อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับระบอบประชาธิปไตย
ชีวิตของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คือชีวิตของนักค้าคดีความ กล่าวคือทรัมป์มีคดีอยู่กว่า 2,400 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีแพ่ง เนื่องจากกฎหมายโดยทั่วไปมักตัดสินแพ้ชนะกันด้วยเทคนิคัลลิตี้ทางกฎหมายและค่าจ้างทนายที่มีราคาแพงทำให้คู่ความไม่มีเงินที่จะจ้างทนายแพงๆ เป็นเวลานานจึงมักจะเลิกราไปก่อนดังนั้นการค้าความของทรัมป์จึงเป็นกำไรอยู่เสมอ ถ้าพิจารณาจากประวัติการเป็นนักธุรกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว ดูไม่ค่อยน่าจะเชื่อถือหรือน่าไว้ใจนัก เนื่องจากในฐานะประธานบริษัทแล้วเขาต้องยื่นต่อศาลล้มละลายถึง 6 ครั้งตั้งแต่ พ.ศ.2534-2552 โดยธุรกิจทั้งโรงแรมและกาสิโนซึ่งมีชื่อของเขาเป็นเจ้าของทั้งสิ้น อาทิ โรงแรมทรัมป์ ทัชมาฮาล, ทรัมป์ โฮเต็ล และกาสิโน รีสอร์ต, ทรัมป์ พลาซาและกาสิโน, ทรัมป์ เอ็นเทอร์เทนเมนต์และรีสอร์ต ฯลฯ
ปรากฏว่าช่วง 15 ปีที่ผ่านมานี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเลยเป็นเวลา 10 ปี ทั้งๆ ที่ใน พ.ศ.2561 มีข้อมูลชัดเจนว่า ทรัมป์ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์และรายได้อื่นๆ จากรายการเรียลิตี้โชว์ทางโทรทัศน์ชื่อ The Apprentice มากถึงกว่า 13,500 ล้านบาท และทำกำไรจากการลงทุนอาคารสำนักงานในปีนั้นอีกเกือบ 5,600 ล้านบาท แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังแจ้งว่า ในปีนั้นเขาขาดทุนถึง 1,500 ล้านบาท
ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ที่ศาลแห่งมลรัฐนิวยอร์ก คณะลูกขุนรัฐนิวยอร์กได้อ่านคำตัดสินระบุว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความผิดตามที่อัยการยื่นฟ้องในคดีปลอมแปลงหลักฐานทางธุรกิจที่เกี่ยวกับการจ่ายเงิน 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับดาราหนังผู้ใหญ่ผู้ใช้ชื่อว่าสตอร์มี่ แดเนียลส์ เพื่อเป็นค่าปิดปากไม่ให้เปิดเผยว่าเธอเคยมีความสัมพันธ์ทางเพศกับทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี พ.ศ.2559 รวมทั้งหมด 34 กระทง ซึ่งแต่ละกระทงนั้นมีโทษสูงสุด คือ จำคุก 4 ปีทุกกระทง
ผู้พิพากษาอนุญาตให้ทรัมป์ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องมีการวางหลักทรัพย์ประกันตัวในขณะที่ศาลอยู่ระหว่างพิจารณาลงโทษตามกฎหมายเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนการประกาศคำพิพากษาโทษ ในวันที่ 11 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นเวลาเพียง 4 วันก่อนที่ที่ประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันจะเสนอชื่อทรัมป์อย่างเป็นทางการ ในฐานะตัวแทนพรรครีพับลิกันสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ปีนี้
แม้ว่าความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจมีโทษจำคุกสูงสุด 4 ปีในแต่ละกระทงความผิดก็ตาม แต่ผู้พิพากษาแห่งศาลนิวยอร์กมักพิพากษาลงโทษจำเลยในรูปของการปรับหรือคุมประพฤติเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการพิพากษาจำคุกนั้นแทบไม่มีเลยเนื่องจากกฎหมายอาญาของมลรัฐนิวยอร์กได้จัดให้ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารทางธุรกิจอยู่ในกฎหมายอาญา Class E ซึ่งถือเป็นโทษทางอาญาที่เบาที่สุด เบากว่าโทษทางอาญาของ Class A, B, C และ D
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังสามารถรณรงค์หาเสียงหรือเข้ารับตำแหน่งอย่างถูกกฎหมายหากเขาชนะการเลือกตั้ง แม้จะถูกจำคุก ขณะที่ทรัมป์ วัย 77 ปี ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และทนายความที่เป็นตัวแทนของเขากล่าวว่าจะอุทธรณ์โดยเร็วที่สุด
ดังนั้นนายโดนัลด์ ทรัมป์ จึงเป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญา และเขายังเป็นผู้ถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งจากพรรคใหญ่คนแรกที่เป็นผู้กระทำความผิดทางอาญาด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ เขาก็จะได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาโดยถูกต้องทุกประการเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา มาตรา 1 วรรค 4 กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิที่จะเป็นประธานาธิบดีไว้ดังนี้
“ผู้มีสิทธิเป็นประธานาธิบดีต้องเป็นพลเมืองอเมริกันโดยกำเนิดหรือเป็นพลเมืองอเมริกันขณะที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ผู้มีสิทธิเป็นประธานาธิบดีต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี และเป็นผู้มีหลักแหล่งอยู่ในสหรัฐอเมริกาไม่ต่ำกว่า 14 ปี”
จะเห็นได้ว่าในรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามผู้ต้องโทษทางอาญาขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาซึ่งก็เป็นไปตามหลักการของประชาธิปไตยที่ให้สิทธิพลเมืองกระทำหรือดำรงตำแหน่งใดก็ได้ หากไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ซึ่งตรงข้ามกับรัฐเผด็จการที่ออกกฎหมายอนุญาตให้สิทธิพลเมืองกระทำหรือตำรงตำแหน่งใดได้เท่านั้น
โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับระบอบประชาธิปไตย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th