โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากล้นจนร้าง...ถึงเวลาฟื้นท่องเที่ยวไทยให้ถูกทาง

นิตยสารคิด

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 00.43 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 00.43 น.
global-tourism-balancing-growth-and-sustainability -cover

หลังโควิด-19 “วัฒนธรรม” กลายเป็นพลังหลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง แต่ในขณะที่หลายเมืองเร่งฟื้นเศรษฐกิจผ่านการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เมืองอีกจำนวนมากกลับมุ่งบาลานซ์ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทรนด์โลกของปี 2025 ที่น่าจับตามอง

หมุดหมายใหม่โดนใจนักเดินทาง
เมืองอย่างดูไบ เฉิงตู กวางโจว และจาการ์ตา ต่างกำลังตั้งหน้าตั้งตารีแบรนด์เมืองใหม่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่เปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม เทศกาล จุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ทันสมัย เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ผ่านมรดกทางประเพณีและวัฒนธรรม จนทำให้เมืองเหล่านี้กลายเป็นหมุดหมายใหม่ที่ใคร ๆ ก็ควรไปเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต

โตอย่างไรให้บาลานซ์
หลาย ๆ เมืองใช้การประเมินทางนวัตกรรมมาระบุถึงภาวะกดดันทางการท่องเที่ยว เช่น กลยุทธ์ของเมืองบาเซโลนาในการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว นโยบายการเก็บค่าธรรมเนียมผู้เยี่ยมเยือนของเมืองเอดินบะระ และภาษีโรงแรมในซานฟรานซิสโก

(Elizeu Dias / Unsplash)

เที่ยวจริงผ่านจอ
ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร หรือวิดีโอเกม ก็กำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับโลกได้อย่างก้าวกระโดด ดูได้จากสถิติการท่องเที่ยวลอนดอน 60% ของนักท่องเที่ยวได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์ หรือการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ อย่างเช่น คณะกรรมการภาพยนตร์อาบูดาบี (Abu Dhabi Film Commission) ไปสู่องค์กรไม่แสวงกำไรอย่าง Film London และคณะกรรมการภาพยนตร์แห่งโซล ต่างก็มีบทบาทในการยกระดับเทรนด์นี้ผ่านการใช้ภาพยนตร์เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับท้องถิ่นของพวกเขา

ในปี 2025 เมืองต่าง ๆ จะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวภายใต้กรอบความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ด้วยเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างการใช้ภาพยนตร์โปรโมตการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างความต้องการของผู้มาเยือนและผู้อยู่มาก่อนอย่างชาวเมืองด้วยเช่นกัน

ในส่วนของประเทศไทย มีรายงานระบุในบทความ “Overtourism ผลกระทบและแนวทางการจัดการเพื่อความยั่งยืน” โดยธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ว่า นักท่องเที่ยวมีการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูง จากสถิติที่รวบรวมโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในปี 2559 พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติใน 10 จังหวัดแรกที่มีจำนวนสูงสุดคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 86.3% แสดงให้เห็นว่ามีการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในจังหวัดที่ได้รับความนิยม รวมถึงบางช่วงเวลาที่เป็น High Season หรือช่วงเวลาเทศกาลก็จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน

สถิตินี้สะท้อนให้เห็นว่า บางช่วงและบางจังหวัดจะต้องรับนักท่องเที่ยวปริมาณมากจนล้น ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาได้เพราะการมีปริมาณนักท่องเที่ยวที่มากเกินไปหรือที่เรียกว่า ‘Overtourism’ จำเป็นต้องมีการวางแผนรับมือและจัดการให้ดี มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการรบกวนคนท้องถิ่น หรือความประทับใจที่ลดน้อยลงของนักท่องเที่ยวเพราะต้องรอคิวนาน หรือความรู้สึกอึดอัดจากการต้องเบียบเสียดในสถานที่ที่มีคนเนืองแน่น

(Jacek Dylag / Unsplash)

