กู้ชีพฮอลลีวูด! ทรัมป์ขึ้นภาษีหนังต่างชาติ 100% หวังกู้วิกฤติอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา
เมื่อวันอาทิตย์ (4 พ.ค.) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 100% สำหรับภาพยนตร์ที่ผลิตนอกประเทศ โดยอ้างว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ กำลังเผชิญ “ภาวะเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว” อันเป็นผลมาจากมาตรการจูงใจของต่างชาติที่ดึงดูดนักสร้างภาพยนตร์อเมริกัน
ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Socialโดยระบุว่า “นี่เป็นความพยายามร่วมกันของประเทศอื่นๆ และถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือส่งสารและโฆษณาชวนเชื่ออีกด้วย” พร้อมย้ำว่าได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ เร่งดำเนินการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว โดยกล่าวว่า “เราต้องการภาพยนตร์ที่สร้างในอเมริกา อีกครั้ง!”
ก่อนหน้านี้ ในเดือน ม.ค. ทรัมป์เดินหน้าผลักดันแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้วยการแต่งตั้ง 3 นักแสดงระดับตำนาน จอน วอยต์,ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน และ เมล กิ๊บสันให้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ฮอลลีวูดกลับมาแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่กว่าที่เคย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของฮอลลีวูดเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ผลิตเลือกย้ายสถานที่ถ่ายทำไปยังประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อประหยัดต้นทุน แม้ทีมงานจะตั้งความหวังว่าการหยุดงานประท้วงของนักเขียนและนักแสดงในปี 2023 จะช่วยให้การผลิตฟื้นตัว แต่สถิติล่าสุดยังคงสะท้อนว่ากระแสการฟื้นฟูเป็นไปอย่างล่าช้า
นอกจากนี้ เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ที่เผาทำลายพื้นที่บางส่วนของลอสแอนเจลิสในเดือนมกราคม ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าผู้ผลิตภาพยนตร์อาจมองหาสถานที่ถ่ายทำแห่งใหม่ ขณะที่บุคลากรเบื้องหลัง เช่น ช่างกล้อง นักออกแบบเครื่องแต่งกาย และช่างเทคนิคด้านเสียง อาจตัดสินใจย้ายออกจากเมือง แทนที่จะร่วมฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับความเสียหาย
ข้อมูลจาก FilmLAองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ติดตามแนวโน้มการผลิตภาพยนตร์ในภูมิภาค ระบุว่า การผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ในลอสแอนเจลิสลดลงเกือบ 40% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกต่างเดินหน้าดึงดูดอุตสาหกรรมบันเทิง ด้วยการเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินคืน เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากงบประมาณ 248,000 ล้านดอลลาร์ (8.29 ล้านล้านบาท) ที่ Ampere Analysisคาดการณ์ว่าจะถูกใช้ในการผลิตเนื้อหาทั่วโลกในปี 2025
ด้าน วิลเลียม ไรน์ช อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ และนักวิจัยอาวุโสจาก Center for Strategic and International Studiesเตือนว่า มาตรการตอบโต้ต่อภาษีภาพยนตร์ต่างชาติของทรัมป์อาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐฯ โดยระบุว่า “การตอบโต้จะทำลายอุตสาหกรรมของเรา เรามีสิ่งที่ต้องสูญเสียมากกว่าสิ่งที่จะได้รับ” พร้อมชี้ว่า การใช้เหตุผลด้านความมั่นคงของชาติหรือภาวะฉุกเฉินระดับประเทศเพื่อสนับสนุนมาตรการนี้เป็นเรื่องที่ยากจะทำได้
(1 ดอลลาร์ = 33.14 บาท)
ที่มา: รอยเตอร์