สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 68 8:36: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 60.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 64 เซนต์ หรือ 1.04%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 64.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 65 เซนต์ หรือ 1%
ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดลดลงราว 1% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังคณะผู้แทนอิหร่านและสหรัฐฯ มีความคืบหน้าในการเจรจา และการคาดการณ์ว่า กลุ่ม OPEC+ จะตัดสินใจเพิ่มปริมาณการผลิตในการประชุมสัปดาห์นี้
*** ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากำลังติดตามความเคลื่อนไหว "ในทางบวก" จากการเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) หลังตกลงเลื่อนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากกลุ่ม EU ในอัตรา 50% ไปจนถึงวันที่ 9 ก.ค. โดยทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า "เพิ่งได้รับการแจ้งว่า EU ขอให้จัดวันประชุมเจรจาโดยเร็ว นี่คือพัฒนาการที่ดี และหวังว่าท้ายที่สุด EU จะเปิดตลาดให้สหรัฐฯ เหมือนที่ผมเรียกร้องจากจีน" ก่อนหน้านี้ ทรัมป์วิจารณ์ EU ว่า "เดินเกมเจรจาช้า" มาตลอด
*** คำสั่งซื้อสินค้าทุนสหรัฐฯ ร่วงหนักที่สุดในรอบ 6 เดือน หลังความไม่แน่นอนจากภาษีนำเข้า โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขหลักในเดือนเม.ย. ของคำสั่งซื้อสินค้าทุนหลัก (ไม่รวมอากาศยานและกลาโหม) ร่วง 1.3% ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2023 ด้านคำสั่งซื้อสินค้าทุนกลาโหมลดลง 19.1% โดยสาเหตุหลักมาจากนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยทำให้ธุรกิจเกิดความลังเลในการลงทุน ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีดตัวขึ้นในเดือนพ.ค. หลังสหรัฐฯ - จีนพักสงครามการค้า 90 วัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ Conference Board พุ่ง 12.3 จุด สูงกว่าที่คาดการณ์
*** มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้สถานทูตทั่วโลก หยุดนัดสัมภาษณ์วีซ่านักเรียน (F-1/M-1) ชั่วคราว ขณะที่รัฐบาลทรัมป์พิจารณาเพิ่มมาตรการตรวจสอบประวัติโซเชียลมีเดียของผู้สมัครอย่างละเอียด โดยมาตรการครั้งนี้ อ้างถึงความกังวลว่า นักศึกษาต่างชาติอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงชาติ หรือ สนับสนุนการต่อต้านยิว (antisemitism) ซึ่งนับเป็นการขยายผลจากกรณีการรวมตัวประท้วงของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยกลุ่มไอวีลีก อย่างฮาร์วาร์ดและโคลัมเบีย
*** Nippon Steel บริษัทเหล็กยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น มีแนวโน้มจะปิดการเข้าซื้อกิจการ U.S. Steel ในราคา 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยความคืบหน้าล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุมัติข้อเสนอซื้อกิจการของ Nippon Steel เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 พ.ค.) โดยระบุว่าเป็นการสร้าง "ความร่วมมือ" ระหว่าง 2 บริษัท ซึ่ง Nippon Steel จะลงทุน 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 14 เดือน
*** Yum Brands ผู้ให้บริการเครือข่ายฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง ประกาศแผนลงทุนมูลค่า 1,490 ล้านปอนด์ (2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในตลาดอังกฤษและไอร์แลนด์ภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อขยายสาขาและยกระดับร้านค้า พร้อมสร้างงานกว่า 7,000 ตำแหน่งทั้งในธุรกิจหลักและห่วงโซ่อุปทาน โดยจะขยายสาขาใหม่ 500 แห่งใน 10 ปี ซึ่งปัจจุบัน KFC มีสาขากว่า 1,000 แห่งในอังกฤษและไอร์แลนด์ โดยมีพนักงานราว 30,000 คน KFC ระบุว่าความต้องการไก่ทอดในอังกฤษยังคงเติบโต โดยมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3,100 ล้านปอนด์
*** หุ้นเทสลาปรับตัวขึ้นเกือบ 7% ในวันอังคารหลังอีลอน มัสก์ ซีอีโอ ประกาศผ่านโพสต์บน X ว่า จะกลับมาโฟกัสที่ธุรกิจหลักอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ Tesla, X และ xAI ก่อนการปล่อยจรวด SpaceX ล่าสุด โดยมัสก์ระบุว่า "ต้องทุ่มสุดตัว" ให้กับ X, xAI และ Tesla เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ หลังเกิดปัญหาดาวน์ไทม์ชั่วคราว
*** SpaceX ปล่อยจรวด Starship ในการทดสอบบินไร้นักบินครั้งที่ 9 โดยยานลำนี้บินได้ไกลกว่า 2 ครั้งที่แล้วที่จบลงด้วยความล้มเหลวของการระเบิด ซึ่งอีลอน มัสก์มีกำหนดรายงานความคืบหน้า หลังเสร็จสิ้นการทดสอบ โดยคาดว่าจะเสนอไทม์ไลน์และแผนการพัฒนาใหม่สำหรับการขนส่งสินค้าและนักบินอวกาศบน Starship ในการเดินทางไปยังดาวอังคาร ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ
*** ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป (ACEA) ชี้ว่า เทสลา ขายรถในยุโรปได้เพียง 7,261 คันในเดือนเม.