'จิ๊ก เนาวรัตน์' เคลียร์เรื่องเยอะจนไร้งาน ทุบบ้านขาย ย้ายไปอยู่ห้องเช่า
‘จิ๊ก เนาวรัตน์’ เคลียร์เรื่องเยอะจนไร้งาน ชีวิตตกอับ ทุบบ้านขาย ย้ายไปอยู่ห้องเช่า
อดีตดาราดังดาวค้างฟ้า จิ๊ก เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์ ล่าสุดมาออกรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 8 หลังมีข่าวว่าไร้งานเพราะเรื่องมากจนชีวิตตกอับ ต้องขายบ้าน ขายที่ดินกิน รวมถึงเรื่องราวกับลูกสะใภ้จนต้องขอแยกบ้านอยู่
ตอนนี้พี่จิ๊กเลือกบท งานเลยไม่คุยชุกเหมือนวันเก่าๆ?
“ถูกต้อง เพราะว่าไม่มีคุณค่าไง เด็กมันโตขึ้น เขาก็ไปเอาเด็กที่โตขึ้นแทนเรา เราก็กระเถิบขึ้นไปอีก”
ไม่มีงานเพราะรายละเอียดเยอะในการทำงาน ถามเยอะ?
”ใช่ รายละเอียดเยอะแน่นอน ใครจะชอบไม่ชอบไม่เป็นอะไร ปล่อยให้เขาไม่ชอบไป แต่พี่ชอบเขาแล้วกัน พอแล้ว และแน่นอนถ้าไม่มีรายละเอียดเยอะ มันจะมีปัญหาในอนาคตแน่นอน คือ 1.ค่าตัวเท่าไร ไปเล่นเสร็จให้เท่านี้ อ้าว เพราะไม่เคลียร์กัน 2.ไกลไหม ไกลมากจนไม่มีรถรับส่งต่างจังหวัด ไม่ไป ไม่คุ้ม ได้เงินก้อนเดียวแต่รถไปชนตายคาที่ไม่เอา เพราะขับรถไปต่างจังหวัดไม่เก่ง หากมีรถรับส่ง หรือไปกับคนอื่นได้ โอเค 3.สำคัญที่สุดคือไม่มีที่จอดรถ วนไปมา ลงมาไม่ให้ที่จอด แล้วจะไปทำงานอย่างไร อารมณ์ก็เสียแล้วใช่ไหม เขาต้องดักที่จอดรถไว้ บทอะไร ค่าตัวเท่าไร ไปตั้งแต่กี่โมง เสร็จกี่โมง มันควรที่จะต้องรู้ ไม่ใช่รับเล่นแล้วไม่รู้เล่นอะไร ทำอะไร อย่างไรบ้าง รายละเอียดการรับงานเป็นสิ่งสำคัญมากจริงๆ ค่ะ”
ได้ข่าวว่าไม่มีเงินจนต้องขายบ้าน ที่ดิน จริงไหม พี่จิ๊กลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ทุบบ้านไปแล้ว ทุบทิ้งเลย เอาอิฐขายหมดเลย จริง ขายอิฐ ขายอะไรหมดเกลี้ยงเลย ประตู หน้าต่าง”
แล้วพี่จิ๊กทุบไปหมดแล้ว แล้วไปอาศัยห้องเช่าที่ไหนอยู่?
”ก็ไปอาศัยห้องเช่าในเกศินีวิลล์นั่นแหละ (หัวเราะ) ก็คือบ้านมันเป็นแบบนี้นะ ชีวิตมีลูก 2 คน เพราะฉะนั้นแล้วทุกอย่างมันมีการแตกแยก เราไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า วันหนึ่งเราต้องตายจากไปแน่นอน เราก็เลยตัดสินใจแบ่งครึ่งบ้านให้ลูกคนละส่วน คนนี้โฉนดหนึ่ง อีกคนโฉนดหนึ่ง เราก็ไม่มี และเราก็อาศัยลูกอยู่ไปก่อน แล้ววันหนึ่งที่เราตายจากไปลูกคนหนึ่งก็ได้บ้าน คือไม่ต้องมานั่งแบ่งสมบัติกัน ถ้าอยู่หลังเดียวครองกันหมด คนนี้ไม่ถูกกับน้องสะใภ้ คนนี้ไม่ถูกกับพี่สะใภ้ แม่สามีเขามา พ่อสามีเขามา โอ๊ยปวดหัว เราตายไปแล้ว แล้วลูกจะสู้รบตบมือทำไม ทำไปเลย พี่เตรียมทุกอย่างในเรื่องที่คนเราต้องเตรียมตัวก่อนตายค่ะ”
มีคนมาว่าพี่จิ๊กบ้าๆ บอๆ พี่จิ๊กไปตอบกลับเขาอย่างไร และบางทีที่ไปออกรายการเราแค่แสดงใช่ไหม?
