โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อ Soft Power อเมริกา กำลังจะสิ้นมนต์ขลัง

Reporter Journey

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 17.20 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 10.20 น. • Reporter Journey

เป็นเวลานานกว่าหลาย 10 ปีที่ ‘Soft Power’ หรือ ‘อำนาจอ่อน’ ของอเมริกา ช่วยผลักดันให้สินค้าและแบรนด์สัญชาติอเมริกันกล้าที่จะออกไปทำตลาดต่างประเทศ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่กำแพงเบอร์ลินพังทลายลง เป็นสัญญาณของการสิ้นสุดซึ่งครามเย็น รถบรรทุกที่มีโลโก้ ‘โคคา-โคล่า’ ก็ปรากฎตัว ณ เบอร์ลินตะวันออกและทำภารกิจแจกจ่ายน้ำดำให้กับฝูงชนที่มารวมตัวกัน ในตอนนั้นยอดขายของโคคา-โคล่าพุ่งกระฉูด เนื่องจากผู้บริโภคที่เคยถูกปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ต่างพากันดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสุดซ่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งทุนนิยมอเมริกันอย่างกระตือรือร้น

ทว่า ณ เวลานี้ เสน่ห์ของ Soft Power อเมริกาอาจสิ้นมนต์ขลัง มีรายงานว่าเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผู้บริโภคชาวเดนมาร์กเลือกที่จะเมิน ‘โคคา-โคล่า’ และหันไปบริโภคแบรนด์ท้องถิ่นในประเทศอย่าง Jolly Cola แทน เหตุการณ์นี้ผู้บริหาร Jolly Cola อาจต้องหอบหิ้วเอาดอกไม้ขึ้นเครื่องบินไปขอบคุณ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ที่ช่วยให้คนเดนมาร์ก (และคนทั่วโลก) พากันอุดหนุนแบรนด์ในบ้านตัวเอง เมินสินค้าจากอเมริกา

ใช่แล้ว เพราะตั้งแต่การกลับมาดำรงตำแหน่งของทรัมป์นี่แหละที่ทำเอาภาพลักษณ์และ Soft Power ของอเมริกาแย่ลง ไม่ว่าจะเหตุจากเรื่องของสงครามการค้า กำแพงภาษี และแนวคิดสุดโต่งต่าง ๆ นา ๆ ของพ่อใหญ่ทรัมป์

จากการสำรวจโดยบริษัท Nira Data (บริษัทวิจัยที่ทำผลสำรวจด้านประชาธิปไตยที่เราเห็นในข่าวอยู่บ่อยๆ) ออกมาเปิดเผยว่าจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 100,000 คน จาก 100 ประเทศทั่วโลกเมื่อเดือนเมษายน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ‘มีความคิดเห็นเชิงลบต่ออเมริกา’ มากกว่าผู้ที่มีความคิดเห็นในเชิงบวก ซึ่งถือว่าเปลี่ยนแปลงอย่างมากจากปีก่อนสมัยที่อเมริกามี ‘โจ ไบเดน’ เป็นผู้นำประเทศ และอเมริกาเป็นรองแค่จีนประเทศเดียวในด้านภาพลักษณ์ที่แย่

ไม่ใช่แค่ผลสำรวจจากบริษัทเดียวที่ออกมายืนยันภาพลักษณ์อันย่ำแย่ของอเมริกา เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีผลสำรวจที่จัดขึ้นที่แคนาดาเช่นกัน (ประเทศที่ถูกทรัมป์หมายตาอยากให้มาเป็นรัฐที่ 51) ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าประชาชนชาวแคนาดากว่า 61% กำลังคว่ำบาตรสินค้าและผลิตภัณฑ์จากอเมริกา ไม่ใช่แค่ภาคประชาชนที่ออกมา Take Action แต่ในระดับรัฐบาลท้องถิ่นก็มีมูฟเม้นเหมือนกัน เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัด ‘ออนแทรีโอ’ และ ‘ควิเบก’ สองจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา ได้มีการสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตจากอเมริกา เช่น แจ็ค แดเนียล

ตอนนี้หลาย ๆ บริษัทที่ติดธงอเมริกันเริ่มเผชิญกับความเสี่ยงทางธุรกิจมากขึ้น จากผลสำรวจเมื่อเดือนมีนาคมโดยธนาคารกลางยุโรปเผยให้เห็นว่า ประชาชนยุโรปพร้อมที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากเดิมและเต็มใจอย่างมากที่จะเมินสินค้าอเมริกา และหันไปใช้สินค้าจากประเทศอื่น โดยไม่สนใจเรื่องราคา

(การประเมินวัดด้วยคะแนน 0-100 ยิ่งใกล้ 100 แปลว่าเต็มใจมากที่จะเปลี่นไปใช้สินค้าประเทศอื่น ชาวยุโรปมีค่าเฉลี่ยคำตอบข้อนี้สูงถึง 80 คะแนน)

ต้องยอมรับว่าจากเดิมที่หลาย ๆ แบรนด์ที่บุกตลาดโลกด้วยความภูมิใจว่าผลิตภัณฑ์ของฉัน MADE IN USA แต่ตอนนี้การมีธงชาติของอเมริกาติดที่แบรนด์อาจกลายเป็นภาระและภาพพจน์ที่ไม่ดีสำหรับแบรนด์ไปเสียแล้ว ดูท่าแล้ว Soft Power ที่อเมริกาสร้าง สอดแทรกผ่านภาพยนต์ และผลิตซ้ำมาหลายปีให้ชาติอื่น ๆ หลงรักจะเสื่อมมนต์ขลังเพราะ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เสียแล้ว

Make America Great Again

.

ที่มา The Economist

ใที่มา ธ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...