โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุซามะฮ์ บิน ลาดิน : จากวีรบุรุษสู่ผู้ก่อการร้าย (จบ)/มุมมุสลิม จรัญ มะลูลีม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 07 ก.พ. 2565 เวลา 02.51 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2565 เวลา 02.51 น.

มุมมุสลิม

จรัญ มะลูลีม

 

อุซามะฮ์ บิน ลาดิน

: จากวีรบุรุษสู่ผู้ก่อการร้าย (จบ)

 

พันธมิตรของบิน ลาดิน ได้ขยายตัวไปทั่วคาบสมุทรอาหรับ องค์การหลักของเขายังไม่มีโครงสร้างใดที่เห็นอย่างชัดเจน แต่มีกองกำลังเคลื่อนที่ที่สามารถปฏิบัติการได้ทุกๆ ที่ เชื่อกันว่าทหารลับของบินลาดินมีการติดอาวุธอย่างดี มีจรวดยิงจากพื้นดินสู่อากาศมีปืนครกและรถหุ้มเกราะ

ก่อนบิน ลาดิน จะถูกปิดชีวิตเป็นเวลานานนั้น การไล่ล่าเขามีมาอย่างต่อเนื่อง ในเดือนมกราคม 1996 เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐได้รุกล้ำน่านฟ้าของปากีสถานบ่อยครั้ง และถลำลึกเข้าไปถึง 50 กิโลเมตร เกือบจะถึงเขตของกรุงการาจีเพื่อจะตรวจค้นฐานของบิน ลาดิน

เจ้าหน้าที่ปากีสถานกล่าวว่า คนของบิน ลาดิน มีเครือข่ายอยู่ในเมืองเปชาวาร์ และใช้เป็นจุดศูนย์กลางสำหรบการใช้โทรศัพท์ โทรสาร และการติดต่ออื่นๆ

สิ่งที่ทำให้ภารกิจของสหรัฐมีความยากลำบากมากขึ้นก็คือในช่วงที่มีสงครามในประเทศอัฟกานิสถานนั้น CIA มิได้พัฒนาผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำงานร่วมกันเป็นทีมในเรื่องของอัฟกานิสถานขึ้นมา ผู้เชี่ยวชาญอัฟกานิสถานไม่ได้เข้ามาที่อัฟกานิสถานจนกว่าจะถึงปี 1997 เป็นเวลาครึ่งปีก่อนสงครามจะสิ้นสุดลง

บิน ลาดิน ชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอยู่ในวัย 44 ปี ได้ทำให้ชีวิตของเขากลายเป็นทหารที่ต่อต้านสหรัฐและตัวแทนของสหรัฐทั่วโลก การค้นหาตัวบิน ลาดิน จึงมุ่งเข้าสู่อัฟกานิสถานตลอดเวลา

หลังจากการโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และตึกเพนตากอนได้ 3 วัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ Colin Powell (ที่พึ่งจะจากไปหลังจากสารภาพว่ามีความผิดพลาดในการกล่าวหาอิรักว่ามีอาวุธร้ายแรง (WMD) จนนำไปสู่การเสยชีวิตของชาวอิรักในเวลาต่อมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน) ได้เอ่ยชื่อเขาในฐานะของผู้ต้องสงสัยเป็นรายแรก

จากที่ซ่อนตัวในอัฟกานิสถาน บิน ลาดิน นอกจากจะดำเนินการจัดตั้งองค์การอัลกออิดะฮ์ ซึ่งเป็นองค์การที่เป็นค่ายฝึกฝนทางด้านการทหารใกล้กับเมืองญะลาละบัด (Jalalabad) ทางตะวันออกของเมืองกอนดาฮาร์ ทางใต้ และในดินแดนภูเขาที่ใหญ่โตแล้ว คนหลายคนที่ได้รับการฝึกฝนจากค่ายนี้ยังมาจากกลุ่มนักสู้จากปากีสถานอีกด้วย เช่น กลุ่มฮะรอกะตุลมุญาฮิดีน (Harakat-ul-Mujahideen) ที่ต่อสู้อยู่ในแคว้นแคชเมียร์

Peter Bergen นักเขียนจากวอชิงตันซึ่งเคยพบกับบินลาดิน เชื่อว่าบิน ลาดิน มีนักต่อสู้ที่ใช้ระเบิดพลีชีพอยู่ในองค์กรของเขาด้วย

Bergen กล่าวว่า บิน ลาดิน อยู่ในภูเขาลูกใหญ่ที่พาดผ่านอัฟกานิสถาน เขาเป็นผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน

