โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดผลวิเคราะห์ 10 แบรนด์แคมเปญบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับ Meta สร้างมาตรฐานใหม่ให้การวัดประสิทธิภาพของโฆษณา

Positioningmag

อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 06.03 น.

Meta เผยผลการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบโดย Kantar เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าใจผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายทางการตลาดของแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มของตลาดที่เน้นไปที่ประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้งบประมาณทางการตลาด โดยการศึกษาล่าสุดในหัวข้อ ‘Maximizing Ad Effectiveness in Southeast Asia’ (สร้างประสิทธิภาพสูงสุดจากแคมเปญโฆษณาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ได้วิเคราะห์ 10 แคมเปญจากแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค (CPG)[1] ในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพยอดขาย ไปจนถึงจำนวนการเข้าถึง (reach) กลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และโอกาสในการเติบโต ผลการศึกษาพบว่า Meta เป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่มยอดขาย[2] ทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ได้มีประสิทธิ ภาพมากที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มแบบดั้งเดิมและดิจิทัลอื่นๆ และให้ผลตอบแทนจากการโฆษณา (ROAS หรือ return on ad spend) มากที่สุดถึง 1.8 เท่า
แบรนด์ต้องบริหารค่าใช้จ่ายทางการตลาดให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วโดยมีประชากร 700 ล้านคน และมี GDP รวมประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นตลาดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก แม้ว่าจะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจในระยะที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าภูมิภาคจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ 1.6 เท่าในอีกสิบปีข้างหน้า[3]
พฤติกรรมผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคใช้เวลาดูเนื้อหาสื่อต่างๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลถึง 70% และใช้สองหน้าจอในเวลาเดียวกันมากกว่า 59% ที่ดูโฆษณาบนสมาร์ทโฟนขณะดูโทรทัศน์ไปด้วย ส่วนในกลุ่มแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลด้วยกันเองนั้น โซเชียลมีเดียมีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียลต่างใช้แพลตฟอร์มโซเชียลฯ เพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์กลุ่ม CPG และสินค้าเพื่อบริโภคต่างๆ เป็นหลัก แบรนด์จึงจะต้องหาช่องทางที่เหมาะสมในการเข้าถึงผู้บริโภค และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณสำหรับการตลาด เพื่อให้ธุรกิจและแบรนด์สามารถดึงดูดผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจจาก Meta ร่วมกับ Kantar ได้ศึกษา 10 แคมเปญของแบรนด์ในกลุ่ม CPG ที่ศึกษาระหว่างพ.ศ. 2565-2566 และพิจารณาการซื้อสินค้าของนักช้อปและพฤติกรรมในช่องทางสื่อ เพื่อวัดประสิทธิภาพของช่องทางต่างๆ ในการขับเคลื่อนแคมเปญการตลาดเหล่านี้จากผลการศึกษาพบว่า แพลตฟอร์ม Meta เป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการขับเคลื่อนยอดขายทั้งทางช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ อีกทั้งยังส่งผลให้แบรนด์ได้รับผลตอบแทนจากการโฆษณา หรือที่เรียกว่า ROAS ได้สูงสุดกว่า1.8 เท่าเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ นอกจากนี้ แคมเปญที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Meta นั้นยังช่วยแบรนด์และธุรกิจค้นหาผู้ซื้อกลุ่มใหม่ๆด้วยต้นทุนทางการตลาดที่ต่ำที่สุด
คุณคิชอร์ ภัทรสารดี ผู้อำนวยการด้านวิทยาการการตลาดของ Meta ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “Meta มุ่งสร้างมาตรฐานสูงสุดในการวัดผลโดยอ้างอิงจากข้อมูล และการวิจัย เราพิจารณาแผนการตลาดโดยรวมทั้งหมดของผู้โฆษณาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะส่งมอบข้อมูลเชิงลึกที่ธุรกิจสามารถนำไปดำเนินการต่อได้ตลอดทุกขั้นตอนการทำการตลาด ผลการศึกษาล่าสุดจาก Kantar ทำให้เราสามารถวัดผลได้อย่างครบวงจร และนำเสนอผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) การเข้าถึง (Reach) และพฤติกรรมของนักช้อปที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าและพันธมิตรของเราได้สามารถนำไปวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการสร้างสรรค์แบรนด์แคมเปญที่มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ต่อไป”
สรุปเนื้อหาจากผลการศึกษาและวิเคราะห์เชิงเปรียบทียบด้านความมีประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Meta เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ :

  • ผลตอบแทนจากค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Meta ที่สูงกว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ และสื่อโทรทัศน์
    ผลการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบจาก Meta และ Kantar พบว่า แคมเปญที่ดำเนินการบนแพลตฟอร์มของ Meta มีมูลค่า ROAS สูงสุดถึง 1.8 เท่า คิดเป็น 16% ของยอดขายสื่อที่เพิ่มขึ้นด้วยส่วนแบ่งการใช้จ่ายเพียง 10% ซึ่งมากกว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ และสื่อโทรทัศน์ ทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม Meta ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

  • ระดับ Conversion สูงสุดบนแพลตฟอร์มของ Meta


(*Valuable Reach – สัดส่วนการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าจริงบนแพลตฟอร์ม)
งานวิจัยนี้ได้วัดสัดส่วนกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมกับแคมเปญบนแพลตฟอร์มของ Meta รวมถึงสัดส่วนการเข้าถึงสื่อและได้มีการซื้อสินค้า แสดงให้เห็นว่าแคมเปญบนแพลตฟอร์มของ Meta มี Conversion สูงสุดที่ 22% ตามมาด้วยการชมทางโทรทัศน์ 20% และการเข้าถึงสื่อดิจิทัลอื่นๆ 13% กล่าวได้ว่า 1 ใน 5 ของผู้ซื้อได้ตัดสินใจซื้อสินค้าจริงๆ เมื่อเห็นแคมเปญโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Meta

