โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น' เมืองปายติดกับโบสถ์ยัน 'ยิว'ไม่ก่อปัญหาตามสื่อโซเชียล

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2568 เวลา 17.00 น.

เชฟเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองปาย แม่ฮ่องสอน ที่อยู่ติดกับโบสถ์ยิว เผยไม่ได้มีงานปาร์ตี้ หรือ เสียงดังในโบสถ์ยิว อย่างที่เป็นข่าวในสื่อโซเชียลแต่อย่างใด

นายศุภฤกษ์ คมนอก หรือเชฟอาร์ม เป็นเชฟและเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองปาย ชื่อร้าน NIGIRI เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวกรณีปรากฏข่าวทางโซเชียล เรื่องชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งถิ่นฐานและลงหลักปักฐานเป็นดินแดนพันธะสัญญารวมถึงตั้ง Chabad รวมกลุ่มสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนและแย่งอาชีพคนไทยตามที่เป็นข่าวทางสื่อโซเชียลว่า ตามที่มีกระแสดราม่า มีออกมาจริง แต่ว่าเรามีร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้ๆ กับโบสถ์ยิว แต่ที่เราเห็นกระแสดราม่า มันออกจะเกินความเป็นจริง ตรงที่ว่าไม่อนุญาตให้คนไทยเข้าและส่งเสียงดังอะไรแบบนี้ เรามองว่ามันเป็นประเด็น แต่สำหรับเราที่อยู่ติดกันแทบจะไม่ได้ยินเสียงเลย

การรวมตัวของชาวยิวมันมีมาตรการดำเนินการที่ชัดเจน อาจมีความวุ่นวายนิดหนึ่งตอนที่เขาออกมาจากโบสถ์ และช่วงก่อนๆ มีการจอดรถไม่เป็นระเบียบที่ถนนแต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็มีการจัดการอย่างเข้มงวด และมีมาตรการการจัดการที่ชัดเจน จนทำให้ตอนนี้ตอนที่เข้ามานมัสการดูเป็นเรื่องปกติศาสนาของเขา จากการดูข่าวและเสพข่าวก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ เบื้องต้นทุกอย่างก็ถูกต้องตามกฎหมายมีใบอนุญาตทุกอย่างครบ ตอนนี้โบสถ์ยิว ไม่ได้มีแค่ที่ปาย ที่เชียงใหม่ก็มี ภูเก็ตก็มี เกาะพงันก็มี ใหญ่ที่สุดคือกรุงเทพฯ ซึ่งถ้าจะกระทบความมั่นคงระดับประเทศ คงกระทบไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้อารมณ์เหมือนกับมัสยิด โบสถ์คริสต์ ที่มีอยู่ทั่วไปหรือแม้แต่เหมือนวัดคนไทยด้วยก็มี

เพราะฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความเดือดร้อนมันเดือดร้อนที่ตรงไหน แต่ถ้าเขามีการส่งเสียงดังจริงก่อความวุ่นวายจริง ถ้าเราตรวจสอบว่ามีจริงทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีมาตรการที่เข้มงวดและลงโทษสูงสุดได้ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่แน่ชัด ซึ่งการตรวจสอบก็ยังชัดเจนและยังไม่มีผลที่แน่ชัดว่าเขามีการกระทำผิดจริงหรือไม่มีใบอนุญาต แต่ผลของการตรวจสอบมันตรงกันข้ามเขามีใบอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แค่เฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด เรื่องแย่งงานคนไทยของชาวอิสราเอล

ข่าวนี้ค่อนข้างรุนแรง มองว่าเป็นเรื่องที่ยาก คือถ้ามีการจัดการที่ชัดเจน การควบคุมที่ชัดเจน มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับหน่วยงานที่เขามีความรับผิดชอบอย่างชัดเจนว่า ที่นี่มีชาวต่างชาติประกอบกิจการต้องตรวจสอบว่าเขามีใบอนุญาตหรือเปล่า แต่ถ้าเขามีใบอนุญาตถูกต้อง แปลว่าเขามีสิทธิที่จะประกอบกิจการที่นี่ เพราะว่าการที่เขามีใบอนุญาต มีเวิร์ค เพอร์มิท หรือจดทะเบียนบริษัท เขาต้องเสียภาษีให้ประเทศไทยโดยถูกต้องตามกฎหมายและเหมือนจะเสียเยอะกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งมันเป็นผลดีต่อประเทศด้วย แต่ถ้าเขาไม่มีใบอนุญาต หรือมาทำงานอะไร ก็ต้องจัดการไปตามระเบียบ

"แต่ถ้าจะมองว่ามาแย่งงานคนไทย ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ยากอยู่ ถ้าคนไทยเราพัฒนาและต่อสู้อย่างแข็งแกร่ง คือเราเป็นเจ้าของประเทศเราจะไม่ให้เขาเข้ามาทำอะไรไม่ดี หรือแม้แต่การเป็นนอมีนีให้เขามันก็ไม่ถูก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มี มันก็มีทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยานี่เยอะเลย แต่ถ้าข่าวประโคมออกไปว่ามีการมาแย่งงานคนไทย ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องที่น่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ สำหรับปัญหาและผลกระทบจากนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลก็มีบ้าง อย่างเช่นเข้ามาที่ร้านมาวุ่นวายและพูดเสียงดังหรือไม่เข้าใจเรื่องเมนูอาหารก็มีบ้างและมีเกือบจะไม่จ่ายเงินก็มีอยู่พอสมควรแต่ว่าร้านเรามีมาตรการการจัดการหรือการดูแลอย่างเข้มงวดอยู่" นายศุภฤกษ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...