ที่ผ่านมารัฐบาลฏอลิบานรัฐบาลแรกยืนยันว่าได้ตัดเครื่องอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารทุกอย่างของบิน ลาดิน ออกไปหมดแล้ว

แต่แหล่งข่าวกรองของตะวันตกได้ปฏิเสธในเรื่องนี้

 

การที่รัฐบาลฏอลิบานสมัยแรกไม่ยอมส่งตัวบิน ลาดิน ให้กับสหรัฐนั้นนอกจากไม่มีหลักฐานเพียงพอแล้ว ยังมีเรื่องที่สำคัญมากกว่านั้น เนื่องจากบิน ลาดิน ได้ใช้ทรัพย์สินของเขาในกิจการต่างๆ เพื่อช่วยรัฐบาลฏอลิบานมาแล้ว อย่างน้อยชาวอาหรับจำนวนมากมายก็ได้เข้ามาต่อสู้เคียงคู่ไปกับรัฐบาลฏอลิบานและได้ขยายการปฏิบัติการเข้าสู่เอเชียกลางและปากีสถาน

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลของฏอลิบานคนหนึ่งจึงพูดถึงบิน ลาดิน อย่างเปิดเผยในฐานะที่เป็นวีรบุรุษของเขา

บางถ้อยคำของบิน ลาดิน ที่น่าสนใจ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจตัวตนของเขา และความเป็นปรปักษ์ที่มีต่อเขาจากสหรัฐและพันธมิตรดังต่อไปนี้

– ปากีสถานควรยอมให้มีค่ายทหารเพื่อการทำญิฮาดของชาวแคชเมียร์ – 1998

– ศัตรูใหญ่ที่สุดของเราคือสหรัฐและอินเดีย เราควรมุ่งไปที่พวกเขาโดยใช้ความพยายามที่ดีที่สุดของเรากลุ่มต่างๆ ที่ทำการญิฮาดในปากีสถานควรจะร่วมกันใช้ความพยายามที่จะประกาศสงครามกับประเทศทั้งสองนี้ (กันยายน 1998)

– อินเดียแสดงละครการเลือกตั้งขึ้นในแคว้นแคชเมียร์ ข้าพเจ้าพร้อมเสมอที่จะช่วยชาวแคชเมียร์มุญาฮิดีน (กันยายน 1984)

– ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าการโจมตีอย่างรุนแรง (ในอิรัก) ยืนยันได้ว่าอังกฤษและสหรัฐปฏิบัติการในนามของอิสราเอลและชาวยิว เป็นการเปิดทางให้กับการแบ่งโลกมุสลิมอีกครั้งหนึ่ง (มกราคม 1998)

– เราควรเข้าใจศาสนาของเราให้ถ่องแท้ การต่อสู้เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาของเรา ชาริอะฮ์ (กฎหมายอิสลาม) เป็นส่วนหนึ่งของบรรดาผู้ที่รักพระผู้เป็นเจ้าและศาสนาของพระองค์ และศาสนานี้ไม่อาจปฏิเสธเรื่องนี้ได้ ใครก็ตามที่ปฏิเสธหลักการแม้เพียงเล็กน้อยของศาสนาของเรา เป็นผู้ทำผิดอย่างมหันต์ในอิสลาม (1998)

– ญิฮาดจำเป็นจะต้องกระทำขึ้นโดยชาติต่างๆ เราเชื่อว่าบรรดาผู้เข้าร่วมในอัฟกานิสถานเป็นผู้รับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในเรื่องนี้ เนื่องจากพวกเขาได้เรียนรู้ว่าด้วยจำนวนรถถังต่อต้านกับระเบิดเพียงไม่กี่คัน พร้อมด้วยปืนไรเฟิลที่มิได้น่าเกรงขาม ปืนคาลอชนิคอฟ ไม่กี่กระบอกพวกเขาก็สามารถบดขยี้มหาอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันของมนุษยชาติ (ตุลาคม 1999)

– พระผู้เป็นเจ้าอำนวยพรให้ชาวมุสลิมพร้อมกับการเข้ามาปกครองของฏอลิบาน มันมิใช่กองกำลังที่ถูกผลักไสออกนอกประเทศอย่างเช่นชาวครูเสดในสื่อตะวันตกที่พยายามจะนำภาพเหล่านั้นมาแสดงให้เห็น แต่เป็นกองกำลังที่ดันตัวเข้ามา ผู้คนที่ป่วยไข้และเหนื่อยหน่ายกับโจรตามท้องถนน การต้องจ่ายภาษีเพื่อปกป้องเงินตรานั้น ฏอลิบานได้ทำให้สิ่งนี้หมดไป (1999)

