น้องหมา 4 ขา ช่วยนักวิจัย อนุรักษ์สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์
ทุกคนอาจแปลกใจเมื่อรู้ว่า นักอนุรักษ์บางคนก็มี 4 ขา เมื่อนักวิทยาศาสตร์นำมะหมามาช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ และพวกมันก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมในการตามหาสายพันธุ์รุกราน
“สุนัขของฉันสามารถตรวจเรือของคุณได้ไหม?” Kayla Fratt จากโครงการ Working Dogs for Conversation (WD4C) กล่าว “เขากำลังมองหาหอยแมลงภู่ม้าลาย (zebra mussels) อยู่หน่ะ”
คนขับรถที่จูงเรืออยู่เกิดสนใจขึ้นมาและครอบครัวของเขาก็ลงมาจากรถ เพื่อมองดู Barley สุนัขสายพันธุ์บอร์เดอร์คอลลี่กำลังดมกลิ่นไปรอบ ๆ เรือเพื่อตามหาหอยแมลงภู่ชนิดนี้ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในรัสเซียและยูเครน พวกมันมีขนาดไม่เกินไปว่าเล็บมือมนุษย์ แต่กลับแพร่พันธุ์ได้เป็นจำนวนมาก
โดยมักจะไปเกาะติดกับท่อระบายน้ำ ทางน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งที่น่ากังวลก็คือหอยแมลงภู่เหล่านี้จะกินหอยแมลงภู่และสัตว์น้ำท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ระบบนิเวศพื้นเมืองพังทลายจนสัตว์ท้องถิ่นตายหายไปหมด ทว่าหอยแมลงภู่ม้าลายก็ยังคงเดินหน้าแพร่พันธุ์ต่อไป นักวิทยาศาสตร์เรียกสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ว่า สายพันธุ์รุกราน
ดังนั้นวิธีเดียวที่ต่อสู้กับหอยเหล่านี้คือ จัดการกับตัวอ่อนของพวกมันไม่ให้เกาะติดกับอะไรก็ตามที่สามารถพามันไปยังสถานที่ใหม่ ๆ แต่ตัวอ่อนก็มีขนาดเล็กมากพอ ๆ กับความกว้างของเส้นผมมนุษย์ 2 เส้น ซึ่งสายตาของเราแทบจะมองไม่เห็น มันอาจแทรกเข้าไปในซอกเล็ก ๆ ของเรือและเครื่องยนต์ได้โดยไม่มีใครรู้ ซ่อนตัวไว้จนกระทบไปถึงทะเลสาบแห่งใหม่แล้วแพร่พันธุ์
ทว่าตัวอ่อนเหล่านั้นก็ไม่อาจปิดบังตัวเองไปจากจมูกของสุนัขที่ถูกฝึกมา Barley กระดิกหางอย่างช้า ๆ และดูเหมือนจะสัมผัสกับอะไรบางอย่างได้ มันส่งสัญญาณให้ Fratt ด้วยการหมอบลง มนุยษ์จึงเข้าไปตรวจสอบและก็พบกับขวดที่ถูกทิ้งไว้แต่มีตัวอ่อนของหอยแมลงภู่ติดมา Fratt จึงให้รางวัลกับ Barley ด้วยลูกบอลสุดโปรดของมัน
“เราให้รางวัลสุนัขของเราที่ค้นหากลิ่นเป้าหมายด้วยการเล่นลูกบอล” Jennifer Hartman นักวิทยาศาสตร์ในโครงการ กล่าว “พวกเขาจะเป็นสายพันธุ์ใดก็ได้ และขนาดใดก็ได้ แต่ทั้งหมดนั้นต้องมีสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือ ความคลั่งไคล้ในลูกบอล”
เธออธิบายว่าสุนัขกว่า 98% ที่ใช้ในงานอนุรักษ์นี้มาจากสถานสงเคราะห์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเพราะเจ้าของเดิมไม่สามารถรับมือกับความกระตือรือร้นของพวกเขาได้ แต่ความกระตือรือร้นนั้นคือสิ่งที่จำเป็นต่อโครงการนี้ และเมื่อบวกเข้ากับความอยากรู้อยากเห็นของสุนัข งานก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี
“สุนัขมักจะไปอยู่ในสถานสงเคราะห์บ่อยมาก” Fratt เสริม “เพราะพวกเขามีพลังงานสูงมากเกินไป” แต่เมื่อทีมงานฝึกสุนัข พวกมันก็เรียนรู้ได้ว่าควรให้ความสำคัญกับกลิ่นแบบไหนเป็นพิเศษเพื่อที่จะได้เล่นลูกบอล บางตัวอาจฝึกให้ตรวจจับกลิ่นหอยแมลงภู่ม้าลายอย่าง Barley หรืออาจจะเป็นกลิ่นของของเสียของสัตว์บางชนิด ไม่ก็เป็นพืช
