โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

How to เลือก แว่นกันแดด ฉบับละเอียด บอกลาแสงแดดทำร้ายดวงตา

Sarakadee Lite

อัพเดต 25 พ.ค. 2564 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 16.59 น. • ทศพร กลิ่นหอม

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน นอกจากเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดีแล้ว แว่นกันแดด คืออุปกรณ์ที่ประชากรเมืองร้อนจำเป็นต้องมีติดตัว เพื่อปกป้องและถนอมสุขภาพของดวงตา เพราะอย่าลืมว่า แสงแดดเป็นสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดโรคทางสายตา โดยเฉพาะในส่วนของกระจกตา และจอประสาทตา ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีความไวต่อแสงมาก ๆ ทว่าก็ไม่ใช่แว่นกันแดดทุกแบบจะสามารถถนอมสุขภาพของดวงตาเราได้ เรียกว่าถ้าเลือกแว่นผิดแทนที่จะป้องกันกลับกลายเป็นตาพังเลยก็ได้

ถ้าอย่างนั้นแว่นกันแดดที่ดีเป็นอย่างไร คำตอบคือ แว่นกันแดดที่ดีอาจจะไม่ได้มาพร้อมกับราคาที่สูงลิ่วหรือดูที่แบรนด์เท่านั้น แว่นกันแดดที่ดีต้องทำหน้าที่ป้องกันแสงต่าง ๆ ที่จะสะท้อนมาทำอันตรายต่อดวงตา เช่น แสงอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวี (UV) แสงเข้ม ๆ แสงสะท้อนจากพื้นทราย หิมะ หรือพื้นน้ำรวมทั้งแสงกระเจิงที่ตาเรามองไม่เห็น

กฎเหล็กของการซื้อ แว่นกันแดด มีอะไรบ้าง เรารวบรวมไว้ใน How to เลือก แว่นกันแดด ฉบับละเอียดเรียบร้อยแล้ว

แว่นสำหรับกันแสงสะท้อนจากหิมะ

1.รู้จักชนิดของแสงก่อนเลือกแว่นกันแดด

ก่อนจะไปเลือก แว่นกันแดด ต้องขอย้อนพูดถึงต้นกำเนิดแสงกันสักนิด เพราะชนิดของแสงสำคัญมากในการเลือกประเภทแว่นตาสำหรับป้องกัน โดยแสงมีทั้งแบบที่สายตามนุษย์มองเห็นและมองไม่เห็น อีกทั้งยังมีพลังงานของแสงที่แตกต่างกันตามความเข้มของแสงในแต่ละพื้นที่แหล่งกำเนิด ส่วนหน้าที่ของแว่นกันแดดก็คือ การเข้าไปช่วยลดความเข้มของแสงแต่ละประเภทที่จ้ามากเกินดวงตาจะรับไหว

ทั้งนี้ดวงตาของมนุษย์ปกติ สามารถรับพลังงานแสง หรือความสว่างของแสง ได้อย่างสบายตาที่ระดับ 3,500 ลูเมน เช่น แสงไฟนีออนที่มีพลังงานเพียง 400-600 ลูเมน แต่หากแสงที่มีพลังงานสูงกว่า 3,500 ลูเมน จะทำให้เกิดแสงสะท้อน

และถ้าสูงกว่า 10,000 ลูเมน ดวงตาจะทำงานปิดรับแสงแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ข้อควรระวังคือ ถ้าดวงตาได้รับพลังงานแสงสูงมาก ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดตาบอดชั่วคราว หรือเลวร้ายจนกลายเป็นตาบอดถาวรเลยก็ได้ เช่น กลางหิมะสีขาวโพลนสะท้อนแดดที่มีพลังงานแสงสูงถึง 12,000 ลูเมน ในขณะที่แสงแดดกลางแจ้งนั้นมีพลังงานอยู่ที่ราว 1,000-6,000 ลูเมน

ดังนั้นกฎข้อแรกของการซื้อแว่นกันแดดจึงต้องเป็นการจับคู่กันระหว่างคุณสมบัติการป้องกันแสงของเลนส์ชนิดนั้น ๆ กับวัตถุประสงค์การใช้งาน นั่นก็เพราะความแตกต่างและช่วงความถี่ของแสงในแต่ละพื้นที่ต่างกันมีผลต่อดวงตาต่างกัน เช่น แว่นกันแดดที่ใช้งานได้ดีในเมืองร้อนโซนเขตศูนย์สูตร กับแว่นกันแดดที่ใช้เพื่อเล่นสกีกลางหิมะ และแว่นกันแดดกลางทะเลทราย ก็ย่อมจะต้องออกแบบและเลือกคุณสมบัติของเลนส์ที่ต่างกันออกไป นั่นจึงแปลว่าแว่นกันแดดที่ดีที่สุดของกิจกรรมหนึ่ง หรือสถานที่หนึ่ง อาจจะเป็นแว่นกันแดดที่ใช้ไม่ได้เลยกับอีกกิจกรรมหนึ่งก็เป็นได้

