KTCปลดล็อกยอดใช้จ่าย เล็งปรับกลยุทธ์-หั่นเป้าลง
ทันหุ้น - KTC ได้อานิสงส์ผ่อนคลายล็อกดาวน์ เชื่อยอดใช้จ่ายครึ่งปีหลังกลับมา ด้านผู้บริหารรับเม.ย.ยอดใช้บัตรวูบ 40%
เล็งหั่นเป้าใช้จ่ายปี 2563 จากโต 15% แต่ยอดบัตรใหม่ยังคงเดิม พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์ตามไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค โบรกเกอร์ ดีดลูกคิดปีนี้กำไรพองต่อเป็น 5.6 พันล้านบาท แนะ"ซื้อ" เป้า 43.00 บาท
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2563 จากเดิมที่วางไว้เติบโต 15% เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ราว 1.88 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ยอดขายใช้จ่ายในเดือนดังกล่าวปรับลดลง 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนตัวเลขที่ชัดเจนอยู่ระหว่างการพิจารณาประเมินอีกครั้ง อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ทาง KTC มีแนวทางปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมด้วย
ยืนเป้าบัตรใหม่
ส่วนประมาณการยอดบัตรเครดิตใหม่ปี 2563 ที่จะเพิ่มขึ้น 3.2-3.5 แสนใบ จากเดิมที่มีฐานลูกค้าอยู่ที่กว่า 2 ล้านใบ เบื้องต้นยังคงตัวเลขไว้ตามเดิม แม้ภาพรวมยอดบัตรใหม่ในช่วงเดือนเมษายน 2563 จะได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง แต่เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2563 ทั้งยังต้องใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์ต่างๆ อีกครั้ง
ส่วนประเด็นเกี่ยวที่ทางธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) ขอความร่วมมือยืดงวดที่ต้องผ่อนชำระออกไปเป็นระยะเวลา 3 เดือน (ปัจจุบันมีผู้มาข้อใช้สิทธิ์ประมาณ 64 ราย) , มาตรการช่วยลดดอกเบี้ยของทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเฉลี่ย 6% จากเดิมที่บัตรเครดิตมีดอกเบี้ย 18% และสินเชื่อส่วนบุคคลมีดอกเบี้ยเฉลี่ย 22% นั้นพบว่า ปัจจุบันมีผู้มายื่นขอใช้สิทธิ์ส่วนนี้ราว 1,800 ราย คาดตลอดอายุเวลาการเปิดให้ใช้สิทธิ์โครงการดังกล่าวจะมีจำนวนผู้มาขอใช้สิทธิ์ทั้งหมดประมาณ 3,000 ราย
ฟันธงปีนี้กำไรแจ่ม
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด กล่าวว่า ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น KTCแม้บริษัทจะได้รับผลกระทบมากในช่วงไตรมาส 2/2563 แต่ประเมินว่าผลงานครึ่งหลังปี 2563 จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากการปลดล็อกดาวน์เมือง และแนวโน้มการใช้บัตรจะยังคงเหนืออุตสาหกรรมต่อเนื่อง
โดยในช่วงที่ผ่านมา KTC มีการปรับลดอัตราผ่อนชำระของลูกหนี้ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงการผ่อนผันการชำระหนี้ ซึ่งจะกระทบกับผลประกอบการของบริษัทในระยะสั้น ไม่ว่าจะเป็น Yield on loan และ NIM ที่ลดลง แต่เมื่อกลับเข้าสู่ภาวะปกติดอกเบี้ยที่ถูกพักชำระไปจะถูกนำมาทบในงวดสุดท้ายแทน
เคาะเป้าหมาย 43 บ.
ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2563 ของ KTC เป็น 5.6 พันล้านบาท เติบโต 2.2% จากปีก่อน ผลจากการเติบโตของปริมาณการใช้บัตรเครดิต และยอดสินเชื่อส่วนบุคคลที่หดตัวลงในช่วงไตรมาส 2/2563 ที่มีการล็อคดาวน์ประเทศกว่าครึ่งไตรมาส ส่งผลให้แนวของกำไรไตรมาส 2/2563 หดตัว แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการปลดล็อกดาวน์ประเทศได้เร็วขึ้นนจะเป็น sentiment เชิงบวกและช่วยให้มีการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้ามากขึ้น ส่งผลต่อแนวโนม้ผลประกอบการที่จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์จึงให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น KTC ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับ 43.00 บาท