”พี่เป็นคน 2 ร่างนะ ร่าง1 พี่จะบ้าๆ บอๆ มีความสุข แต่อีกร่างหนึ่งก็อะไรมาเครียดกับพี่แล้ว พี่ก็จะเครียดต่อเลย และอาจารย์รู้ไหมก่อนออกรายการ รายการที่ดีลกับเราจะพูดกับเราทุกครั้งเสมอว่า พี่จิ๊กเอาสนุกๆ นะ พี่บ้าให้เต็มที่เลยนะ พี่เอาแบบขำๆ เลยนะ เราจะไปนั่งคุยเรื่องศีลธรรมเหรอ แล้วเขาจะขำตามที่เขาบรีฟไหม เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เข้าใจไหม แต่พี่ชอบรายการอาจารย์นะ ถามจริง ตอบจริง”
ทำไมเราถึงอยู่ร่วมบ้านกับคนอื่นไม่ได้คะ กับลูกตัวเองก็ไม่ได้เหรอ?
“เป็นคนต้องอยู่คนเดียว อยู่ห้องคนเดียว ทำอะไรคนเดียว ชักโครกใช้คนเดียว อาบน้ำแบบไม่ใช้ส่วนรวม ไม่ชอบ ส่วนลูกก็โตแล้วไง มันอยู่ห้องเดียวกัน มาใช้ส่วนรวมกัน อาบน้ำที่เดียวกัน ชักโครกที่เดียวกันไม่ได้ พี่เป็นคนถือมาก ผ้าเช็ดตัว เสื้อใน แปรงสีฟัน กางเกงใน ทุกสิ่ง”
มันผิดปกติไหม ที่เรายังอยู่กับสายเลือดตัวเองไม่ได้?
สายเลือดตัวเอง เข้าใจ รักมาก แต่ก็ต้องมีการแยกแยะ บางครั้งในบางอย่างต้องเข้าใจว่าคนเราเกิดคนเดียว ตายก็ต้องตายคนเดียว ฉะนั้นแล้วเราต้องจัดสรรปันส่วน อย่าเอาลูกมาเป็นภาระ อย่าเอาลูกมาเป็นที่ตั้ง ทุกคนต้องมีชีวิตของใครของมัน ก้าวไปแต่ละส่วนของตัวเองเราก็ก้าวต่อไปของเราให้ถูกทาง นี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องอยู่คนเดียว
ลูกคนเล็กก็แต่งงานแล้ว มีลูกสะใภ้ แต่แยกบ้านกันอยู่ด้วยรสนิยมของพี่จิ๊ก แต่คนเข้าใจว่าแม่ผัวร้ายจนอยู่กับสะใภ้ไม่ได้?
“เกินไป (หัวเราะ) ไม่มี ถามว่ารักไหม รัก เพราะเขามาดูแลเรา มาดูแลลูกเราไง ลูกเราก็ต้องให้ใจเขาเต็มที่ เราก็ต้องสนับสนุน ก็ต้องเข็นทั้งคู่ไปให้ถึงฝั่งให้ได้”
ลูกเราหลงเขามากล่ะสิ แม่กังวลไหม?
“รู้ เชื่อนะ เชื่อฟังมาก เราไปห้ามเขาไม่ได้หรอก ถ้าคิดว่าดีมันก็ดี ถ้าคิดอีกมุมหนึ่งก็แย่นะ เพราะว่ามันไม่มีอะไรจุดยืนเป็นของตัวเอง เขาเลือกเอง ชีวิตเป็นของเขา เราห้ามไม่ได้หรอก”
และเขาดูแลแม่ผัว ห่วงใยบ้างไหม?
