โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ในวันที่มืดหม่น เราจงมองหาแสงธรรม! 5 ข้อคิดนำทางชีวิตจาก 'องค์ดาไลลามะ'

LINE TODAY

เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 19.14 น. • @mint.nisara
<i>ภาพจากเว็บไซต์ <a href=www.dalailama.com">
ภาพจากเว็บไซต์ www.dalailama.com

ในยุคที่เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญของโลกมนุษย์ ทุกคนใช้ชีวิตตามจังหวะความเร็วของอินเตอร์เนต อยากมี อยากได้ อยากครอบครอง อยากเป็น กิเลสทุกอย่างถูกพัดพาเข้ามาสู่จิตใจอย่างทันควัน คงเป็นไปได้ยากที่เราจะอยู่โดยปราศจากทุกข์…

ในวันนี้ LINE TODAY ขอชวนทุกคนให้ปัดความคิดที่วุ่นวายออกจากหัวไปสักครู่ และมาสำรวจจิตใจของตัวเองไปพร้อม ๆ กับคติธรรมจาก 'องค์ดาไลลามะ' ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบตและนักคิดผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นการสรุปความจากงานเสวนา Youth Dalogue with His Holiness the Dalai Lama ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2563 เป็นการหยิบยกประเด็นปัญหาต่าง ๆ ในสังคมมาถามและตอบ ระหว่างตัวแทนเยาวชนจากประเทศในอาเซียนและองค์ดาไลลามะผ่านแพลตฟอร์ม ZOOM ซึ่งหลายประเด็นน่าสนใจและสอดคล้องกับปัญหาที่หลาย ๆ คนน่าจะกำลังเผชิญอยู่ ทางผู้เขียนจึงขอหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาแบ่งปันกันและหวังว่าหลังจากที่ท่านได้อ่านจนจบแล้ว แสงสว่างแห่งธรรมจะช่วยทำให้หลาย ๆ คนได้พิจารณาถึงปัญหาและช่วยหาทางออกให้กับช่วงเวลาที่มืดหม่นนี้ไปได้ไม่มากก็น้อย

1 | “ผมโดนให้ออกจากงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ มันถือว่าเป็นผลกรรมของตัวผมเองหรือเปล่า ศาสนาสามารถช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงโควิด-19 นี้ไปได้อย่างไรครับ”

เยาวชนหนุ่มจากมาเลเซียนำประเด็นนี้ขึ้นมาทูลถามองค์ดาไลลามะ ซึ่งสถานการณ์ที่น่าลำบากในช่วงนี้อาจเป็นอุปสรรคให้หลาย ๆ คนกำลังเครียดเช่นกับเจ้าของคำถาม องค์ดาไลลามะได้ทรงตอบว่าเขายังอายุน้อยอยู่ อนาคตยังอีกไกล อย่าเพิ่งปล่อยตนเองให้จมอยู่กับความสิ้นหวัง ให้ยึดเอาบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ต่าง ๆ หรือผู้นำศาสนาเป็นแบบอย่าง ถึงแม้พวกเขาจะเผชิญกับอุปสรรคอันยิ่งใหญ่และร้ายแรงขนาดไหน แต่ก็ไม่ลดละความมุ่งมั่น เด็กหนุ่มเองก็ไม่ควรท้อแท้หรือจมอยู่ในทัศนคติที่สิ้นหวังเช่นกัน 

2 | "ปัจจุบัน Cyber Bullying หรือการทำร้ายจิตใจบนโลกออนไลน์ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลให้วัยรุ่นและเยาวชนคิดสั้นฆ่าตัวตาย ท่านมีคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับความคิดในแง่ลบบ้าง”

คำถามนี้ถูกเรียนถามโดยเยาวชนจากฮ่องกง ชี้ถึงปัญหาวัยรุ่นที่กำลังเกิดขึ้น องค์ดาไลลามะทรงแนะนำกลับว่าจงใช้มันสมองและสติปัญญาของเราเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เพื่อเลือกที่จะฟังสิ่งใดแล้วเก็บนำมาคิดต่อหรือแยกแยะว่าคำพูดใดที่ควรเพิกเฉย 

“อย่ามัวแต่เสียใจหรือจมปลักไปกับความคิดมัวหมอง ฟังคำวิจารณ์เพียงแค่ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนให้พิจารณาด้วยตนเองว่าข้อเท็จจริงคือสิ่งใด เสมือนกับเวลาที่พระพุทธองค์ตรัสสอนพวกเราว่าไม่ให้เชื่อคำสอนของท่านทั้งหมด แต่ให้ไปพิสูจน์และไตร่ตรองด้วยตัวเอง” เหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน อย่าปล่อยใจให้ไหลไปกับคำพูดของคนอื่นแต่ประคองอยู่บนสติและปัญญาของเรา

<i>ภาพจากเว็บไซต์ <a href=www.dalailama.com ">
ภาพจากเว็บไซต์ www.dalailama.com

3 | "หากความสุขนอกกายไม่สามารถเติมเต็มได้ เราจะสามารถหาภาวะสงบทางจิตใจได้อย่างไรท่ามกลางความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน "

"เวลาที่ร่างกายเราเจ็บป่วย เราต้องกินยาให้ถูกประเภทเพื่อที่จะรักษา กับใจก็เช่นกัน การหาความสงบต้องเริ่มจากการเข้าใจการทำงานของจิตใจและอารมณ์เสียก่อน" องค์ดาไลลามะทรงตอบคำถามของเด็กสาวจากอินโดนีเซีย และทรงแนะนำให้ลองเริ่มฝึกจิตด้วยการทำสมาธิ

