่อจากนั้นร้านนี้เพิ่มการนำเข้าสินค้า และลดราคาสินค้าอย่างประสานสอดคล้องกัน

RCEP ได้ส่งเสริมให้การค้าและการลงทุนระหว่างจีนและอาเซียนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วสถิติจากสำนักงานศุลกากรแห่งนครเซี่ยงไฮ้ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดการนําเข้าและส่งออกของนครเซี่ยงไฮ้ต่อประเทศอาเซียนสูงถึง 143.52 พันล้านหยวนเพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จีนได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะเปิดตลาดทุกด้าน และส่งเสริมการพัฒนา RCEP ให้มีคุณภาพสูง โดยคณะกรรมการส่งเสริมการค้าและศุลกากรในพื้นที่ต่าง ๆ ของจีนได้ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ เรียนรู้ RCEP และใช้ประโยชน์จาก RCEP ให้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น คณะกรรมการส่งเสริมการค้าเขตกวางสีทางใต้ของจีนได้จัดโครงการธุรกิจนำร่อง RCEP โดยช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิต กลุ่มบริษัทผลิตยา ยวี่หลินเขตกวางสีทางใต้ของจีนเป็น 1 ใน 8 บริษัทนําร่องดังกล่าว บริษัทแห่งนี้ใช้ประโยชน์จาก RCEP ไปบุกตลาดในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ตามลำดับ ปัจจุบัน บริษัทนี้มีการค้ากับ 9 ประเทศสมาชิกของ RCEP ตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของ RCEP บริษัทแห่งนี้ได้ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ โดยลดต้นทุนถึง 3.86 ล้านหยวน

นับตั้งแต่ RCEP มีผลบังคับใช้ พื้นที่ต่าง ๆ ของจีนได้เห็นแนวโน้มการเติบโตของการค้าระหว่างจีนและประเทศ RCEP และบริษัทขนส่งและท่าเรือที่เกี่ยวข้องต่างแข็งขันพากันเปิดเส้นทางระหว่างจีนและประเทศ RCEP ตัวอย่างเช่น เมืองต้าเหลียน เมืองชิงเต่า เมืองฉวนโจว เมืองเซียะเหมินเมืองเซินเจิ้น และเมืองกวางโจวต่างได้เพิ่มเส้นทางใหม่สําหรับประเทศสมาชิก RCEP โดยเฉพาะ เส้นทางใหม่เหล่านี้รองรับการค้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งขับเคลื่อนโดย RCEP และได้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและประเทศ RCEP

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ได้เปิดเส้นทางเดินเรือบรรทุกสินค้าระหว่างเซี่ยงไฮ้กับท่าเรือกําปอตในกัมพูชา ในช่วงเดือนแรกของการเปิดเส้นทาง ได้ให้บริการขนส่งสินค้ารวม 10,000 ตันซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า ยานพาหนะ 41 คันและวัสดุอื่นๆ เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางตรง การเดินทางใช้เวลาเพียง 8 วัน ซึ่งสามารถประหยัดเวลาการขนส่งทางทะเลได้ 50% และมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

บุคคลในแวดวงทางเศรษฐกิจและการค้าเชื่อว่า ในช่วง 3 ปีนับตั้งแต่ RCEP มีผลบังคับใช้ทุกด้าน การเปิดเสรีและอํานวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนยังคงก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดสถานการณ์ใหม่ของความร่วมมือระดับภูมิภาคและการพัฒนาร่วมกัน

เขียนโดย โจว ซวี่ ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...