โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรกรพิษณุโลก เลี้ยงโคเนื้อลูกผสมสร้างรายได้ เน้นปลูกหญ้าอาหารสัตว์เอง ช่วยประหยัดต้นทุน มีผลกำไร

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 30 พ.ย. 2562 เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2562 เวลา 21.31 น.

ปัจจุบันการเลี้ยงโคในหลายพื้นที่เกษตรกรเริ่มให้ความสำคัญกับการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุนมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่ทางการเกษตรของตนเองบางส่วนมาปลูกหญ้าสำหรับให้สัตว์ได้กิน ซึ่งการมีแปลงหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ของตนเองนั้น จึงช่วยให้สัตว์ที่เลี้ยงอย่างเช่นโคได้มีอาหารกินตลอดทั้งปี และช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้เวลาที่ต้องจำหน่ายโคออกสู่ท้องตลาดแต่ละช่วงจึงสร้างผลกำไรมากขึ้น และไม่เกิดภาวะหนี้สิน และนอกจากนี้ ยังมีการรวมกลุ่มกันผลิตแปลงหญ้า หรือกลุ่มผู้เลี้ยงโคที่มีความเข้มแข็ง ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาร่วมกันแล้ว ในเรื่องของการทำตลาดสามารถต่อรองในการซื้อขายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ไม่ถูกเอาเปรียบจากการจำหน่ายโคในแต่ละครั้งอีกด้วย

คุณสีนวน กรุชวงษ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อลูกผสมชาวจังหวัดพิษณุโลก ได้แบ่งพื้นที่ของตนเองจากทำพืชไร่มาเลี้ยงโคเนื้อเพื่อสร้างรายได้ พร้อมกับปลูกทำแปลงหญ้าในพื้นที่ของตนเอง จึงทำให้โคภายในฟาร์มมีหญ้ากินตลอดทั้งปี ส่งผลให้การเลี้ยงโคสามารถประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้รวบรวมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่มารวมกลุ่มกัน เพื่อแก้ปัญหาการเลี้ยงหลายๆ ด้าน จึงทำให้ทุกคนในกลุ่มเลี้ยงโคได้อย่างประสบผลสำเร็จและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

คุณสีนวน เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนยึดการทำเกษตรเชิงเดี่ยวด้วยการปลูกพืชไร่เพียงอย่างเดียว ต่อมาเมื่อผลผลิตทางการเกษตรเริ่มได้ราคาที่ไม่ดีนัก จึงได้ปรับเปลี่ยนการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรให้มีการผสมผสานมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่มาเลี้ยงโคเนื้อในปี 2548 ซึ่งสายพันธุ์โคเนื้อที่เลือกเลี้ยงเป็นโคลูกผสมบราห์มัน โดยเน้นเป็นโคแม่พันธุ์เข้ามาเลี้ยงเพียงอย่างเดียว และใช้การผสมเทียมช่วยในการขยายพันธุ์เป็นหลัก

“สมัยก่อนที่เริ่มเลี้ยงแรกๆ ไม่ได้สนใจเรื่องของการวางระบบการเลี้ยงมากนัก จะปล่อยให้โคเดินกินหญ้าในแปลงเป็นหลัก หลังจากเลี้ยงไปเรื่อยๆ เริ่มมีโคจำนวนที่มากขึ้น จึงได้ปรับการเลี้ยงให้มีระบบมากขึ้น ด้วยการแบ่งพื้นที่ปลูกหญ้าให้ชัดเจน มีพื้นที่เดินเล่น และพื้นที่คอกนอนที่แบ่งกันอย่างชัดเจน จึงช่วยให้โคที่เลี้ยงไม่เดินไปเหยียบย้ำแปลงหญ้าที่ปลูก และนำมูลที่ได้จากคอกไปตากให้แห้ง และนำไปทำปุ๋ยใส่แปลงหญ้าต่อไป จึงทำให้ประหยัดต้นทุนซื้อปุ๋ยใส่หญ้า และโคเราเองก็มีอาหารกินตลอดปี ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงลงได้อีกด้วย” คุณสีนวน บอก

โคเนื้อภายในฟาร์มที่พร้อมผสมพันธุ์ได้นั้น คุณสีนวน บอกว่า จะเลือกแม่พันธุ์ที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป มาทำการผสมเทียมกับน้ำเชื้อที่ติดต่อไว้กับสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาผสมเทียมให้ถึงในฟาร์ม เมื่อผสมติดแล้วรอโคตั้งท้องเป็นเวลา 9 เดือน แม่โคจะคลอดลูกมาให้ได้เชยชมในเวลาต่อมา

