CIMBT รับสินเชื่อปีนี้ไม่โต หลังครึ่งปีแรกติดลบ 2% เหตุลูกค้าองค์กรชะลอตามศก. วางเป้าคุม NPL ไม่เกิน 2.6%
CIMBT รับสินเชื่อปีนี้ไม่โต หลังครึ่งปีแรกติดลบ 2% เหตุลูกค้าองค์กรชะลอตามศก. วางเป้าคุม NPL ไม่เกิน 2.6%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 ก.ค. 68 16:32 น.
CIMBT ลดเป้าสินเชื่อปีนี้เหลือทรงตัวจากปีก่อน จากเดิมประเมินโต 5% หลังครึ่งปีแรกหดตัว 2% เหตุลูกค้าองค์กรชะลอตัวตามความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ แต่ยันคุม NPLs ไม่เกิน 2.6% ส่วนปัญหา Free Float อาจแก้ไขไม่ได้ เพราะผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่มีแผนลดสัดส่วน และอาจยอมถูกเพิกถอน
นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) เปิดเผยวิสัยทัศน์สู่อนาคต "Advancing Customer & Society" โดยมุ่งสู่การเป็นธนาคารเฉพาะด้าน (Niche Bank) แทนการเป็นธนาคารรอบด้าน จากภาวะเศรษฐกิจของไทยที่มีความไม่แน่นอน และมีความผันผวนค่อนข้างมาก ประกอบกับเศรษฐกิจของไทยมีอัตราการเติบโตค่อนข้างต่ำ และธุรกิจธนาคารในประเทศไทยมีการแข่งขันที่สูง
ทั้งนี้ธนาคารวางเป้าหมาย 6 ปี (2573) ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Forward30" โดยรายได้อาเซียนเติบโต 2 เท่า จากสิ้นปี 67 อยู่ที่ 10% ของรายได้รวม ขณะเดียวกันจะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เติบโต 2 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.5 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันจะเพิ่มอัตราส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) มากกว่าปัจจุบันซึ่งมีอัตราส่วน 70% รวมถึงจะบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด Cost-income Ratio ต่ำกว่า 50% จากปัจจุบัน 52%
นอกจากนี้ธนาคารจะเน้นมีบทบาทเชิงรุกในเรื่อง ESG โดยมี ESG Advisory ทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา ช่วยลูกค้าตรวจสุขภาพองค์กร พร้อมแนะแนวทางการปรับตัวสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน รองรับด้วยเงินทุนสนับสนุนภายใต้เป้าหมาย Transition Finance มูลค่า 2 หมี่นล้านบาทภายใน 2 ปี พร้อมกับการเชื่อมลูกค้าของ CIMB Group ในอาเซีนน
สำหรับผลการดำงานปีนี้ ธนาคารปรับลดเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อเหลือทรงตัวจากปีก่อน จากเดิมประเมินไว้ประมาณ 5% เนื่องจากครึ่งปีแรกสินเชื่อรวมติดลบราว 2% โดยเฉพาะลูกค้าองค์กร ที่ระมัดระวังการใช้สินเชื่อจากความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจในประเทศ-ต่างประเทศ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า โดยเฉพาะนโยบายภาษี "ทรัมป์"
ด้านการควบคุมคุณสินทรัพย์ของ CIMBT ยังคงตั้งเป้าคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่เกิน 2.6% ใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก หลังมีการตัดขายหนี้เสียไป 1 ครั้ง ส่วนการตั้งสำรองฯ ครึ่งปีหลังยังติดตามปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ก่อนเพราะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ค่อนข้างมาก โดยครึ่งแรกปี 67 ธนาคารได้ตั้งสำรองมากกว่าปกติเพื่อรับมือความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
ส่วนหุ้น CIMBT ที่ถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยขึ้นเครื่องหมาย SP เพราะมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยต่ำกว่าเกณฑ์ ยืนยันตามคำชี้แจง Public Presentation โดยธนาคารได้รับทราบปัญหาคุณสมบัติการมี Free Float ไม่ครบถ้วนตามกฎของตลาดหลักทรัพย์ฯ และได้หารือกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว แต่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่มีแผนที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร นอกจากนี้ เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จึงไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคาร และไม่สามารถทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ได้
ดังนั้น จึงเป็นไปได้อย่างสูงว่าธนาคารจะไม่สามารถแก้ไขคุณสมบัติการมี Free Float ให้ครบถ้วนได้ และส่งผลให้หลักทรัพย์ของธนาคารจะถูกขึ้นเครื่องหมาย SP (Trading Suspension) และหากไม่สามารถแก้ไขคุณสมบัติ Free Float ได้ภายหลังจากมีการขึ้นเครื่องหมาย SP เป็นระยะเวลา 1 ปี (ราวเดือนมิถุนายน 2569) คณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาเพิกถอนการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนของธนาคาร ซึ่งจะส่งผลให้การซื้อขายหลักทรัพย์ของธนาคารจะทำได้ด้วยวิธีการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ (Over-the-Counter Trading: OTC) เท่านั้น
อย่างไรก็ดี ผู้ถือหุ้นยังคงมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นของธนาคาร และยังคงได้รับสิทธิในฐานะของผู้ถือหุ้น เช่น การรับเงินปันผล เป็นต้น
รายงาน โดย ศราพงค์ นันติวงค์ เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