  • การเข้าถึง (Reach) สูงขึ้นบนแพลตฟอร์มของ Meta


แคมเปญบนแพลตฟอร์มของ Meta มียอดการเข้าถึงหรือ Reach มากถึง 59% โดยมีสัดส่วนใกล้เคียงกับ Reach สูงสุดทางโทรทัศน์ และมากกว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 43%
ทั้งนี้ แคมเปญโฆษณาบน Meta ยังสร้าง Incremental Reach ที่เพิ่มขึ้นอีกบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกว่า6% ในขณะที่แพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ สามารถทำได้เพียง 2% 2%
สำหรับแคมเปญโฆษณาที่อยู่บนแพลตฟอร์มของ Meta และมีการทำการตลาดผสมผสานกับสื่อโทรทัศน์ ส่งผลต่อยอดขายเพิ่มขึ้นอีกถึง 12% และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเดียวกันกับสื่อโทรทัศน์ได้เพิ่มอีก 43% แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์การใช้สื่อแบบบูรณาการร่วมกับแพลตฟอร์มของ Meta ในขณะที่แพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ เมื่อทำงานร่วมกับสื่อโทรทัศน์ สามารถเพิ่มยอดขายได้เพียง 8% และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเดียวกันเพียง 33%

  • Meta เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด

โฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Meta ช่วยเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับค่าใช้จ่ายทางการตลาด จากการศึกษาพบว่า การทำแคมเปญบนแพลตฟอร์มของ Meta สามารถเพิ่มผู้ซื้อใหม่จำนวนมากที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ โดยมีต้นทุนต่ำสุดที่ 3.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหนึ่งลูกค้าใหม่
Meta ยังเป็นผู้นำในด้านการเพิ่มยอดขายด้วยสื่อดิจิทัลในกลุ่มนักช้อปคนรุ่นใหม่เช่น Gen Z และมิลเลนเนียล ซึ่งคิดเป็น 44% ของยอดขายทางดิจิทัล
ฮาร์เรียท ซิงห์ หัวหน้ากลุ่มสื่อและดิทิจัลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ PepsiCo ผู้เข้าร่วมในงานเปิดตัวผลการศึกษาล่าสุด ในส่วนการบรรยายหัวข้อ ‘Meet the Brand’ กล่าวว่า "ที่ PepsiCo เราให้ความสำคัญในการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับผู้บริโภค โดยเราได้ใช้ผลศึกษาด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคผสมผสานกับแพลตฟอร์มของ Meta ในการออกแบบประสบการณ์ของแบรนด์ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคของเราและเชื่อมต่อได้อย่างทรงพลัง แนวทางการทำงานนี้ตอบสนองไปกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของเราได้อย่างดีและยังสามารถสร้างการมีส่วนร่วมที่เพิ่มมากขึ้นจากผู้บริโภคอีกทั้งยังช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย”
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผลศึกษานี้ สามารถเข้าดูและดาวน์โหลดได้ที่ https://kantar.turtl.co/story/meta-sea-cmm-study-2024/
หมายเหตุ:

  • ผลการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มของMeta นี้ครอบคลุมเฉพาะInstagram และ Facebook

  • การคำนวณมูลค่าROAS "ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา" มาจากข้อมูลปฐมภูมิของแบรนด์ FMCG/CPG เทียบกับค่าใช้จ่ายบนแพลตฟอร์ม Meta แพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ และโทรทัศน์ ส่วน "ผลตอบแทน" ของโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Meta ใช้แนวทางการวิเคราะห์แบบ CMM ของ Kantar เพื่อเชื่อมโยงกลับไปยังการซื้อของกลุ่มตัวอย่างแต่ละรายที่ได้รับอิทธิพลจากโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Meta ในขณะที่ผลข้อมูลของแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ และโทรทัศน์ มาจากผลการสำรวจพฤติกรรมการซื้อที่กลุ่มตัวอย่างให้ข้อมูล การสำรวจครั้งนี้ทำโดยพยายามเลือกกลุ่มตัวอย่างประชากรที่เป็นตัวแทนของครัวเรือนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถนำมายืนยันได้

  • Kantarจะไม่รับผิดชอบต่อความไม่ถูกต้องหรือความคลาดเคลื่อนใดๆ ของข้อมูลที่ลูกค้าอื่นๆ ของMeta ได้ส่งมอบให้ ข้อสรุปและ/หรือคำแนะนำขึ้นอยู่กับสมมติฐานที่แตกต่างกันซึ่งใช้ในด้านการวิจัยตลาด การคาดการณ์ และการระบุที่มา

  • Kantarจะไม่สามารถรับผิดชอบในทางใดๆ ต่อการตีความข้อมูลโดยสื่อมวลชนและสาธารณชน

  • Kantarจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายไม่ว่าในกรณีใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการใช้หรืออ้างอิงข้อมูลในผลการศึกษานี้
    [1]เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ โยเกิร์ต อาหารแช่แข็ง เครื่องใช้ส่วนตัว และผลิตภัณฑ์ซักผ้า
    [2]อ้างอิงจากการวิเคราะห์ 10 แคมเปญในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ โยเกิร์ต อาหารแช่แข็ง เครื่องใช้ส่วนตัว และผลิตภัณฑ์ซักผ้าในอินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่จัดทำโดยKantar Worldpanel
    [3]Meta, Bain & Company, DSG Consumer Partners, “SYNC Southeast Asia report ‘Bold Moves: Leading Southeast Asia’s next wave of consumer growth’” (Oct 2023)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...