โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อังกฤษจ่อปรับสัมพันธ์อียู ฟื้นการค้า ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่เบร็กซิต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 07.40 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 06.54 น.
ธงสหภาพยุโรปหน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารกลางยุโรป ภาพโดย REUTERS/Jana Rodenbusch

อังกฤษจ่อปรับสัมพันธ์อียู ฟื้นการค้า ความมั่นคงครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่เบร็กซิต ท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังสั่นคลอน

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า อังกฤษจ่อบรรลุข้อตกลงปรับความสัมพันธ์กับทางสหภาพยุโรป (EU) ครั้งสำคัญนับตั้งแต่ถอนตัว (Brexit) ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2025 เพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านการค้า การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสริมความมั่นคงในภูมิภาค

เคียร์ สตาร์เมอร์ (Kier Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ผู้ซึ่งสนับสนุนการเข้าร่วมสหภาพยุโรป วางเดิมพันครั้งสำคัญ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์การกระทำดังกล่าวว่าเป็น “การทรยศต่อเบร็กซิต” (Brexit betrayal)

โดยสตาร์เมอร์อธิบายว่า โลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วนับตั้งแต่เกิดเบร็กซิตในปี 2020 และการปรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่จะเอื้อให้บริษัทในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอังกฤษมีส่วนร่วมในโครงการสั่งสมอาวุธมูลค่ากว่า 150,000 ล้านยูโร (ราว 5.58 ล้านล้านบาท) ของสหภาพยุโรป

การปรับความสัมพันธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางระเบียบโลกที่กำลังสั่นคลอน และถูกเขย่าโดยโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ และการรุกรานยูเครนเต็มกำลังของรัสเซีย ซึ่งทำให้รัฐบาลทั่วโลกต้องทบทวนความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง การค้ากันใหม่

อังกฤษบรรลุข้อตกลงกับอินเดียเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม และสามารถบรรเทามาตรการภาษีบางส่วนจากสหรัฐได้ ขณะที่สหภาพยุโรปก็เร่งความพยายามในการสร้างข้อตกลงการค้าและความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

การเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินต่อเนื่องจนถึงเย็นวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม ก่อนที่เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และอันโตนิโอ คอสตา (Antonio Costa) ประธานสภายุโรป จะเดินทางถึงกรุงลอนดอนในเช้าวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งทูตจากสหภาพยุโรปย้ำเตือนว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตกลงใด ๆ เกิดขึ้น

จากประเด็นที่ได้หารือพบว่า อังกฤษต้องการลดการตรวจตราชายแดน และความล่าช้าของเอกสารในการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป รวมถึงขอสิทธิให้คนอังกฤษใช้ e-Gate ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจคนเข้าเมืองของสนามบินในอียู และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษอย่างมาก

เพื่อเป็นการตอบแทน อังกฤษอาจตกลงเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา Erasmus+ และเปิดโครงการย้ายถิ่นฐานสำหรับเยาวชน (youth mobility scheme) ขณะที่ฝรั่งเศสยังเรียกร้องสิทธิในการประมงระยะยาว ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นอ่อนไหวในช่วงเบร็กซิต

ต้องกล้าแหกขนบ

เนื่องจากสตาร์เมอร์สัญญาว่าจะไม่กลับเข้าร่วมตลาดเดี่ยว (Single Market) หรือ สหภาพศุลกากร (Customs Union) กับสหภาพยุโรปอีกครั้ง จึงไม่อาจก่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม สตาร์เมอร์พยายามที่จะต่อรองให้อังกฤษเข้าถึงตลาดในกลุ่มที่สำคัญบางส่วน ขณะที่สหภาพยุโรปคัดค้าน เพราะเป็นการเลือกเอาแต่ได้ โดยไม่คิดจะแบกความรับผิดชอบเช่นเดียวกับสมาชิกสหภาพยุโรปประเทศอื่น ๆ

อังกฤษจำเป็นต้องยอมรับมาตรฐานของสหภาพยุโรป หากต้องการลดขั้นตอนของเอกสารทางการค้า ซึ่งสตาร์เมอร์อาจให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่คุ้มค่า และช่วยประหยัดต้นทุนด้านอาหาร พร้อมสร้างความเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจที่ซบเซา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าซึ่งเป็นบุคคลที่ให้คำแนะนำกับทั้งนักการเมืองในอังกฤษและในสหภาพยุโรปกล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษจำเป็นต้องแหกขนบและยอมรับกฎระเบียบของสหภาพยุโรป เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและธุรกิจรายย่อย

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญการค้าอีกรายหนึ่งกล่าวเช่นกันว่า อังกฤษจะได้รับประโยชน์ด้านความมั่นคงอย่างมาก จากการทำข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ซึ่งการกระชับความสัมพันธ์เป็นการกระทำที่สมเหตุสมผลท่ามกลางโลกที่กำลังผันผวน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อังกฤษจ่อปรับสัมพันธ์อียู ฟื้นการค้า ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่เบร็กซิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...