"การที่เราให้เวลา พยายามที่จะปฏิบัติภาวนา ดูจิตตัวเอง โดยไม่ต้องไปรับอารมณ์ข้างนอกสามารถช่วยได้ กำหนดอายตนะทั้ง 5 ให้นั่งนิ่ง กดปุ่มหยุดตนเองเอาไว้ ค่อย ๆ ทำแล้วจะเริ่มรู้จัก เริ่มเห็นจิตของ ตนเอง ค่อย ๆ พัฒนาเครื่องมือในการที่จะวิเคราะห์ จิตจะมีพลังและจะวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อาตมาขอยกหลักการในควอนตัมฟิสิกส์มาพูดถึง ซึ่งหากเจาะลึกในสิ่งที่ เราเห็นหรือสัมผัสได้ ปอกเปลือกลงไปจนถึงชั้นในที่สุด เราจะบอกได้ว่าสิ่งที่เห็น (appearance) กับสิ่งที่เป็นจริง (reality) ไม่เหมือนกัน 

อารมณ์ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราเห็น วิธีสะกดอารมณ์ที่ง่ายที่สุดเลยเป็นการคิดแบบเจาะลึกไปหาความเป็นจริง หากคิดได้ว่าทุกอย่างล้วนประกอบขึ้นด้วยอนุภาคที่เล็กกว่าฝุ่นผง เราจะไม่รู้สึกยึดติดกับอะไรเลย เฉกเช่นคำสอนที่ว่า "สุญญตา" หรือความว่างเปล่า ที่บอกเราทุกคนว่าสุดท้ายแล้วไม่มีอะไรที่เป็นอย่างที่เราเห็น"

<i>ภาพจากเว็บไซต์ <a href=www.dalailama.com ">
ภาพจากเว็บไซต์ www.dalailama.com

4 | "มันคือความจริงที่ว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องตายจากโลกนี้ไป แต่จะทำอย่างไรให้กำจัดความกลัวที่จะต้องตายนั้นไปได้บ้าง"

ประเด็นที่น่าสนใจจากนักศึกษาชาวเวียดนามที่องค์ดาไลลามะทรงแนะนำว่าจงอย่าไปกลัวกับอะไรที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่จงใช้ข้อจำกัดของอายุขัยมาเป็นแรงผลักดันให้เราใช้ชีวิตอย่างมีค่า "พระพุทธองค์ซึ่งเป็นผู้ที่ประเสริฐยังปรินิพพาน ผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ ก็ตาย พวกเราก็ต้องตายเหมือนกัน สิ่งที่ควรคำนึงมากกว่าคือเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความหมายระหว่างที่ยังมีลมหายใจอยู่ ถ้าเราต้องตายในอาทิตย์หน้า เรายังมีเวลาเหลืออยู่ไม่มาก แต่ถ้าเราใช้เวลานั้นไปกับการแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับเพื่อนมนุษย์ ตายไปเราก็จะไม่รู้สึกเสียดายหรือเสียใจ

5 | “ถึงจะมีกลุ่มคนที่พยายามส่งเสริมความกลมเกลียวในสังคมระหว่างคนจากต่างศาสนา ต่างความเชื่อ แต่ก็ยังมีลัทธิสุดโต่งที่ทำให้ความพยายามนี้ล้มเหลว พระองค์คิดว่าเยาวชนควรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้อย่างไร”

คำถามจากอาสาสมัครชาวสิงคโปร์ที่สะท้อนสภาพสังคมที่แตกแยกในปัจจุบันทั้งด้านความเชื่อทางศาสนาและเชื้อชาติ ซึ่งองค์ดาไลลามะทรงชี้ว่านี่คือปัญหาของ modern education หรือระบบการศึกษาในปัจจุบันที่มุ่งไปทางด้านวัตถุแต่เพียงอย่างเดียว ผู้คนขาดวิชาที่จะช่วยให้พวกเขาได้สำรวจจิตใจตนเองและยึดติดอยู่กับความคิดที่ทุกอย่าง “เป็นของเรา” แม้แต่ในศาสนาพุทธเองก็ตาม เราแบ่งเป็นสายบาลี สายสันสกฤต หมวกแดง หมวกเหลือง นี่คือ “ความเชื่อ ความศรัทธา” ของฉัน “ศาสนา” ของฉัน เมื่อความคิดนี้ปกคลุมจิตใจ ศาสนาจึงกลายเป็นเครื่องมือที่ให้อำนาจทางการเมืองกับกลุ่มคนบางกลุ่ม และทำให้เกิดความแตกแยกในที่สุด

“พวกเราทุกคนคือพี่น้องกัน” องค์ดาไลลามะตรัส“ในเมืองลาดัก ชาวมุสลิม ชาวพุทธ และชาวคริสต์ เป็นมิตรที่ดีต่อกัน เวลาอาตมาไปเยี่ยมเพื่อน ทุกคนชวนกินอาหารมุสลิม เราก็รับนิมนต์เพราะคิดว่าอาหารเขาอร่อยดี พระทิเบตเข้าไปในร้านของมุสลิมสนทนากันฉันมิตรกันอย่างดี ศาสนาเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่สุดท้ายแล้ว เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน”

สามารถชมวีดีโอแบบเต็มจากงานเสวนา Youth Dalogue with His Holiness the Dalai Lama ได้ที่นี่:

เสียงแปลสดเป็นไทย จากที่ท่านดาไลลามะพูดคุย Live Meeting กับเยาวชนจาก South East Asia กว่า 700 คน ในวันที่ 7 มิถุนายน…

โพสต์โดย Aloneape Aun เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2020

อ้างอิง

เว็บไซต์ dalaialama.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...