ย. ลดลง 49% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมในยุโรปจะพุ่ง 34.1% ในช่วงเดียวกัน โดยปัจจัยหลักที่กระทบต่อเทสลา ประกอบด้วยภาพลักษณ์ของบริษัทที่ถดถอย เนื่องมาจากพฤติกรรมและกิจกรรมทางการเมืองของนายอีลอน มัสก์ ขณะที่ยอดขายสะสม 4 เดือนแรกของปี 2025 ร่วงลง 40% จากปีที่แล้ว
*** กระทรวงพาณิชย์จีน เรียกประชุมกับสมาคมอุตสาหกรรมและผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เช่น BYD และ Dongfeng Motor เพื่อหารือมาตรการแก้ปัญหาการเพิ่มขึ้นของรถมือ 2 ประเภท "ไม่เคยใช้งานจริง" โดยเหวย เจี้ยนจวิ้น (Wei Jianjun) ประธาน Great Wall Motor ระบุว่า เกิดปรากฏการณ์ "รถมือสองไมล์สะสมเป็นศูนย์" ในตลาดจีน จากการแข่งขันลดราคาอย่างรุนแรงของอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยรถเหล่านี้ถูกจดทะเบียนและระบุป้ายทะเบียนแล้ว (นับว่าขายออกไปแล้ว) แต่ไม่เคยถูกใช้งานจริง ก่อนถูกนำมาขายต่อในตลาดรถมือสอง โดยพบผู้ขายรถประเภทนี้ อย่างน้อย 3,000-4,000 ราย ในแพลตฟอร์มรถมือสองของจีน
*** PDD Holdings บริษัทอีคอมเมิร์ซจีน รายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกลดลง 47% เหลือ 14,740 ล้านหยวน (2,050 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากแพลตฟอร์มในประเทศเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ในขณะที่ธุรกิจระหว่างประเทศได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางการค้าโลก โดยหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐฯร่วงลง มากกว่า 17%
แม้จะมีมาตรการลดราคาอย่างหนักจากร้านค้าและมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล แต่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อในจีน ยังคงสร้างความกดดันต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค
*** เสียวหมี่ (Xiaomi) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 สูงเป็นประวัติการณ์ หลังหันมาเน้นผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ โดยระบุว่า การปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เริ่มให้ผลตอบแทนที่ดีแล้ว โดยผลประกอบการไตรมาส 1 (สิ้นสุด 31 มี.ค.) มีรายได้รวม 1.113 แสนล้านหยวน (15,480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนกำไรหลังปรับทวน (Adjusted Net Profit) พุ่ง 65% สู่ระดับ 10,700 ล้านหยวน และเป็นครั้งแรกที่ทะลุหลัก 10,000 ล้านหยวน
*** ข้อมูลจาก Canalys บริษัทวิเคราะห์ตลาดเทคโนโลยีชี้ว่า การส่งออก iPhone จากอินเดียไปสหรัฐฯ ในเดือนเม.ย. พุ่งสูงถึง 3 ล้านเครื่อง โดยเพิ่มขึ้น 76% จากปีก่อนหน้า สวนทางกับ iPhone ที่ส่งจากจีนซึ่งลดลง 76% เหลือเพียง 900,000 เครื่อง โดยสาเหตุการขยายตัวในอินเดียมาจากแอปเปิลเร่งแผนผลิตในอินเดีย เพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ต่อสินค้าจีนและความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน
*** แม้ Nvidia จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการขาย GPU และความต้องการระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ที่ยังร้อนแรง แต่บรรยากาศก่อนการประกาศผลประกอบการในวันพุธนี้ แตกต่างจากไตรมาสที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลสำคัญเดียวนั่นคือตลาดจีน โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 9 เม.ย. หลังประธานาธิบดีทรัมป์ส่งจดหมายถึง Nvidia ระบุว่า ต้องขอใบอนุญาตส่งออก สำหรับชิป H20 โดยชิปรุ่นนี้เป็นเวอร์ชันออกแบบเฉพาะสำหรับตลาดจีน ภายใต้ข้อจำกัดเดิมของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้ Nvidia ต้องตัดมูลค่าสินค้าคงคลัง (Write-down) ลงถึง 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** Salesforce บริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังประกาศว่า ได้ตกลงเข้าซื้อกิจการ Informatica บริษัทจัดการข้อมูลคลาวด์ด้วยมูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยผู้ถือหุ้น Class A และ Class B-1 ของ Informatica จะได้รับเงินสด 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น หลังข่าวลือเรื่องการเจรจา หุ้น Informatica ปรับตัวขึ้นกว่า 17% และหลังประกาศอย่างเป็นทางการ หุ้น Salesforce ปิดตลาดบวก 1% ส่วน Informatica ปรับขึ้น 6%
*** รัฐบาลญี่ปุ่น เสนอแผนซื้อผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐฯ มูลค่ามหาศาลระหว่างการเจรจาภาษีที่กำลังดำเนินอยู่ โดยรายละเอียดข้อเสนอ ประกอบด้วยการนำเข้าสูงถึง 1 ล้านล้านเยน (6,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านบริษัท Nvidia และบริษัทชิปสหรัฐฯรายอื่น ๆ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะให้เงินอุดหนุน แก่บริษัทญี่ปุ่นที่ซื้อชิปจากสหรัฐฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อลดขาดดุลการค้า ของสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่ประมาณ 10 ล้านล้านเยน
*** นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางเกาหลี (BOK) จะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งนับเป็นการลดครั้งที่ 2 ของปีนี้ เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มสะดุดจากความเสี่ยงหลัก ๆ ที่มาจาก มาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมด 21 คนคาดว่า BOK จะลดดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.5%
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