การดูแลลูกโคในช่วงแรกจะปล่อยให้แม่โคเลี้ยงดูแลเอง พร้อมกับสังเกตอาการเจ็บป่วยอยู่เป็นระยะ หากพบว่าลูกโคมีอาการเจ็บป่วยก็จะให้สัตวแพทย์ในพื้นที่มาทำการรักษา ส่วนอาหารที่ให้โคเนื้อภายในฟาร์มกินหลักๆ จะเป็นหญ้าสดที่ปลูกเองจากแปลงในพื้นที่ของตนเอง พร้อมกับหาฟางข้าวมาสำรองไว้ให้โคได้กินอีกด้วย

“ลูกโคที่ออกมาจากท้องแม่แล้ว การเลี้ยงดูก็ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก จะเน้นปล่อยไปกับฝูงบ้าง ให้แม่โคเลี้ยงดูเป็นหลัก จากนั้นก็จะเลี้ยงไปเรื่อยๆ จนได้อายุอยู่ที่ 1 ปีกว่า เพื่อให้ลูกโคมีรูปทรงและโตสมบูรณ์จึงจะขายออกจากฟาร์ม โดยเน้นขายตัวผู้ ส่วนตัวเมียที่มีลักษณะที่ดีจะนำมาไว้เป็นแม่พันธุ์ทดแทนภายในฟาร์มต่อไป ส่วนโรคที่ทำวัคซีนป้องกันให้อยู่เสมอคือโรคปากเท้าเปื่อย โดยทำวัคซีนทุก 6 เดือนครั้ง ส่วนโรคอื่นๆ ที่เป็นอันตรายยังไม่มีมากนัก เพราะสภาพแวดล้อมเราดี คอกหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ จึงทำให้ไม่เกิดการสะสมของโรค” คุณสีนวน บอก

ในเรื่องของการทำตลาดเพื่อจำหน่ายโคเนื้อลูกผสมนั้น คุณสีนวน บอกว่า จะมีรายชื่อของพ่อค้าที่รับซื้ออยู่หลายเจ้า เมื่อโคภายในฟาร์มมีขนาดตัวหรือโตเต็มที่พร้อมที่จะจำหน่ายได้ จะติดต่อให้พ่อค้ามารับซื้อถึงหน้าฟาร์ม ซึ่งพ่อค้าที่เข้ามาซื้อส่วนใหญ่จะนำโครุ่นๆ จากฟาร์มของเขาไปเลี้ยงขุนต่อ เพื่อจำหน่ายเป็นโคขุนต่อไป จึงทำให้ราคาที่จำหน่ายออกจากฟาร์มไม่แรงมากนัก แต่สามารถจำหน่ายได้ต่อเนื่องเมื่อต้องการนำเงินมาใช้จ่าย

“โคที่เราขายออกจากฟาร์ม อายุประมาณ 1 ปีครึ่ง ราคาต่อตัวก็จะได้ไม่เกิน 30,000 บาท เพราะเราเน้นขายให้เขานำไปเลี้ยงขุนต่อ ซึ่งในแต่ละปีผลิตได้เท่าไรก็จะจำหน่ายออกไปทั้งหมด แต่จะเก็บตัวเมียไว้บ้างเพื่อเป็นแม่พันธุ์ทดแทน โดยการเลี้ยงของเราในพื้นที่ มีการรวมกลุ่มกันด้วย จึงทำให้เกิดความเข้มแข็งในการแก้ปัญหาต่างๆ เรามีความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จึงทำให้คนที่เลี้ยงโคมือใหม่ สามารถผ่านปัญหาในเรื่องการเลี้ยงไปได้ ต่อไปในเรื่องของการทำตลาดเราก็ช่วยกันดูแล จึงทำให้สมาชิกทุกคนไม่โดนกดราคา และขายโคมีผลกำไรมากขึ้น” คุณสีนวน บอก

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้ คุณสีนวน แนะนำว่า ปัจจุบันการเลี้ยงโคได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย สิ่งแรกที่ให้คำนึงคือเรื่องของใจรัก ต่อมาเป็นเรื่องของพื้นที่ว่าสามารถแบ่งสันปันส่วนสำหรับเป็นพื้นที่ปลูกหญ้าได้ไหม เพราะหากมีแปลงปลูกหญ้าให้กับโคที่เลี้ยงได้มีกินอยู่ตลอด การเลี้ยงก็จะสามารถประหยัดต้นทุนการผลิตลงได้ และที่รองลงมาคือคนเลี้ยงจะไม่เหนื่อยจนเกินไปจากการต้องไปหาหญ้าตามที่ต่างๆ มาให้โคกิน การเลี้ยงโคเนื้อก็จะเป็นอาชีพที่ทำรายได้และมีความสุขไปได้อย่างพร้อมๆ กัน

สนใจศึกษาดูงานการเลี้ยงโคเนื้อแบบครบวงจร สามารถติดต่อเข้าชมฟาร์มได้ที่ คุณสีนวน กรุชวงษ์ ณ หมู่ที่ 8 ตำบลบึงกอก อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก หมายเลขโทรศัพท์ (086) 212-9188

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...