2.ก่อนซื้อแว่นกันแดด อย่าลืมอ่านฉลาก

รู้ไหมว่าแว่นกันแดดก็มีฉลาก ที่ไม่ได้ระบุเพียงประเทศที่ผลิต มาดูกันว่าบนฉลากของแว่นกันแดด มีข้อมูลใดที่น่าสนใจบ้าง

  • ป้องกันรังสี UV95-100% : แว่นกันแดดที่ดีต้องสามารถป้องกันรังสีได้ไม่น้อยกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ (ค่าตามมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าในสหรัฐอเมริกา(หรือ American National Standards Institute -ANSI) เพราะหากต่ำกว่านี้รังสียูวี หรือรังสีอัลตราไวโอเลต จะสามารถส่องทะลุแว่นได้ที่สำคัญต้องป้องกันแสงที่เกิดจากการสะท้อนบนผิววัตถุที่มีความมันวาวด้วย
  • ตัวเลข 400 nm : ตัวเลข 400 nmหรือ 400 นาโนเมตร หมายถึงแว่นกันแดดที่สามารถป้องรังสีอัลตราไวโอเลตหรือยูวีได้สูงสุด รวมทั้งยังป้องกันได้ทั้งรังสี UVA (ระยะ 315-380 นาโนเมตร) และ UVB (218-315 นาโนเมตร) ตามค่ากำหนดเกณฑ์มาตรฐานสินค้าของสหรัฐอเมริกา หรือ ANSI (American National Standards Institute)
  • เครื่องหมาย CE : หากเจอตัวย่อ CE ในแว่นตากันแดดหรือสินค้าใด ๆ ก็ตาม หมายถึง เป็นตรารับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากยุโรป ซึ่งย่อมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Conformité Européene หรือ European Conformity ในภาษาอังกฤษ หมายถึงแว่นกันแดดแบรนด์นำเข้าจากยุโรป
  • เครื่องหมายANSI : หากเจอตัวย่อ ANSI ซึ่งย่อมาจาก American National Standards Institute หมายถึงสินค้านั้น ๆ เป็นแบรนด์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เป็นมาตรฐานความปลอดภัยสินค้าในสหรัฐอเมริกา
แว่นกันแดด

3. แว่นสีเข้มในแดดจ้า แว่นสีชาในแดดอ่อน

แว่นกันแดดนั้นมีทั้งสีดำ สีชาที่อ่อนลงมา ปัจจัยที่ต้องคำนึงเรื่องสีของแว่นว่าจะดำเข้มหรือเป็นสีชาคือ สถานที่ สภาพแสง และกิจกรรม หลักการเบื้องต้นในการเลือกคือ แว่นสีเข้มสำหรับแดดจ้า กิจกรรมกลางแจ้ง แว่นสีชาในแดดอ่อน ในร่มหรือแสงไม่จ้ามาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมเช็คค่ากันรังสียูวี (UV) ที่ 95% ประกอบกับด้วย เพราะความเข้มของเลนส์ไม่ได้บ่งบอกถึงความสามารถในการกันรังสียูวี สีเข้มของเลนส์กับคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ตรงกันข้ามเลนส์สีเข้มแต่ไม่ป้องกันยูวีก็มีซึ่งจะเป็นอันตรายมากกว่า เพราะแว่นสีเข้มทำให้ม่านตาขยายกว้างขึ้นกว่าปกติ และรังสียูวีจะทำร้ายตามากขึ้นไปอีก

4.ข้อดีของกรอบแว่นปิดทุกมุม

การเลือกกรอบแว่นก็สำคัญ ตามหลักสุขภาพของดวงตากรอบแว่นควรมีขนาดใหญ่หรือโค้งปิดไปถึงขมับ ป้องกันทั้งแสงลอดเข้ามาด้านข้างของแว่น ทั้งยังช่งยป้องกันฝุ่นละอองอันจะก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อดวงตา

