โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักร้องสาวดัง รับ! ใจสลาย ยอมทำลายชื่อเสียงตัวเอง แฉแม่ทักยืมเงินคนอื่น

The Bangkok Insight

อัพเดต 27 ส.ค. 2566 เวลา 03.31 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2566 เวลา 03.24 น. • The Bangkok Insight

ธัญญ่า อาร์สยาม รับ! ใจสลาย ยอมทำลายชื่อเสียงตัวเอง แฉแม่ทักยืมเงินคนอื่น พร้อมให้กำลังใจแม่ ตอนนี้น่าจะดีขึ้นแล้ว ภาวนาตลอดว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีก

จากก่อนหน้านี้ กรณีของนักร้องสาวธัญญ่า อาร์สยาม หรือ หรือ ดาราภัช ทวินันท์ ที่ได้ออกมาขอโทษผู้ใหญ่ที่เคารพ เนื่องจาก คุณแม่ของเธอทักไปยืมเงิน และตนไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ พร้อมเผยว่าตนให้เงินเดือนแม่ทุกเดือน เดือนละ 3 หมื่นบาท จากนี้จะเดินหน้าต่อให้ไหวเหมือนทุกครั้งตลอดระยะเวลา หลาย ๆ ปีที่ผ่านมา

ธัญญ่า อาร์สยาม รับ! ใจสลาย ยอมทำลายชื่อเสียงตัวเอง แฉแม่ทักยืมเงินคนอื่น

ล่าสุด (26 ส.ค.) ธัญญ่า ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกกับโพสต์ดังกล่าว ในงานมีตติ้งแฟนคลับ รักข้ามโขง ญ่า&โล่ พร้อมกับเปิดตัวสินค้าฉลองยอดขาย AYA ไฟเบอร์ณ คาเฟ่ ศิวาคาเฟ่ ลาดพร้าว 130

"ทุกคนก็อาจจะมองกันสองทางเหมือนเดิมนะคะ ก็มองว่ามันไม่ดี กับบางคนก็มองอีกทางนึงในทางการแก้ปัญหา หนูอยากจะบอกว่าในสิ่งที่หนูโพสต์ก็เหมือนเดิมเลยค่ะ ผ่านการคิด วิเคราะห์มาแล้วเรียบร้อยว่าสิ่งที่ทำมันจะเกิดอะไรขึ้น และผลที่ตามมาคืออะไร หนูทำเพราะนี่คือสิ่งที่การแก้ปัญหาของหนูจริง ๆ และหนูทำเพราะว่ามันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก่อนที่หนูจะโพสต์มาแล้ว ไม่ได้นับกับครั้งแรกที่หนูโพสต์นะคะ

คือไม่ได้อยากให้ทุกคนไปคอมเมนต์ว่าคุณแม่หรืออะไร ตอนนี้อยากให้ทุกคนให้กำลังใจคุณแม่ ขอให้คุณแม่ทำได้ออกมาในสิ่งที่คุณแม่หลงเข้าไป เพราะตัวหนูเองก็ให้กำลังใจคุณแม่ในทุก ๆ ครั้ง หนูให้กำลังใจแม่ทุก ๆ ครั้ง

สิ่งที่หนูทำหนูจะบอกว่าอาจจะรุนแรงไป ก็คือการดิสเครดิต ไม่ให้เขามีเครดิตในการที่จะไปยืมใครให้ทุกคนได้รับรู้ รับทราบกันหมดว่าเราให้เงินตลอด เราไม่ได้ลำบาก ก็เป็นวิธีของหนูเอง ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าผิดหรือถูก มันเป็นมุมมองของแต่ละคน แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นคนเป็นลูกไม่มีวันที่จะทิ้งแม่ ไม่มีใครอยากที่จะให้แม่โดนว่า ไม่มีใครอยากที่จะทำให้แม่รู้สึกไม่ดี

เราได้คุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว และแม่เองก็ไม่ได้โกรธเราในสิ่งที่เราโพสต์ และตัวแม่ตอนนี้ก็เข้าใจในสิ่งที่หนูได้ทำลงไปว่าเพราะอะไร และเราได้คุยกันแล้วว่าถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ แค่ไหน แต่หนูก็หวังว่าสักวันนึงต้องได้สิ แม่จะต้องทำได้ เพราะเราประสบความสำเร็จให้แม่เห็นแล้วขนาดนี้ เราทำให้แม่เห็นว่าเราเก่งนะ เราเลี้ยงดูแม่ได้แล้วนะวันนี้ เราทำหน้าที่ของลูกคนนึงแบบเต็มที่