– ข้าพเจ้ารู้ว่ารัฐบาลปากีสถานตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการรวมเข้าด้วยกันของชาวคริสต์และชาวยิวเพื่อที่จะเกลี่ยกล่อมฏอลิบานให้ขับไล่ข้าพเจ้าออกไปจากอัฟกานิสถาน แรงกดดันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสมรู้ร่วมคิดกันต่อต้านมุสลิมอุมมะฮ์ (ประชาชาติอิสลาม) 1999

– ภารกิจของอุสามะฮ์ บิน ลาดิน คือการสิ้นสุดการรุกรานของอิสราเอล คนหนุ่มนับร้อยๆ คนได้ปฏิญาณว่าจะตายเพื่อเขา – ตัวแทนของบิน ลาดิน อ้างในเอาสุล (Ausul) หนังสือพิมพ์รายวันของปากีสถาน (12 กันยายน 2000)

 

ที่ผ่านมามีความเชื่อกันโดยทั่วไปว่า บิน ลาดิน พำนักอยู่ในสองค่ายด้วยกันคือในฟัรมาดา (Farmada) ดารูนา(Daruna) ใกล้กับเมืองญาลาละบัดทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน

นานๆ สักครั้งที่บิน ลาดิน จะปรากฏตัวแก่สารธารณชน ผู้คนได้เห็นเขาในช่วงเดือนมกราคม 2001 ในเมืองกอนดาฮาร ในงานแต่งงานบุตรชายของเขากับบุตรสาวของผู้ช่วยของเขาเอง และในเดือนมิถุนายนก็มีวิดีโอเทปเขาปรากฏให้เห็น โดยภาพนั้นได้รับการตีพิมพ์อยู่ในหนังสือพิมพ์อาหรับ พร้อมกับกลุ่มนักรบจำนวนหนึ่ง ได้ปรากฏอยู่ในโทรทัศน์อัลญาซีเราะฮ์ ของการ์ดา

หลังการโจมตีอัฟกานิสถานของสหรัฐและพันธมิตร ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเป็นสถานที่ใด บิน ลาดิน ได้วิจารณ์ถึงสหรัฐในช่วงหลังเอาไว้ว่า สหรัฐมีความอ่อนแอกว่าที่เห็น ตัวเขาเองเคยหลบหลีกจรวดที่สหรัฐยิงเข้ามาที่อัฟกานิสถาน ซึ่งหมายจะสังหารชีวิตเขามาได้

ดังนั้น การต่อสู้กับสหรัฐและพันธมิตร จึงกลายเป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคย สำหรับตัวเขาแล้วสหรัฐเคยเป็นทั้งครูที่เคยสอนการรบให้แก่เขาและต่อมาสหรัฐก็กลายเป็นศัตรูที่ไล่ล่าเขาและปลิดชีวิตเขาลงได้ในเมืองอับบอตตาบัตโดยหน่วยซีลของสหรัฐ

ไม่ว่าบิน ลาดิน จะถูกมองด้วยสายตาของชาวโลกไปในทิศทางใดก็ตาม สำหรับชาวมุสลิมแล้ว คนเคร่งครัดอย่างบิน ลาดิน มิใช่คนที่จะพูดโกหกได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงยังเป็นผู้ที่บริสุทธิ์จากการอยู่เบื้องหลังการถล่มตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และตึกเพนตากอนอยู่ในสายตาของคนมุสลิมและคนที่ไม่ใช่มุสลิมหลายล้านคนทั่วโลก

แม้ว่าในที่สุดเขาจะจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐที่บิน ลาดิน เคยร่วมทำสงครามต่อต้านโซเวียตมาด้วยกันกับพวกเขามาก่อนในเมืองแอบบอตตาบัดของปากีสถาน ซึ่งเป็นที่รับทราบกันเป็นอย่างดีโดยทั่วไปแล้วก็ตาม

การจบชีวิตของเขาถูกนำเอามาอ้างเป็นสาเหตุหนึ่งของการสิ้นสุดสงครามที่สหรัฐเข้ามาร่วมรบในอัฟกานิสถาน และจบลงด้วยความพ่ายแพ้เหมือนกับที่รัสเซียเคยพ่ายแพ้มาแล้วนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...