ไม่ใช่ว่ามนุษย์มีการรับกลิ่นที่ไม่ดี นักวิทยาศาสตร์พบว่าเราสามารถได้กลิ่นนับล้านล้านรูปแบบ แต่สุนัขนั้นมาพร้อมกับพลังพิเศษ พวกมันมีตัวรับกลิ่นมากถึง 220 ล้านตัวเมื่อเทียบกับมนุษย์ที่มีตัวรับกลิ่นเพียง 5 ล้านตัว ซึ่งหมายความว่าสุนัข ‘ไว’ ในด้านกลิ่นมากกว่ามนุษย์ถึง 40 เท่าตามสัดส่วน
แต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ พวกมันสามารถตามกลิ่นของสัตว์ที่อยู่ในน้ำอย่าง วาฬเพชฌฆาต ได้ด้วยการดมกลิ่นอึที่ลอยอยู่บนผิวน้ำและทำให้นักวิทยาศาสตร์ติดตามกลุ่มออร์ก้าที่ใกล้สูญพันธุ์ได้
“ทีมงานวาฬเพชฌฆาตใช้ทั้งตารางลมและกระแสน้ำเพื่อทำความเข้าใจว่าน้ำเคลื่อนที่อย่างไร จากนั้นกัปตันเรือก็จะแล่นเรือตัดฉากกับลม ในขณะเดียวกันผู้ดูแลและสุนัขก็อยู่บนหัวเรือ พร้อมกับส่งสัญญาณให้กัปตันปปรับเปลี่ยนเส้นทางตามพฤติกรรมของสุนัข” Hartman กล่าว
การติดตามดังกล่าวทำให้นักวิจัยตรวจสอบสุขภาพของกลุ่มประชากรวาฬเพชฌฆาตได้อย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งให้ข้อมูลว่าพวกมันกำลังมีความเครียดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมเช่น การขาดแคลนอาหาร มลพิษ และการจราจรทางเรือหรือไม่
อย่างที่กล่าวไปข้างต้น สุนัขอาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการต่อสู้กับสายพันธุ์รุกราน และในการอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกตัวจะทำได้และไม่ใช่ทุกคนจะเข้ากับสุนัข
“ความสูง ขน และอุ้งเท้าของสุนัขเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกสุนัขสำหรับโครงการ” Karen DeMatteo นักชีววิทยาด้านการอนุรักษ์ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าว
ในการค้นหาพืชพรรณ นักวิทยาศาสตร์ต้องการสุนัขตัวสูงแข็งแรงหน่อน ขณะเดียวกันหากบริเวณนั้นมีหนาม สุนัขที่มีขนยาวก็จะได้รับการปกป้องที่ดีกว่า กลับกันหากมีเห็บเยอะ ขนที่ยาวก็จะกลับมาสร้างปัญหาได้จึงควรใช้สุนัขขนสั้นแทน แม้แต่รูปร่างของอุ้งเท้าก็มีความสำคัญ
เท้าที่แคบจะจมลงในโคลนหรือทราย ขณะที่อุ้งเท้ากว้างจะสามารถรองรับน้ำหนักได้ดีกว่า ดังนั้นการเลือกใช้สุนัขให้เหมาะสมกับแต่ละภารกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ การฝึกอบรมสุขันก็เป็นเรื่องสำคัญซึ่งต้องการ ตัวอย่างกลิ่น เป็นจำนวนมากให้สุนัขได้ฝึกแยกแยะ
เนื่องจากสัตว์หรือพืชหลายสายพันธุ์จะมีกลิ่นตัวเมียและตัวผู้แตกต่างกัน รวมถึงกลิ่นของพืชที่แตกต่างกันในตอนที่เป็นเมล็ดและพืชที่บานแล้วแม้จะเป็นชนิดเดียวกันก็ตาม ที่สำคัญไปกว่านั้นคือผู้ดูแล
“ผู้ดูแลต้องมีความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจ” DeMatteo บอก เนื่องจากมนุษย์ต้องใช้เวลาอย่างยาวนานในการลงภาคสนาม ทำให้พวกเขาไม่มีเวลาไปเจอเพื่อนหรือครอบครัว นิสัยบุคลิกภาพก็มีส่วนสำคัญ คนที่ไม่มีสมาธิอาจพลาดสัญญาณที่สุนัขส่งมาก็ได้ แม้ทั้งคู่จะผ่านการฝึกอบรบ แต่ท้ายที่สุดทั้งคู่จะต้อง ‘เข้าขา’ กันในการทำงาน
“วิธีเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์ต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่เป็นไปได้จากการใช้เทคนิดสำรวจอื่น ๆ” DeMatteo กล่าว “ต้องทำงานอย่างหนักและใส่ใจในรายละเอียดจึงจะประสบความสำเร็จ”
ที่มา
https://www.snexplores.org/…/conservation-is-going-to…
https://www.bbcearth.com/…/meet-the-dogs-saving…
https://k9conservationists.org/in-the-news/
https://kids.frontiersin.org/…/10…/frym.2023.1023547….
https://www.discovermagazine.com/…/working-detection…
Photo : WORKING DOGS FOR CONSERVATION