เปิดม่าน 'ภารกิจชิงมงฟ้า' มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 (ภาพชุด)
เปิดม่าน ‘ภารกิจชิงมงฟ้า’ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019
มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 – เปิดม่านอย่างเป็นทางการ สำหรับเวทีประชันความงาม “มิสไทยแลนด์เวิลด์” สานต่อความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน ให้กลายเป็นจริง ภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก *“งามอย่างมีคุณค่า” *
ในปีนี้การประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 เปิดฉากขึ้นอย่างเข้มข้น เพราะงานนี้ “นิโคลีน”พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 นั่งแท่น“โค้ช” ติวเข้มตั้งแต่วันเปิดรับสมัครเลยทีเดียว
โดยจัดแถลงข่าว “เปิดตัวสาวงามผู้เข้าประกวด 24 คนสุดท้าย” ณ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำกรุงเทพฯ
ซึ่งผู้เข้าประกวดต่างมีโปรไฟล์ที่โดดเด่นและมีความหลากหลาย ทั้งในเรื่องโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคม การศึกษา อาชีพ และบุคลิกภาพ
หมายเลข 18 เนิร์ด-ดุสิตา ทิพโกมุท คุณครูปฐมวัย อายุ 23 ปี ปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า เธอเชื่อมั่นในเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะกับเธอ โดยการมาประกวดครั้งนี้ คาดหวังไว้ 100% ว่าจะคว้ามงกุฎไปครองได้สำเร็จ
“เนิร์ดได้เริ่มทำ โครงการ Music Reach Out ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวที่ใช้ดนตรีช่วยในการพัฒนาการศึกษาของเด็กๆ ใน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย เด็กปฐมวัย เด็กพิการ ออทิสติก และเด็กชาวเขา รวมถึงเพื่อส่งเสริมให้เด็กค้นพบตัวตนของตัวเอง สร้างบรรยากาศที่เอื้อให้เด็กมีความสุขกับการเรียนมากกว่าที่จะรู้สึกว่าถูกบังคับให้เรียน โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เนิร์ดมาสมัครเวทีนี้ เพราะเรารู้สึกว่าเสียงของเราคนเดียวดังไม่พอ หากอยากจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็ต้องลงมือทำ” ดุสิตากล่าวด้วยรอยยิ้ม
สาวงามที่พัฒนาศักยภาพผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง หมายเลข 6แผ่นฟิล์ม-พมลชนก ดิลกรัชตสกุล อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดีกรีนางสาวถิ่นไทยงาม 2561 และท็อป 10 มิสโกลบอล 2018 เผยว่า
“ก่อนจะมาสมัครฟิล์มได้เตรียมความพร้อมมาอย่างหนัก ด้วยการพัฒนาในสิ่งที่ขาด เช่น บุคลิกภาพ และรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ ประกอบกับควบคุมน้ำหนัก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้พลังใจอย่างมาก ด้านการแต่งหน้าก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่งเองทั้งหมด ซ้อมเดินบนส้นสูงก็ซ้อมที่คอนโด ซึ่งพื้นที่จะไม่ค่อยกว้าง ฟิล์มต้องมาแอบซ้อมตามทางเดิน พยายามเดินเบาๆ” หมายเลข 6 เล่าด้วยรอยยิ้ม พร้อมกล่าวถึงโครงการที่เธออยากจะทำได้อย่างน่าสนใจว่า
“ตอนที่เรียน ม.ปลาย เคยทำ โครงการตลาดนัดจิตอาสา ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนรู้จักการเป็นจิตอาสา ได้ช่วยเหลือสังคม จึงไปสำรวจจนพบว่าข้างๆ โรงเรียนจะมีแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งมีเด็กๆ ที่ขาดแคลนโอกาสเข้าถึงการศึกษาจำนวนไม่น้อย เลยทำโครงการสอนหนังสือให้กับน้องๆ ได้พูดฟังอ่านเขียนภาษาไทยได้ รวมถึงวิชาอื่นๆ ไปจนถึงการสอนเรื่องเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เรื่องสุขภาวะ สุขอนามัย เพราะเป็นเรื่องสำคัญของเด็กในวัยกำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ และมีสุขภาพที่ดี”
ปิดท้ายด้วย หมายเลข 5พลอย-ปรียาดา บัวสมบุญ อายุ 24 ปี ที่บินตรงจากเซี่ยงไฮ้ หลังจบการศึกษาคณะการแพทย์แผนจีน จาก Shanghai University of tradition Chinese Medicine มาหมาดๆ เผยถึงโครงการของเธอที่ชื่อว่า“โครงการ Power of love” เพื่อผู้สูงอายุ
*“พลอยคิดว่า สิ่งหนึ่งที่พรากความสุขจากผู้คนก็คือ โรค จึงเลือกเรียนแพทย์เพื่อช่วยรักษาผู้อื่น แต่อีกหนึ่งความฝันของพลอยคือ การเป็นนางงาม เพราะได้ช่วยเหลือสังคม แบบนี้ถึงจะเป็นความงามที่มีคุณค่า ทั้งนี้ในขณะที่วิทยาการต่างๆ ช่วยยืดอายุให้คนอยู่ได้นานขึ้น แต่การดูแลยังไม่ทั่วถึง *
พลอยจึงอยากให้เกิดการตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุมากขึ้น เพราะผู้สูงอายุเป็นคนที่ทำคุณค่าแก่ประเทศชาติมาก่อน ไม่ควรจะลืมเขา โดยการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและการรักษา ตลอดจนรวมกลุ่มจิตอาสาในอาชีพต่างๆ ได้เข้าไปช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้มากขึ้น เช่น ตอนที่พลอยอยู่เซี่ยงไฮ้ก็ได้ใช้ความรู้ทางแพทย์แผนจีนในการฝังเข็ม บรรเทาการปวดข้อ ปวดเข่า ตลอดจนช่วยบุคคลที่เป็นอัมพาต เป็นต้น” ปรียาดากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เรียกว่าสาวงามแต่ละคนก็มาด้วยใจที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/MissWorldThailand
ภาพชุด
ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน