โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จัก Rivian รถอีวีน้องใหม่มาแรง ทาบรัศมี Tesla

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 พ.ย. 2564 เวลา 00.33 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2564 เวลา 00.33 น.

“Rivian Automotive” บริษัทสตาร์ตอัพรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐน้องใหม่มาแรง หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นแนสแดคส์เมื่อ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา

กลายเป็นบริษัทรถยนต์มูลค่าอันดับที่ 5 ของโลกทันที ด้วยมูลค่าราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (3.3 ล้านล้านบาท) หลังจากราคาหุ้น Rivian เพิ่มขึ้นเกือบ 30% หลังจากเข้าเสนอขายวันแรก

สำหรับค่ายรถที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

  • Tesla มูลค่าตลาด 1.07 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
  • Toyota มูลค่าตลาด 2.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
  • Volkswagen มูลค่าตลาด 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
  • Daimler มูลค่าตลาด 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
  • Rivian มูลค่าตลาด 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ราคาหุ้นของ Rivian ยังคงพุ่งต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ Rivian พุ่งไปถึง 172 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ทำให้มาร์เก็ตแคปของบริษัททะลุ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว  และกลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าตลาดอันดับ 3 ของสหรัฐ

ทั้งนี้ Rivian เป็นสตาร์ตอัพยานยนต์ไฟฟ้าที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ได้กลายเป็นบริษัทรถยนต์อันดับที่ 2 ของสหรัฐ โดยมีมาร์เก็ตแคปมากกว่าค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง “จีเอ็ม” หรือเจนเนอรัล มอเตอร์ส และฟอร์ด ที่มีอายุกว่า 100 ปี

รายงานข่าวระบุว่า ในวันที่ Tesla มีมูลค่าตลาด 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คือ เมื่อปี 2020 หลังจากที่ Tesla ผลิตและส่งมอบรถยนต์ได้ 500,000 คันต่อปีแล้ว

ทำให้ตอนนี้ “Rivian” ถูกจับตาและเปรียบเทียบกับเส้นทางการเติบโตกับ “Tesla”

ขณะที่บริษัทสตาร์ตอัพอีวีได้กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์การลงทุนที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา โดยในการเสนอขายหุ้นไอพีโอของ Rivian ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่อย่างมาก รวมถึง “อเมซอน” ที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยสัดส่วน 20% รวมถึง “ฟอร์ด มอเตอร์” ก็เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ 12%

นอกจากนี้ยังมี T. Rowe Price, Franklin Templeton, Capital Research และ Blackstone เป็นหนึ่งในกลุ่ม “นักลงทุนที่สำคัญ”

ปัจจุบัน Rivian เริ่มทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่น คือ R1T รถกระบะไฟฟ้าล้วนสมรรถนะสูง กับ R1S รถยนต์ไฟฟ้าแบบ SUV ที่มีการออกแบบให้หรูหรา โดย Rivian มีโรงงานประกอบอยู่ที่เมืองนอร์มอล รัฐอิลลินอยส์

ทั้งนี้ เดิมบริษัทมีแผนจะส่งมอบ R1T รถกระบะอีวีคันแรกตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ด้วยข้อจำกัดของซัพพลายเชนและปัญหาขาดแคลนชิปส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก ทำให้แผนการส่งมอบรถกระบะอีวีคันแรกของ Rivian เลื่อนส่งมอบมาเป็นช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา และตั้งเป้าจะส่งมอบให้ได้อย่างน้อย 1,000 คันในสิ้นปีนี้

Rivian ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัทมียอดสั่งจองซื้อรถอีวีโมเดล R1T และ R1S รวม 55,400 คัน จากลูกค้าในอเมริกาเหนือ โดยวางแผนที่จะส่งมอบรถอีวีเหล่านี้ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2023

นอกจากนี้ ปัจจุบัน Rivian กำลังพัฒนารถตู้ขนส่งสินค้าเชิงพาณิชย์ระยะสุดท้ายสำหรับ “อเมซอน” ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เพื่อใช้สำหรับการจัดส่งสินค้า โดยตั้งเป้าจะให้มีรถตู้อีวีวิ่งบนท้องถนนภายในปี 2022 จำนวน 10,000 คัน

โดย Rivian มีข้อตกลงที่จะจัดหารถตู้ไฟฟ้าให้กับอเมซอน 100,000 คันภายในปี 2030

“RJ Scaringe” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Rivian วัย 38 ปี กล่าวว่า การเป็นบริษัทมหาชน ทำให้ฐานทุนของเราเติบโต และทำให้ Rivian สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์แข่งขันในตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังเติบโต

พร้อมตั้งเป้าว่า ปีหน้าจะสามารถผลิตรถเพื่อส่งมอบได้ในระดับหลักหมื่นคัน และตั้งเป้าจะผลิตรถอีวีแตะ 100,000 คันภายในปี 2024 ก่อนที่จะพยายามขยายกำลังการผลิตให้ถึง 1 ล้านคันภายในปี 2030

รวมถึงแผนจะสร้างโรงงานแห่งที่สองในสหรัฐ รวมทั้งแผนขยายลงทุนโรงงานในจีนและยุโรปต่อไป เพื่อรองรับแผนการขยายตลาดไปทั่วโลก

นักวิเคราะห์ของ Davidson & Co กล่าวว่า Rivian อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า ซึ่งผู้บริหารบริษัทได้บอกกับนักลงทุนว่า Rivian และรถอีวีของบริษัทเป็น “ของจริง” ไม่ใช่แค่รูปภาพในพรีเซนเตชั่นที่เป็นปัญหาของบริษัทอีวีอื่น ๆ ในช่วงที่ผ่านมา

สมรภูมิรถอีวีกำลังเนื้อหอมในยุคโลกต้องการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดลดการปล่อยมลพิษ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพอีวีหน้าใหม่แจ้งเกิดขึ้นมาท้าทายค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...