โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชาวจีนปล้นเพื่อนร่วมชาติ 2 เคส เสียหายรวม 13 ล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 11.10 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 9 ม.ค.- ห้วยขวางระทึก เกิดเหตุชาวจีนปล้นเพื่อนร่วมชาติ 2 เคสรวด มูลค่าความเสียหายรวม 13 ล้านบาท

เวลาประมาณ 15.55 น. ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีผู้เสียหายชาวจีน 1 คน ถูกชาย 3 คน วิ่งราวทรัพย์เป็นเงิน 5 ล้านบาท จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้เสียหายได้นัดทำการแลกเงินเปลี่ยนเป็นเหรียญคลิปโท โดยได้นำเงินสด 5 ล้านบาท ใส่กระเป๋าสีดำมาให้ผู้ก่อเหตุที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฏร์บำเพ็ญ 12 เขตห้วยขวาง วางกระเป๋าเงินลงบนโต๊ะ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุได้นำกระเป๋าเงินดังกล่าวหลบหนีขึ้นรถตู้สีขาว ทะเบียน 2ขล 2233 กทม. มุ่งหน้าอโศก ซึ่งผู้เสียหายได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างติดตามไป แต่ไม่ทัน จึงเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง

พันตำรวจเอกประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่าเหตุเกิดขึ้นภายในร้านรับส่งพัสดุ แห่งหนึ่งภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 12 เป็นเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่ผู้เสียหายนำเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท มา แลกเป็นเหรียญคริปโท โดยระหว่างการเจรจา ฝั่งผู้ก่อเหตุแจ้งว่าได้โอนเงินเข้าไปยังบัญชีผู้เสียหายแล้ว แต่ผู้เสียหายตรวจสอบกลับพบว่าไม่มีเงินคริปโทโอนเข้ามา จึงเกิดเหตุทะเลาะกัน จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุที่คิดว่าได้โอนเงินให้แล้วจึงนำเงินดังกล่าวไป

เบื้องต้นตำรวจ พบว่าภายในกระเป๋าเงินสดที่ผู้ก่อเหตุนำไปนั้น ผู้เสียหายใส่โทรศัพท์มือถือไว้ โดยระบุจีพีเอสล่าสุด พิกัดอยู่ที่ สวนสุขภาพแต้จิ๋ว เขตยานนาวา เจริญราษฎร3

ต่อมาในช่วงเวลาเดียวกันได้เกิดเหตุคนจีนฉ้อโกงคนชาติเดียวกัน โดยเหตุเกิดขึ้นที่อาคารแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 ผู้เสียหาย 2 คนนำเงินสด 8 ล้านบาท มาแลกเหรียญคริปโท กับชาวจีน 4 คน โดยระหว่างเจรจาผู้ก่อเหตุได้โอนเหรียญคริปโทไปยังบัญชีหนึ่ง ที่มีเจ้าของบัญชีเป็นคนจีนและทำหน้าที่เป็นคนกลางนัดให้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน

ขณะเจรจา ฝ่ายผู้เสียหายบอกว่ายังไม่ได้รับโอนเหรียญคริปโท แต่ฝั่งผู้ก่อเหตุก็ยืนยันว่าได้ทำการโอนเหรียญคริปโทไปแล้ว จึงนำเงินสด 8 ล้านบาทหนีไป ต่อมาผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง เบื้องต้น จากการตรวจสอบตำรวจพบว่าผู้ก่อเหตุที่แท้จริง คือ เจ้าของบัญชีคนกลางที่นัดหมายทั้งสองฝ่ายให้มาเจอกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาศัยอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

สำหรับทั้ง 2 คดีที่เกิดขึ้น ผู้กำกับการสน.ห้วยขวาง ระบุว่า ยังไม่พบความเชื่อมโยงว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นเครือข่ายเดียวกัน แต่ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตาม เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลผู้กระทำผิดสกัดกั้นไม่ให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีออกนอกประเทศ .414.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...