เปิดลิสต์ 8 หุ้นปันผลสูง-P/E ต่ำ รับมือช่วงตลาดหุ้นผันผวน
ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความเสี่ยง ทั้งจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ซึ่งกดดันเสถียรภาพของรัฐบาล การเบิกจ่ายงบประมาณ และแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต จนดัชนีลดลงมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,000 จุด การลงทุนด้วยความระมัดระวังและรอความชัดเจนของปัจจัยต่างๆ อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่ยังมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทน การพักเงินไว้ในหุ้นปันผลสูงก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภาพรวมการลงทุนทำได้เพียง "Trading" ระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากขาดปัจจัยบวกและประเด็นความเสี่ยงยังคงอยู่ ส่วนกลยุทธ์แนะนำ "Wait & See" ชะลอการซื้อหุ้นออกไปก่อน และเน้นกลุ่มที่อัตรา ผลตอบแทนปันผล (Dividend) สูงกว่า 7% และ P/E ไม่ถึง 10 เท่า เช่น KTB, KKP, TTB, AP, SPALI, TQM, BPP และ MC
สำหรับ KTB แม้ NIM จะเผชิญแรงกดดัน แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรของธนาคารจะยังได้รับแรงสนับสนุน จาก credit cost ที่ลดลง การด้อยค่าทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่ลดลง และหนี้สูญรับคืนที่แข็งแกร่งมากขึ้น อุปสรรคด้านการเติบโตของสินเชื่อมีแนวโน้มจะถูกชดเชยด้วยสินเชื่อภาครัฐและการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยของภาคเอกชน ปัจจุบัน KTB ซื้อขายที่ระดับ P/E ที่ 7 เท่า, P/BV ที่ 0.66 เท่า พร้อมมี ROE ที่ 9.5% และ Dividend มากกว่า 7% ซึ่งทำให้ KTB ยังคงเป็นหุ้น Top Pick แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 25.50 บาท
KKP ด้วยต้นทุนทางการเงินสูงกว่าที่คาดไว้ ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายลงเหลือ 58 บาท แม้การฟื้นตัวจะช้ากว่าคาด แต่ KKP ยังคงอยู่ในเส้นทางของการปรับตัวดีขึ้นของกำไร อีกทั้งยังมีมูลค่าหุ้นน่าสนใจที่ P/E เพียง 8 เท่า และ P/BV ที่ 0.65 เท่า ในปี 2568 พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 8% จึงยังคงแนะนำ "ซื้อ"
AP แม้แนวโน้มเศรษฐกิจจะอ่อนตัวลงและได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว แต่คาดว่า presales น่าจะลดลงเพียง 2% ในปี 2568 เนื่องจาก presales บ้านแนวราบยังคงแข็งแกร่ง ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 8 บาท ด้วยซื้อขายที่ P/E ต่ำเพียง 5.1 เท่า และให้อัตราผลตอบแทนปันผลสูงถึง 7.9% ในปี 2568
TQM ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการที่บริษัทหันกลับมาให้ความสำคัญกับธุรกิจประกันภัยหลักเป็นสิ่งที่ดี การลงทุนในอดีตไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เนื่องจากบริษัทกลับมามีกำไรเติบโตในระดับเลขสองหลัก ROE ขยายตัว และให้ผลตอบแทนปันผลมากกว่า 7% ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าการถูก de-rate จะสิ้นสุดลง จึงปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 18 บาท
BPP ฝ่ายวิเคราะห์ยังแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 10 บาท ด้วยอัตราตอบแทนปันผลที่น่าสนใจกว่า 8% และคงประมาณการแม้กำไรไตรมาส 1/68 จะคิดเป็นเพียง 23% ของการคาดการณ์ทั้งปี เนื่องจากคาดผลประกอบการจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2568 หนุนโดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงในสหรัฐฯ ตามผลทางฤดูกาล และต้นทุนราคาถ่านหินที่ลดลง
TTB บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า มอง TTB ยังมี ความน่าสนใจจาก Downside ของผลประกอบการและราคาหุ้นที่จำกัด ประเมินปี 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 21,149 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายเดิมที่ 2.12 บาท พร้อมคาดให้อัตราตอบแทนปันผลปีนี้ 7%
SPALI บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 5,080 ล้านบาท ลดลง 18% จากปีก่อน เพราะ backlog รอโอนน้อย คงคำแนะนำ “Trading Buy” และราคาเป้าหมาย 16.60บาท โดยยังกังวลต่อกำลังซื้อในกลุ่มกลาง-กลางล่างยังชะลอตัว และกระทบจาก reject rate ที่สูง ทั้งนี้นโยบายซื้อหุ้นคืนในช่วง 6 เดือนนี้จำนวน 120 ล้านหุ้น วงเงิน 2,000 ล้านบาท คาดช่วยประคองราคาหุ้นในระยะสั้น ด้านอัตราตอบแทนปันผลปีนี้คาดที่ 8.7%
สุดท้าย MC บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มอง Positive ต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/68 (ม.ค.-มี.ค. 68) ที่ 188 ล้านบาท (+15%y-y, -38% q-q) สูงกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์และตลาดคาด โดยรวมช่องทางออนไลน์ยังเติบโตดี ช่วยหักล้าง SSSG ที่คาดลดลง 5% และกำไรปี 2568 คาดโต 3% จากปีก่อน ด้านหุ้นซื้อขาย PER ปี 2568 ในโซนน่าสนใจที่ 10.7 เท่า และมี Dividend สูง 9.3% แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.10 บาท เป็นหุ้นอิงบริโภคโตมั่นคงปันผลสูงและปรับตัวไปช่องทางออนไลน์ได้ดี