โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เฝือกประดิษฐ์ยางพารา’ ชิ้นแรกของโลก นวัตกรรม ‘ยางพาราทางการแพทย์’ เพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ส.ค. 2565 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2565 เวลา 04.24 น. • The Bangkok Insight

‘เฝือกประดิษฐ์ยางพารา’ ชิ้นแรกของโลก นวัตกรรม ‘ยางพาราทางการแพทย์’ ต่อยอดเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์ สู่เกษตรมูลค่าสูง

ประเทศไทยสามารถครองแชมป์ส่งออกยางพารา เป็นอันดับหนึ่งของโลก นำมาซึ่งรายได้ของเกษตรกรและประเทศชาติมากขึ้น โดยใช้นวัตกรรมพัฒนาสินค้า“ยางพารา” เพื่อยกระดับอัพเกรดภาคเกษตรกรรมของไทยสู่ เกษตรมูลค่าสูง โดยบูรณาการร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง

โดยมีการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อพัฒนาการผลิตและการแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ยางพารา ตลอดจนร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ในงานด้านวิจัยและพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา ต่อยอดเชิงพาณิชย์

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่า การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาราคายาง และรักษาเสถียรภาพราคายาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร AIC กล่าวว่า อีกหนึ่งความสำเร็จของการส่งเสริมนวัตกรรมยางพาราที่ใช้ในทางการแพทย์ คือ "เฝือกประดิษฐ์ยางพาราชิ้นแรกของโลก" ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่สามารถนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้แล้ว

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา

ทั้งนี้ AIC การยางแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ได้มีการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของยางพาราจำนวน 32 เรื่อง อาทิ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูป, เฝือกเท้าสำหรับลูกช้างจากยางธรรมชาติ NR, การพัฒนาแผ่นรองเท้าสำเร็จรูปจากยางธรรมชาติสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรครองช้ำ และโรคเท้าแบน, เทคโนโลยีการพัฒนาหุ่นจำลองส่วนหัวจากยางพาราเพื่อฝึกหัดทำหัตถการทางจักษุ, อุปกรณ์ถ้วยรองน้ำยางพาราที่สามารถจับตัวน้ำยางได้เองและกรรมวิธีการผลิตอุปกรณ์ถ้วยรองน้ำยางพารา ที่สามารถจับตัวน้ำยางได้เอง, ที่ครอบสวิตช์ไฟเรืองแสงจากยางพารา

ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้เกิดการแปรรูปยางพาราเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น หมอน ที่นอนยางพารา ทั้งนี้ การผลิตนวัตกรรมยางพาราที่ใช้ในทางการแพทย์ จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาและร่วมสร้างผลงานนวัตกรรมจากยางพาราสู่การแพทย์ โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นสำคัญ และที่สำคัญคือเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ซึ่งส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา

ทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นิยม ละออปักษิณ เลขาธิการมูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี นายกสมาคมพัฒนาแพทย์ทางเลือกไทย-จีน ในฐานะหัวหน้าโครงการ “การนำเฝือกประดิษฐ์ยางพาราไปประยุกต์ใช้รักษาทางการแพทย์” กล่าวว่า การรักษาผู้ป่วยทางออร์โธปิดิกส์ในเรื่องการบาดเจ็บที่เท้า สำหรับกรณีที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะใช้วิธีการใส่เฝือกซึ่งถือเป็นมาตรฐาน แต่ยังพบว่ามีผลแทรกซ้อน เช่น เฝือกรัดแน่นเกินไป เฝือกหัก และการดูแลหลังใส่เฝือก

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีมากขึ้น เฝือกจึงมีหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่ยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาแพง

ดังนั้น การพัฒนาวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศ โดยเฉพาะยางพาราซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำหรับประเทศไทย และมีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถนำไปแปรรูปได้ตามความต้องการ จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งสำหรับแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย รวมทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้

โดยวัตถุประสงค์ของโครงการฯ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาปรับปรุงเฝือกยางพาราต้นแบบ (prototype) ให้เป็นเฝือกยางพาราเชิงพาณิชย์

สำหรับผลการวิจัยโครงการฯ ดังกล่าว สามารถพัฒนาเฝือกยางพาราในการออกแบบให้มีความสวยงามมีความทันสมัย และดำเนินการจดสิทธิบัตรการออกแบบจนผ่านการอนุมัติ จำนวน 4 ฉบับ และร่วมจัดทำร่างข้อกำหนดจากกรมวิทยาศาสตร์บริการเป็นการกำหนดตัวเลขจากงานวิจัย เพื่อให้เป็นต้นแบบในการอ้างอิงสำหรับประเทศไทยในการประดิษฐ์เฝือกยางพารา และได้ประกาศผ่านการร่างข้อกำหนด

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา

ทดลองนำไปใช้ได้ผลดี

นอกจากนี้ ในประเด็นการประยุกต์ใช้ทางคลินิก ได้ทำการศึกษาทางโรงพยาบาลจำนวน 7 แห่ง รวม 69 ราย หลังจากอธิบายให้แพทย์ผู้ใช้เข้าใจและมีการติดตามผ่านแบบสอบถามความพึงพอใจหลังใส่เฝือกและกิจวัตรหลังใส่เฝือกที่ 1, 4 และ 8 สัปดาห์ เมื่อเปรียบเทียบกับเฝือกปูนในงานวิจัยที่มีมาก่อน พบว่ามีค่าที่สูงขึ้นโดยมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมยางการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. มีงานวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเหลือทางด้านการแพทย์หลายงานด้วยกัน ซึ่งอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผลิตจากยางพารา สามารถช่วยให้การรักษาดีขึ้น เกิดความสะดวกขึ้น เนื่องจากยางพาราเป็นวัสดุมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับน้ำหนักได้มาก และระบายความร้อนได้ดี

เฝือกประดิษฐ์ยางพารา

นอกจากนี้ การนำยางพารามาผลิตเป็นอุปกรณ์เพื่อช่วยในการรักษาผู้ป่วย จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกเหนือจากการนำอุปกรณ์จากต่างประเทศที่ผลิตจากใยสังเคราะห์ พลาสติก และวัสดุอื่น ๆ ที่มีราคาแพง สามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มปริมาณของอุปกรณ์ให้มีเพียงพอในการใช้งาน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่วิกฤตเร่งด่วน เพื่อให้ทางการแพทย์สามารถช่วยเหลือคนได้เพิ่มและทันเวลายิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา กยท.ได้วิจัยและผลิตอุปกรณ์รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยางเพื่อใช้ทางการแพทย์หลายชิ้น อาทิ อุปกรณ์สำหรับฝึกหมอ พยาบาล เช่น แผ่นฝึกเย็บสื่อการสอน หุ่นฝึกช่วยชีวิต (CPR) ตลอดจนแผ่นยางรองรองเท้าสำหรับคนที่มีปัญหาจากอาการรองช้ำ และเท้าเทียมจากยางธรรมชาติ เป็นต้น

ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์ตลาดและการส่งออกยางพาราครึ่งปี 2565 ของการยางแห่งประเทศไทย ไทยยังครองตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกยางอันดับ 1 ของโลกด้วยปริมาณการส่งออกยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ยาง 2,190,065 ตัน โดยเฉพาะจีนนำเข้ายางไทยเป็นอันดับหนึ่งครองมาร์เก็ตแชร์ถึง 49% รองลงมาได้แก่ มาเลเซีย 10% สหรัฐอเมริกา 7% ญี่ปุ่น 6% เกาหลีใต้ 4%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...