5.เลนส์ตัดแสงสะท้อน

ในบรรดาชนิดของแสงยังมี“แสงโพลาไรซ์” เป็นแสงที่สั่นและกระจายไปทุกทิศทาง เช่น แสงในทะเลสาบตอนเที่ยงวัน ส่งผลให้มองไม่เห็นใต้พื้นน้ำ ดังนั้นการสวมแว่นเลนส์โพลาไรซ์จึงเหมาะแก่การลดแสงสะท้อนและแสงจ้า ช่วยตัดแสงที่ทำมุม 45 องศาที่เข้ามากระทบ ไม่ให้เห็นภาพลวงตาที่เกิดจากการหักเหแสงบนพื้นถนน และช่วยลดความเข้มของแสง ป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อตาและประสาทตาอ่อนล้า แต่เลนส์โพลาไรซ์ไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันรังสียูวีโดยอัตโนมัติ จึงควรเลือกแว่นที่ใช้เลนส์โพลาไรซ์ที่ระบุคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีไว้ร่วมด้วย

แว่นกันแดด

6. เลือกสีของเลนส์ให้เหมาะกับกิจกรรม

เทคโนโลยีเลนส์แว่นกันแดดได้พัฒนาไปไกลจนทำให้แว่นกันแดดไม่ได้มีแค่สีดำหรือสีชา และสีของแว่นกันแดดที่ใคร ๆ ก็คิดว่าเป็นแค่โลกแฟชั่นก็มีความหมายดังนี้

  • สีม่วง : ให้ภาพที่มีการตัดกันของแสงดีที่สุดแก่วัตถุที่มีพื้นหลังสีเขียวหรือสีฟ้าเหมาะสำหรับกีฬาทางน้ำ
  • สีเทา : ลดแสงจ้า แสงสะท้อน เหมาะสำหรับการขับรถในช่วงกลางวันซึ่งมักมีแสงสะท้อนจากแนวราบ (Glare)จาก กระโปรงหน้ารถ พื้นถนน พื้นผิวน้ำ
  • สีเหลือง-ทอง : ลดแสงสีฟ้า แต่แสงอื่นสามารถลอดเข้าได้ ก่อให้เกิดแสงกระเจิงที่เรียกว่า Blue Hazeที่จะทำให้ตาพร่ามัว แว่นกันแดดสีเหลืองทองทำให้ภาพคมและสว่าง เหมาะสำหรับการเล่นสกีและอยู่ในพื้นที่หิมะกลางแดดจัด แต่ไม่เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการแสงแม่นยำ
  • สีส้ม-น้ำตาล : ลดแสงจ้าและดูดซับแสงความถี่สูง เช่นแสงสีฟ้า งานวิจัยพบว่าแสงที่มีความถี่ใกล้แสงยูวี (แสงเหนือม่วง) เช่นแสงสีฟ้า แสงสีม่วง มีส่วนในการก่อตัวของต้อกระจก ดังนั้นแว่นตาบางยี่ห้อจึงมีเทคโนโลยี Blue Blocker การเคลือบสีส้ม-น้ำตาล ซึ่งมีผลให้สีเพี้ยนแต่ให้ภาพคมชัดเช่นเดียวกับการเคลือบสีเหลือง ผู้สวมแว่นนี้จะเห็นสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นสีเทาน้ำตาล เหมาะสำหรับนักล่าสัตว์ นักเล่นเรือ นักบิน เล่นสกี
  • สีเขียว : ช่วยกรองแสงสีฟ้า ลดแสงกระเจิง ทำให้ได้ภาพคมชัดสูง (Contrast) ความสามารถในการมองเห็นสูงสุด จึงได้รับความนิยม 
  • เลนส์เปลี่ยนสี : หรือ Photochromic Lens เป็นเลนส์ที่เมื่อโดนแสงอัลตราไวโอเลตจะเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้น ทำให้สบายตา ข้อดีคือสามารถใช้แว่นในหลากหลายวัตถุประสงค์หรือกิจกรรมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนแว่น เช่นอยู่ในร่ม สลับกับการออกจากแจ้ง 
  • เลนส์ฉาบปรอท :มีหลายคนเข้าใจว่าแว่นกันแดดเลนส์ฉาบปรอท (โลหะบางเคลือบเลนส์) สามารถสะท้อนแสงที่ไม่ต้องการได้ดี แต่ความเป็นจริงแล้วแว่นกันแดดเลนส์ฉาบปรอทไม่ได้มีคุณสมบัติป้องกันรังสียูวีหรือไม่ได้ปกป้องดีกว่าแว่นสีอื่น ดังนั้นเวลาเลือกซื้อจึงต้องดูคุณสมบัติการป้องกันรังสียูวีประกอบกันด้วย

* หมายเหตุ : หน่วยลูเมน คือหน่วยวัดความสว่าง ซึ่งใช้วัดความสว่างของหลอดไฟ

อ้างอิง

The post How to เลือก แว่นกันแดด ฉบับละเอียด บอกลาแสงแดดทำร้ายดวงตา appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...