วันนี้อยากให้แม่อยู่เป็นกำลังใจให้ลูก ทำกับข้าวให้ลูก เป็นรอยยิ้มให้ลูก นี่คือสิ่งที่ลูกคนนึงต้องการเลยค่ะ ไม่ได้อยากให้แม่คิดว่าช่วยลูกไม่ได้ ไม่ได้อยากให้แม่คิดว่าแต่ก่อนเคยหาเงินได้ ทำไมตอนนี้หาไม่ได้ แล้วมาเป็นภาระลูก หนูไม่อยากให้แม่คิดแบบนี้ หนูรู้สึกว่าอยากทำหน้าที่ลูกให้เต็มที่ เพราะแม่เลี้ยงหนูมาดีมาก

เลี้ยงหนูให้เติบโตมาจนหนูรู้สึกว่าเป็นคนนึงที่เติบโตมาดี เติบโตมาแบบเลี้ยงครอบครัว รับผิดชอบแม่ได้ เป็นคนกตัญญูคนนึง ก็เลยอยากให้แม่ภูมิใจว่าแม่เลี้ยงหนูมาดีมากนะ และรอว่าวันนึง ถึงแม้ว่าครั้งนี้มันจะเกิดขึ้นอีก หนูก็มีความหวังเหมือนทุก ๆ ครั้งว่ามันจะต้องดีขึ้น และในครั้งนี้พอเกิดขึ้นมาแล้ว หนูก็แก้ไขมัน และอาจจะรู้สึกว่ามันจะเกิดอีกไหม แต่ก็ต้องทำใจและเราหวังว่าแม่เราทำได้ เรามีความเชื่อค่ะ

เพราะการพนันหรือเปล่า?
ถามว่าปัญหาของคุณแม่เกี่ยวกับการพนันหรือเปล่า จริง ๆ ปัญหาตรงนี้ถึงหนูไม่พูด แต่ทุกคนก็ดูออกว่ามันคือเรื่องอะไร หนูก็เลยบอกว่าคนที่มีปัญหาเรื่องนี้เขารู้ดีว่ามันอาจจะยากในการที่จะหยุดมันได้ หนูก็เลยอยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้แม่ค่ะ ไม่อยากซ้ำเติมอะไรเขา เพราะตัวเขาเองก็เสียใจมากๆ กับครั้งนี้ และแม่ก็ต้องรักษาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเลย รวมถึงตัวหนูเอง เหมือนเป็นกันทั้งสองคน ก็ต้องเยียวยาจิตใจซึ่งกันและกัน

ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว
หนูว่าน่าจะดีขึ้นค่ะ เพราะทั้งเขาไปหาหมอ ตัวหนูเองก็ได้ฟังนักจิตวิทยาพูด หนูก็รู้สึกว่าน่าจะดีขึ้น คือคุณแม่ไม่ได้ทำซ้ำมาเป็นปีแล้วค่ะหลังจากรอบนั้นที่หนูโพสต์ ซึ่งหนูก็ถือว่าคุณแม่ทำได้แล้ว และคิดว่าครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ

ต้นสังกัดว่าอะไรไหม?
มีพี่ ๆ ที่ตึกค่ะ มีบ้างที่บอกมาตั้งแต่ตอนที่โพสต์ปีโน้น แต่ว่าครั้งนี้ยังไม่มี แต่หนูได้อธิบายไปแล้วว่าสิ่งที่หนูทำเป็นสิ่งที่หนูตัดสินใจ เป็นวิธีแก้ปัญหาของตัวหนูเอง และหนูก็ยอมรับในสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวคุณแม่ ถามว่าลูกคนนึงเห็นคนคอมเมนต์แบบนั้นเจ็บไหม หนูก็เจ็บค่ะ เจ็บมาก ๆ แต่หนูเลือกที่จะทำแบบนั้นไปแล้ว เละเป็นการแก้ปัญหาตรงนั้น

