โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธปท.พร้อมใช้พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่ง 2 ธ.ค.นี้ ยันดูแลดบ.เป็นธรรม ฟาก MTC-SAWAD พร้อมปฏิบัติตาม

efinanceThai

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 10.31 น.

ธปท.พร้อมใช้พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่ง 2 ธ.ค.นี้ ยันดูแลดบ.เป็นธรรม ฟาก MTC-SAWAD พร้อมปฏิบัติตาม

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 มิ.ย. 68 17:31 น.

ธปท. เผย พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่งฯ มีผลใช้บังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้ ให้แบงก์ชาติกำกับดูแลธุรกิจให้เช่าซื้อ ลีสซิ่ง อย่างเป็นทางการ พร้อมคุมดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมแทน สคบ. ยันดูแลดอกเบี้ยเป็นธรรม ฟาก MTC-SAWAD ยันพร้อมปฎิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด

นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยถึงการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ว่า หลังจากที่มีการออกประกาศ "พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568" (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ) ในราชกิจจานุเบกษา และ จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือ ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

โดยธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับประชาชน โดยปริมาณธุรกรรมมีค่อนข้างสูง ล่าสุด ณ สิ้นปี2567 ยอดธุรกรรมคงค้างอยู่ที่1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10% ของหนี้ครัวเรือนซึ่งมีนัยต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและกระทบประชาชนในวงกว้าง และประมาณ 1 ใน 3 ของยอดธุรกรรมคงค้างดังกล่าว เป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะ

ปัจจุบัน มีจำนวนผู้ประกอบการประมาณ 3,000 ราย โดยเป็นบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ 100 ราย ซึ่งมีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยทางธปท. จะเข้มงวดในการกำกับดูแล ส่วนบริษัทขนาดกลาง และ ขนาดเล็ก ทางธปท. จะใช้เทคโนโลยี และ AI เข้าไปตรวจสอบ

โดยหลังจากกฎหมายฉบับนี้ เริ่มใช้ สิ่งที่ ธปท.จะสามารถดำเนินการได้ คือ การออกหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจและการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม, การดูแลเรื่องการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ทั้ง การโฆษณา การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ , การดูแลเรื่องการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม เช่น กระบวนการขายผลิตภัณฑ์ การดูแลข้อมูลลูกค้า และการแก้ไขจัดการเรื่องร้องเรียน

นอกจากนี้จะกำกับดูแลการแจ้งเปลี่ยนแปลง และการขอผ่อนผันเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ การตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งกิจการ สินทรัพย์ หนี้สิน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสามารถสั่งให้แก้ไขการดำเนินงานในกรณีที่ธุรกิจไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่งฯ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรม หรือเอาเปรียบลูกค้า จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

สำหรับอัตราดอกเบี้ยทางธปท. จะมีการหารือกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) และผู้ปประกอบการ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเดิม ทั้งรถยนต์ใหม่ ไม่เกิน 10% ต่อปี - รถยนต์มือสอง ไม่เกิน 15% ต่อปี - รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 23% ต่อปี นั้น จะครบ 3 ปีในเดือนตุลาคมนี้ ที่ก่อนหน้านี้ทางสคบ. ระบุว่า จะมีการทบทวนทุก 3 ปี ซึ่งคาดว่า หลังวันที่ 2 ธันวาคมนี้ จะสามารถประกาศดอกเบี้ยได้ โดยยืนยันว่าจะปรับให้เหมาะสมตามสถานการณ์ และไม่ผลักภาระให้ประชาชน

"ธปท. ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจ ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งผู้บริโภค เขาต้องได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เป็นธรรม ส่วนผู้ประกอบการ ก็ต้องให้เขาทำธุรกิจบนต้นทุนที่เหมาะสม และ อยู่รอด แน่นอนว่า ถ้าผู้ประกอบการรายอื่นๆ เห็นว่า ถ้าต้องถูกกำกับ ตรวจสอบ ก็อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยง หรือ ต้นทุนของเรา ก็อาจไม่เข้ามารายงานตัว"นางสาวพีรจิต กล่าว

*** MTC - SAWAD พร้อมปฏิบัติตามเคร่งครัด

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ทางบริษัทมีพอร์ตเช่าซื้อประมาณ 2% ของสินเชื่อทั้งหมด โดยเป็นสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน ซึ่งการที่ธปท. ออกกฎเกณฑ์ดังกล่าวออกมามองเป็นเรื่องที่ดี และ ทางบริษัทพร้อมที่จะปฎิบัติตาม โดยบริษัทสนับสนุนให้ควบคุมเพดานดอกเบี้ย เนื่องจากส่งผลดีเป็นผลต่อระบบดีเศรษฐกิจ และ ผู้บริโภค

"ภาพรวมสินเชื่อเราโตมาตลอด จากพอร์ต 5 หมื่นล้าน กลายเป็น 1.6 แสนล้าน เรามีระบบการจัดการที่ดี มีมาตรฐานสากล และ ไม่ได้เอาเปรียบผู้บริโภค โดยธปท. ออกมาควบคุม เราก็พร้อมปฎิบัติตาม"นายปริทัศน์ กล่าว

นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กรบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSAWAD เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า ที่ผ่านมาทางกลุ่ม SAWAD ได้ปฎิบัติตามกฎระเบียบของธปท.อย่างเคร่งครัด และ เตรียมความพร้อมด้านระบบ และ การดูแลผู้บริโภคบนพื้นฐานที่เป็นธรรม ซึ่งหากทางธปท. ออกกฎระเบียบใหม่ ทาง SAWAD พร้อมที่จะปฎิบัติตาม

"เราไม่ได้มีปัญหาของการปฎิบัติตามกฎของธปท. เราวางระบบ และ ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความถูกต้องมาโดยตลอด ซึ่งหากวันนี้ธปท. เรียกเข้าไป เราก็เตรียมเอกสารเข้าพบได้เลยในทันที"นางสาวธิดา กล่าว

รายงาน โดย กรณัช พลอยสวาท เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...