นอกจากนี้ปริมาณนักท่องเที่ยวมักมาพร้อมกับกำลังซื้อ แต่เมื่อมีความต้องการซื้อสินค้าในท้องถิ่นมากขึ้น ก็อาจจะทำให้ราคาสินค้าเพิ่มมากขึ้นและค่าครองชีพสูงขึ้นด้วยสำหรับคนท้องถิ่น นอกจากนี้ เมื่อมีคนหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ก็อาจทำให้สาธารณูปโภคไม่เพียงพอต่อความต้องการ สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเสื่อมโทรม และอาจกระทบไปถึงมรดกและวัฒนธรรมดั้งเดิมที่อาจเปลี่ยนแปลงไป เพราะไม่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง เช่น อาจมีคนมือบอนขีดเขียนฝาผนังในโบราณสถาน หรือเกิดการขโมยโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมออกจากพื้นที่

โดยแนวทางของการจัดการกับภาวะ Overtourism นั้นไม่มีสูตรตายตัว แต่สามารถใช้ตัวอย่างจากหลาย ๆ เมืองมาเป็นกรณีศึกษาได้ เช่น

  • กระจายนักท่องเที่ยวออกจากช่วงเวลาที่หนาแน่น โดยการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ หรือการใช้เทคโนโลยีมาช่วย อย่างการทำระบบจองล่วงหน้า หรือใช้นโยบายรัฐร่วมด้วย อย่างการทำนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยววันธรรมดา หรือการท่องเที่ยวนอกฤดูกาล เป็นต้น
  • การกระจายนักท่องเที่ยวออกจากพื้นที่ที่หนาแน่น โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมน้อย เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่รอบนอกกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองของประเทศไทย
  • ใช้กลไกราคา โดยการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษีนักท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น และใช้ราคาที่ทำให้เกิดแรงจูงใจในพื้นที่ที่หนาแน่นน้อยกว่า
  • การตั้งมาตรการเกี่ยวกับธุรกิจที่พักแรมเพื่อกระจายนักท่องเที่ยว เช่น การจำกัดจำนวนที่พักแรมเปิดใหม่ อย่างที่บาร์เซโลนาที่ห้ามสร้างที่พักแรมใจกลางเมือง และการควบคุมให้ที่พักแรมต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ปิดแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งนับเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดที่จะช่วยฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมได้อย่างรวดเร็ว เช่น ประเทศไทยมีการปิดเกาะตาชัยในจังหวัดพังงาแบบถาวรตั้งแต่ปี 2559 หรือการปิดเกาะต่าง ๆ ในช่วงมรสุม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในช่วงเวลานั้นด้วยเช่นกัน

การท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนจากแนวคิดจาก “มากคือดี” ไปสู่ “พอดีและยั่งยืน” เพราะแม้การท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว แต่หากไร้การบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ก็อาจทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างวัฒนธรรมท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน แนวคิดจากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า การกระจายความหนาแน่น กระตุ้นเมืองรอง ใช้เทคโนโลยี และกำหนดมาตรการด้านภาษี ล้วนเป็นแนวทางที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้อย่างถูกทิศทางและเกิดความมั่นคงในระยะยาว

ที่มา : รายงาน “World Cities Culture Trends Report 2025” จาก worldcitiescultureforum.com
บทความ “Overtourism ผลกระทบและแนวทางการจัดการเพื่อความยั่งยืน” โดย อารยา จันทร์สกุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“พิธีเจ้าเซ็น” ร่องรอยอิหร่านในสยาม แห่รำลึกอิหม่ามของชาวมุสลิมชีอะห์

ศิลปวัฒนธรรม

เรือโบราณพนม-สุรินทร์ "เก่าแก่ที่สุดในไทยและอุษาคเนย์" อายุพันกว่าปีมาแล้ว

ศิลปวัฒนธรรม

"เพลงยาวพยากรณ์" แต่งโดย "พระเจ้าเสือ" เครื่องมือรัฐประหาร "พระนารายณ์" !?

ศิลปวัฒนธรรม

12 มีนาคม 1930 คานธี นำชาวอินเดียทำสัตยาเคราะห์เกลือ "ดื้อแพ่ง" ดังทั่วโลก

ศิลปวัฒนธรรม

‘VP เวียดนามปทุม’ อาหารเวียดนาม-อีสาน ขายมา 33 ปี ที่ 'ปทุมธานี'

กรุงเทพธุรกิจ

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. 69

PostToday
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...