โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

LEO พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปัญหาไทย–กัมพูชา-ช่องแคบฮอร์มุซ ชูส่งออกทางเรือ–รถไฟ ลดเสี่ยงโลจิสติกส์

Share2Trade

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 03.35 น. • Share2Trade

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์ครบวงจรของไทย เตรียมพร้อมช่วยภาคธุรกิจและผู้ส่งออกไทยพลิกวิกฤตจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาที่มีการควบคุมเข้มและปิดด่านหลายจุด และสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากช่องแคบฮอร์มุซ ให้กลายเป็นโอกาสในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง เป็นทางเรือและทางรถไฟ ฟากบิ๊กบอส "เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์" มั่นใจการเลือกใช้เส้นทางใหม่นี้ สามารถรองรับการส่งออกที่มีความต่อเนื่องและยืดหยุ่นได้มากขึ้น

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การควบคุมชายแดนในจุดสำคัญส่งผลให้การขนส่งสินค้าทางบกระหว่างไทย–กัมพูชาเกิดความล่าช้า ต้นทุนเพิ่มขึ้น และบางครั้งเสี่ยงต่อการเน่าเสียของสินค้า หรือขาดแคลน stock สินค้า โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค LEO จึงแนะนำให้ผู้ส่งออกพิจารณาเส้นทางใหม่ เช่น การส่งออกทางเรือหรือทางอากาศ หรืออีกหนึ่งทางเลือกคือการขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) โดยที่ผู้ส่งออกสามารถส่งสินค้าทางเรือไปยังประเทศเวียดนาม แล้วขนส่งทางรถบรรทุกเข้าสู่ประเทศกัมพูชาผ่านด่าน Bavet โดยการดำเนินพิธีการศุลกากรที่ด่าน Bavet นี้ มีความสะดวกเหมือนกับการดำเนินพิธีการการค้าชายแดนทั่วไปและมีขั้นตอนความยุ่งยากน้อยกว่าพิธีการศุลกากรที่ท่าเรือหรือสนามบิน และยังช่วยลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนไทยได้อีกด้วย
โดยลูกค้าของบริษัทฯ จะได้รับความสะดวกและรวดเร็วสำหรับการดำเนินพิธีการศุลกากรและการขนส่งจากพนักงานของบริษัท Logicam LEO (Cambodia) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ LEO ในประเทศกัมพูชา และมีแผนกให้บริการพิธีการศุลกากรและรถบรรทุกของตัวเอง และมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการพิธีการศุลกากรที่ชายแดนมาอย่างยาวนาน บริษัทฯ จึงมีความพร้อมในการใช้ด่าน Bavet เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการค้าชายแดนไทย – กัมพูชาได้ทันที
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเรือหลักระหว่างเอเชีย–ยุโรป ได้สร้างความกังวลในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก หากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เส้นทางดังกล่าวใช้งานไม่ได้ อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาค ด้วยเหตุนี้เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว LEO ได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟจากไทย–ลาว–จีน ไปยังประเทศในทวีปยุโรป ผ่าน บริษัท ล้านช้าง เอ๊กซ์เพรส (LaneXang Express) ที่เป็นบริษัทย่อยของ LEO ซึ่งมีเครือข่ายรถไฟขนส่งสินค้าเชื่อมต่อจากประเทศไทย ผ่านลาวตอนเหนือ (เวียงจันทน์ – บ่อเต็น), มณฑลยูนนานของจีน และเข้าสู่เครือข่ายรถไฟจีน–ยุโรป ซึ่งสามารถกระจายสินค้าไปยังประเทศปลายทาง เช่น เยอรมนี โปแลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และอีกหลายประเทศในยุโรปได้ บริการนี้ตอบโจทย์ในด้าน ระยะเวลาขนส่งที่เร็วกว่าเรือ ความสม่ำเสมอของตารางเดินรถและความปลอดภัยของสินค้า เหมาะสำหรับสินค้ากลุ่ม FMCG, อุตสาหกรรม, และสินค้าเร่งด่วนที่ต้องส่งถึงตามกำหนด
“ล้านช้าง เอ็กซ์เพรส เป็นบริษัทฯ ที่มีความพร้อมและความสามารถในการให้บริการขนส่งทางรางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Rail Transport Services) ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งและศักยภาพในการขนส่งสินค้าทางรางได้อย่างครบวงจรให้กับ LEO อีกทั้งยังช่วยเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Emission Reduction) ภายใต้สโลแกน “โลจิสติกส์สีเขียว (Green Logistics)” นายเกตติวิทย์ กล่าว
LEO พร้อมเป็น Partner ที่ลูกค้าสามารถพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์ เราเชื่อว่า ทุกวิกฤตคือโอกาสในการพัฒนาและขยายช่องทางการขนส่งสินค้าใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุน เวลา และความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางส่งออกไปยังกัมพูชาผ่านเวียดนาม หรือเส้นทางส่งออกไปยุโรปผ่านระบบรถไฟ LEO มีความเชี่ยวชาญและโซลูชันครบวงจร พร้อมสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถขนส่งสินค้าไปยังทุกจุดหมายปลายทางทั่วโลกอย่างมืออาชีพ
ทั้งนี้ สำหรับนักธุรกิจที่อยากบุกตลาดกัมพูชา แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องการส่งออกและโลจิสติกส์ สามารถมาร่วมสัมมนา หัวข้อ “คิดไว ทำไว” เปิดประตูการค้า…ขยายตลาดใหม่ให้ปังกว่าเดิม! ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 13:30 – 16:30 น. ณ โรงแรมแกรนด์ฮาวเวิร์ด (ห้อง Grand Howard ชั้น 5) ถนนเจริญราษฎร์ รับจำนวนจำกัดสนใจ สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 02 079 9888 ต่อ 1492

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...