ถามว่าหนูอายไหม หนูอายตั้งแต่แม่เราไปยืมเงินคนอื่น เราก็อายแล้ว และการที่เรามาโพสต์แบบนี้ เราเลือกอายครั้งเดียวเลยดีกว่า ไม่ใช่แค่คุณแม่อายค่ะ เราก็อายเหมือนกันเราเลือกอายทีเดียวให้จบปัญหาในครอบครัวของเราในครั้งเดียวเลย เราเลือกรับผิดชอบและเริ่มต้นใหม่ ใครจะซ้ำเติมหรืออะไรก็ไม่เป็นไร แต่ในวันนึงเราเชื่อว่าครอบครัวเรามันจะดีขึ้นแน่นอน

ปัญหาจบแล้ว?
จบแล้วค่ะ เราก็ได้คุยกัน และในเรื่องค่าใช้จ่ายใด ๆ ก็ค่อย ๆ แก้ปัญหากันไปค่ะ

คนที่โดนยืมทักมาบอก?
ก็มีทักมาหาบ้างค่ะ แต่หนูก็เคลียร์ไปเกือบหมดแล้ว อาจจะต้องมีทยอยบ้าง

รอบนี้หนักกว่ารอบแรกไหม?
ขอไม่ลงรายละเอียดดีกว่าค่ะ

คุณแม่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น?
หนูคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เขาก็รู้ว่าหนูเจ็บ เพราะว่าการโพสต์แบบนี้มันไม่ใช่แค่คุณแม่เจ็บ แต่มันคือหนูเจ็บ และมันคือหน้าตาของครอบครัว มันคือชื่อเสียงของหนู หนูเลือกทำลายชื่อเสียงของหนูเลยนะ หนูไม่ได้เลือกทำลายคุณแม่นะคะ หนูบอกเลยว่าการที่หนูทำแบบนี้เหมือนหนูทำลายชื่อเสียงตัวเองด้วยซ้ำ แต่เพื่อให้มันจบและเพื่อให้มันดีขึ้น

คอมเมนต์แรง?
ก็ยังมีอยู่ค่ะ แต่ใจหนูรู้ดี และเราเลือกที่จะทำแล้ว และเรารู้ผลลัพธ์อยู่แล้วว่ามันต้องมีแบบนี้

แฟนหนุ่มว่ายังไง?
ซึ่งอาร์โล่เขาก็คอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดค่ะ หนูก็คอยถามเขานะว่าอันนี้ทำยังไงดี จะทำยังไงต่อดี เงินส่วนนี้จะทำยังไง หนูก็มีถามบ้าง เพราะว่าบางทีหนูคิดอะไรไม่ออกแล้ว หนูอื้ออึงไปหมด หนูเอ๋อไปเลยก็มี เขาก็จะคอยช่วยหนู และหนูก็สงสารเขานะ เหมือนเขาเพิ่งเข้ามาไม่นาน แต่ก็มารับรู้ปัญหาที่มันเป็นแบบนี้ในครอบครัวเรา และเราก็แอบคิดว่าญาติเขาจะมองเรายังไง ตัวเขาจะมองเรายังไง ก็มีถามเขาว่าญาติเขาเห็นข่าวแล้วรู้สึกโอเคไหม เข้าใจเราหรือเปล่า ตัวเขาก็บอกว่าโอเค ไม่เป็นไร

เป็นปัญหาที่ใหญ่ในชีวิตของเลยไหม?
จริง ๆ มันมีมาตลอด 3 ปีค่ะ มันเป็นปัญหาหลักเลยก็ว่าได้ แต่หนูอยู่กับมันมาจนหนูรู้สึกว่าหนูเริ่มแก้มันได้แล้ว แต่หนูก็ภาวนาตลอดว่าอย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะมันหนัก มันไม่เหมือนปัญหาทั่วไป มันคือปัญหาที่มาจี้หัวใจเราเลย มันคือแก้วตาดวงใจเรา เรากับแม่มีกันอยู่สองคน อย่างที่บอกว่าโพสต์ไปไม่ได้ทำร้ายแม่หรอก มันทำร้ายชื่อเสียงตัวเอง ทำร้ายทุกอย่างเลย และคนที่ใจสลายคือเราเลย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...