”ดูแลค่ะ แต่เราก็ไม่ต้องให้เขาดูหรอก เราก็บอกไม่ต้องห่วง หาข้าว หาปลาทานกันเลย”
แต่อย่างไรก็ตามอยู่ร่วมบ้านกันไม่ได้ ทนกันไม่ได้แน่ใช่ไหมคะ?
”แบ่งเขตเลย กั้นรั้วเลย”
พี่จิ๊กยังหวังไหม อยากมีไออุ่นๆ ไว้ข้างหู?
“เมื่อก่อนเคยคิด แต่เดี๋ยวนี้ไม่เคยคิดเลย เพราะว่า 1.เราชอบเด็ก เด็กกว่าเราก็ต้องไปนั่งเลี้ยงเด็ก นี่คือนิสัยไม่ชอบเลี้ยงใคร เราเลี้ยงแค่ลูกเรา 2 คนพอแล้ว เรามานั่งเลี้ยงเด็ก คือเด็กเองก็ไม่มีเกียรติ เราเองก็แย่ 2.ถ้าเลี้ยงผู้ชายใหญ่ เขาใหญ่ไป เขาไม่ให้เรามาเลี้ยงหรอก แต่เขาเลี้ยงเราได้ แต่ถามว่าเขาจะมีกี่คน และถามว่าเขาจะมาเอาเราไหม เพราะเราไม่ใช่อายุเด็ก หรือผู้ชายแก่ๆ มาให้เรานุ่งบิกินี่เดินให้เขาดู เขาก็คงไม่เอาเราหรอก ถามว่าวันนี้มีความสุขไหม มีความสุขมาก แบบนี้ดีกว่า”
ตอนแต่งหน้าศพได้เจอเหตุการณ์อะไรแปลกๆ บ้างไหม แล้วมีวิญญาณติดตามไปกับเราบ้างไหม?
“อันนี้เล่าไปแล้ว ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ บางอย่างก็พยายามจะขอบคุณ บางท่านก็อยากพยายาม เนาวรัตน์หรือเปล่า อันนี้จิตใจคิดเองนะ บางท่านก็แบบ ป้าสวยแล้ว พอแล้ว เราก็จะหยุด อย่าเอาป้าไปนอนติดกับคุณลุงคนนั้นนะ เพราะป้าไม่รู้จัก แล้วเขาก็ดันเข็นเตียงเข้าไปอีก แต่อยู่ๆ เตียงก็ไหลไปเองเลย ส่วนเรื่องวิญญาณติดตามมีแต่สิ่งดีๆ ให้กับเราค่ะ”
เขาพูดกัน เครื่องสำอางที่พี่จิ๊กแต่งหน้าศพ พอแต่งเสร็จ พี่จิ๊กเอามาขายต่อหรือเปล่าคะ?
ตายแล้ว รู้ไหมคะ คนที่บริจาคเครื่องสำอางมาให้พี่ บางครั้งก็หมดอายุ พี่ต้องมานั่งดู เปิดมามีน้ำไหล พี่ทิ้งขยะเลย อย่าไปฟังคนอื่น พี่ต้องดูว่าเครื่องสำอางมีคุณภาพ ต่อให้ไปแต่งหน้าศพก็ต้องเป็นเครื่องสำอางดีๆ ค่ะ เละๆ เน่าๆ พี่ก็โยนทิ้งขยะเหมือนกัน
“คนเราตายแล้ว ความดีต้องให้คนเขาจารึก ไม่ใช่ตายไปแล้วให้คนเขาสาปแช่ง เป็นเนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์ ได้ทุกวันนี้ก็เพราะประชาชนสนับสนุน ถ้าไม่มีใครสนับสนุนเราจะเป็นเนาวรัตน์ไม่ได้ในทุกวันนี้แน่นอน คนอื่นอาจจะไม่นิยม อาจจะไม่ทำกัน แต่เราคิดว่าทำอะไรก็ได้ เราอยากบอกว่าลุกขึ้นมาเถอะค่ะ ลุกขึ้นมาทำที่ตัวเองคิดว่าในชีวิตอยากตอบแทนสังคม อยากทำให้ตัวเองมีคุณค่า มีชีวิตที่ดี ก็ไม่ต้องเลือก ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคมค่ะ”
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง: