โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เวที “ค้านปิดหัวลำโพง” ดุเดือด

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 ธ.ค. 2564 เวลา 12.57 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2564 เวลา 12.57 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 7 ธ.ค.- เวทีค้านปิดหัวลำโพง สหภาพรถไฟฯ เดินหน้ายืนยัน เปิดสถานีกลางบางซื่อ ไม่จำเป็นต้องปิดหัวลำโพง พร้อมขอรัฐบาลแก้ปัญหาขาดทุนของการรถไฟอย่างตรงจุด ส่วนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ หวั่นเอื้อนายทุนรายใหญ่สร้างโรงแรม-ศูนย์การค้า

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) เปิดเผยว่า สำหรับการเปิดรับฟังความคิดเห็นในการหยุดให้บริการเดินรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพง นั้น ทางสหภาพมองว่าสถานีรถไฟหัวลำโพงถือเป็นสถานีประวัติศาสตร์และเป็นที่พึ่งของประชาชน หากมีการปิดสถานีหัวลำโพงจะส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ที่ผ่านมาทางสหภาพได้ดำเนินการล่ารายชื่อและพบปะประชาชนผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดโดยต้องการให้หรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหยุดดำเนินการนโยบายเหล่านี้

อย่างไรก็ตามส่วนกรณีที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม มีแผนให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทบทวนแผนการเดินรถไฟเข้าสถานีหัวลำโพง เบื้องต้นสร.รฟท.ยืนยันต้องมีขบวนรถไฟจำนวน 22 ขบวน เข้าสถานีหัวลำโพงเหมือนเดิม ส่วนข้อเสนออื่นๆคงต้องฟังภาคประชาชนอีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้หากมีการเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อและต้องปิดให้บริการสถานีรถไฟหัวลำโพงไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะสถานีหัวลำโพงถือว่ายังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และการให้บริการประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องทบทวนในเรื่องนี้ว่าจะเห็นผลประโยชน์ในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์หรือให้ผลประโยชน์แก่ประชาชนมากกว่ากัน ทุกวันนี้เราต้องพูดความจริงว่ารฟท. เป็นหนี้เพราะมีการให้บริการเก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน ทำให้มีหนี้สะสม 2.4 แสนล้านบาท เนื่องจากภาครัฐไม่ได้มีการชดเชยรายได้ให้กับรฟท. ขณะเดียวกันที่ดินของรฟท.บริเวณอื่นๆสามารถหาประโยชน์ได้เช่นกัน แต่การยกเลิกสถานีรถไฟหัวลำโพง ทั้งๆที่เป็นสถานีให้บริการด้านระบบรางถือเป็นการผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

นายสาวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงคมนาคมยกประเด็นถึงรฟท.เป็นหนี้ถึง 6 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ในอนาคตที่ไม่มีความจริง โดยปัจจุบันภาครัฐค้างจ่ายหนี้ให้รฟท. อยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันการพัฒนาที่ดินในพื้นที่รฟท.มีหลายแปลง เช่น สถานีย่านจตุจักร ,สถานีบางซื่อ ฯลฯ ที่สามารถพัฒนาพื้นที่ได้ แต่เหตุใดถึงเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง รวมทั้งบริเวณรอบสถานีรถไฟหัวลำโพงมีหลายธุรกิจที่เช่าบนพื้นที่ของรฟท. เช่น โรงแรมทวินทาวเวอร์ สามารถทำควบคู่กับการให้บริการสถานีรถไฟหัวลำโพงต่อไปได้
 
 สำหรับข้อเสนอของสหภาพฯรถไฟต่อรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ 1. การให้มีบริการขบวนรถไฟรับ – ส่งผู้โดยสารที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ควรมีอยู่ต่อไป โดยให้มีขบวนรถไฟชานเมืองทุกสาย และรถบริการเชิงสังคม(PSO)ทางไกล อย่างน้อยเส้นทางละ 1 ขบวน มีต้นทาง – ปลายทางที่สถานีกรุงเทพ เพื่อเป็นบริการขนส่งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ ที่รองรับประชาชนจำนวนมากจากทั่วทุกส่วนภูมิภาคเข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร ด้วยความสะดวก ปลอดภัย รวมทั้งใช้ในการเดินขบวนรถพิเศษเนื่องในโอกาสต่างๆ ที่สำคัญของประเทศ และของการรฟท.อีกทั้งเป็นพื้นที่อันควรค่ายิ่งแก่การอนุรักษ์ใช้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้ ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต ส่วนที่สถานีกลางบางซื่อ ให้เป็นต้นทาง – ปลายทาง ของขบวนรถเชิงพาณิชย์และขบวนอื่นๆที่จะมีต่อไปในอนาคต
  
2.การแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ กทม. รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการขนส่งทางรางเป็นระบบหลักอย่างสมบูรณ์เต็มระบบ ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วต่างก็ใช้ระบบขนส่งทางรางเป็นระบบขนส่งหลักในเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ส่งเสริมให้ลดปริมาณการใช้รถยนต์ เนื่องจากขนส่งคนได้เป็นจำนวนมาก ไม่สร้างมลภาวะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทางแก้ควรขยายทางยกระดับข้ามทางรถไฟ หรือขุดอุโมงค์ที่ถนนตัดผ่านเสมอระดับทางที่ยมราช โดยรัฐบาลควรดำเนินการเร่งรัดโครงการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยายให้เต็มรูปแบบ ที่ดำเนินการโดยรัฐทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการ เพื่อควบคุมราคาค่าบริการและเป็นรัฐสวัสดิการให้กับประชาชน

3.การพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์เพื่อมาชดเชยผลการดำเนินงานที่ขาดทุนของรฟท.ควรดำเนินการจากที่ดินของรฟท.ในพื้นที่ที่มีความพร้อม เช่น พื้นที่ย่านพหลโยธิน บางซื่อ จตุจักร รัชดาภิเษก สถานีแม่น้ำ หรือพื้นที่อื่นๆที่มีศักยภาพและความพร้อมทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ พิษณุโลก อรัญประเทศ สงขลา พังงา ประจวบคีรีขันธ์ อุดรธานี ขอนแก่นอุบลราชธานี นครราชสีมา และ บุรีรัมย์ เป็นต้น

นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศ(รฟท.) เปิดเผยว่าจากกรณีการปิดสถานีหัวลำโพงนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าพื้นที่ของการรถไฟฯมีอยู่ทั่วประเทศทำไมไม่มีการดำเนินการพัฒนาเหตุใดต้องเป็นสถานีหัวลำโพง คำถามนี้ต้องมีการชี้แจง การรถไฟฯเป็นลูกจ้างของประชาชนไม่ใช่ลูกจ้างของรัฐบาล ในประเด็นของการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหรือไม่นั้นก็มองว่าตั้งแต่มีการยึดอำนาจเข้ามาก็มีการเอื้อให้นายทุนอยู่แล้ว ที่ผ่านมามีจำนวนศูนย์การค้าและแหล่งท่องเที่ยวไม่เพียงพออีกหรือ สถานีรถไฟหัวลำโพงมีความสำคัญในการเดินทางของประชาชนที่มีรายได้ไม่มากที่อาศัยรถไฟในการเดินทาง หากจะยกตัวอย่างการพัฒนาของต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นนั้น ญี่ปุ่นมีการพัฒนาสิทธิเหนือสถานีและไม่ได้มีสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์แบบเราทุกประเทศมีสถานีหลายสถานีเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้ประชานเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว

สำหรับจำนวนหนี้ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการระบุว่ามีประมาณ 600,000 ล้านบาทนั้น จำนวนนี้มาจากส่วนไหนต้องให้ทางบัญชีอธิบาย โดยยืนยันหนี้ของการรถไฟฯมีหนี้แค่เพียงประมาณ 200,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น และหากพูดถึงหนี้ของรถไฟฯนั้นตามกฎหมายหากรถไฟฯเงินขาดรัฐบาลต้องจ่ายชดเชยในส่วนที่รัฐบาลเป็นหนี้บริการสาธารณะ(PSO) ประมาณ 200,000 กว่าล้านบาท

ด้านนางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวต่อว่า เราต้านการปิดสถานีรถไฟหัวลำโพง เนื่องจากปัจจุบันผังเมืองสถานีหัวลำโพงเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งไม่สามารถนำไปบริหารเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้ แต่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องการหยุดเดินรถไฟโดยปรับสีผังเมืองเพื่อดำเนินการหารายได้ในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยการเปิดประมูล ถึงแม้กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าไม่มีการทุบสถานีรถไฟหัวลำโพงแต่ก็ถือเป็นการเอื้อนายทุน ทำให้สถานีรถไฟหัวลำโพงกลายเป็นประตูทางเข้าเพื่อสร้างศูนย์การค้าในอนาคต.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...